537.jpg
สรุปเหตุการณ์ 4 ก่อนพบร่าง นทท. หญิงหลงป่าเขาเจ็ดยอด

สรุปเหตุการณ์ 4 ก่อนพบร่าง นทท. หญิงหลงป่าเขาเจ็ดยอด

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.06 น.

เหตุการณ์สลดใจบริเวณป่าบนเขาเจ็ดยอด แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังบนเทือกเขาบรรทัด รอยต่อระหว่างจังหวัดตรังและพัทลุง นำมาซึ่งความสูญเสีย เมื่อนางสาววันทนีย์ นักท่องเที่ยววัย 54 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี ได้พลัดหลงสูญหายไปในป่าลึกตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ก่อนที่ทีมปฏิบัติการจะค้นพบร่างไร้วิญญาณในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 หรือ 4 วันนับจากวันสูญหาย ท่ามกลางความโศกเศร้าของทุกฝ่าย วันนี้ 'แนวหน้าออนไลน์' จะพาย้อนรอยสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเดินทาง จนถึงวินาทีที่พบร่าง

 

ขอบคุณภาพจาก TRANG Todayข่าว


จุดเริ่มต้นเหตุการณ์สูญหาย

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดจากการที่ผู้สูญหายเดินทางมาพร้อมกับคณะนักท่องเที่ยวและไกด์นำทางรวม 13 คน ซึ่งได้ขออนุญาตเข้าพื้นที่จากเจ้าหน้าที่ป่าไม้อย่างถูกต้องเพื่อเดินป่าในระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยเริ่มเดินเท้าจากฝั่งน้ำตกไพรวัลย์ จังหวัดพัทลุง ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม เพื่อไปพักค้างแรมบนเขาเจ็ดยอด และมีกำหนดเดินทางลงเขาทางฝั่งน้ำตกหนานสะตอ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ในวันที่ 1 มิถุนายน

ในเช้าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 07.00 น. หลังจากรับประทานอาหารเช้า นางสาววันทนีย์ได้แจ้งความประสงค์ขอเดินลงจากเขาล่วงหน้าเพียงลำพังเนื่องจากเคยเดินทางมาแล้วหลายครั้งและมั่นใจว่าคุ้นเคยกับเส้นทาง แต่ทางไกด์นำทางไม่อนุญาตและนัดหมายให้ทุกคนเก็บสัมภาระเพื่อลงเขาพร้อมกันในเวลา 09.00 น. ทว่าเมื่อถึงเวลานัดหมายกลับไม่พบตัวนางสาววันทนีย์ โดยทางไกด์ยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งใด ๆ เกิดขึ้นภายในกลุ่มนักท่องเที่ยว

 

ขอบคุณภาพจาก TRANG Todayข่าว

 

กระบวนการตามหาผู้สูญหาย

หลังจากประเมินว่ามีการสูญหาย ทางคณะได้ประสานงานขอความช่วยเหลือไปยังผู้ประสานงานด้านการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายอำเภอปะเหลียนจึงได้สั่งการให้ตั้งศูนย์อำนวยการบัญชาการค้นหาขึ้นที่บริเวณน้ำตกหนานสะตอ ตลอด 24 ชั่วโมง ปฏิบัติการครั้งนี้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ผู้นำชุมชน และพรานป่าที่ชำนาญเส้นทางทั้งจากจังหวัดตรังและพัทลุงกว่า 100 นาย แบ่งเป็นหลายชุดเพื่อปูพรมค้นหา การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งเนื่องจากมีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน ทำให้ร่องรอยการเดินป่าถูกน้ำชะล้างไปจนหมด ประกอบกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าเขาทุรกันดารและจุดเกิดเหตุแทบไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งค้นหาด้วยความหวัง เนื่องจากทราบว่าผู้สูญหายมีกระเป๋าเป้สีชมพูซึ่งภายในมีเตาแก๊สขนาดเล็กและเสบียงอาหารสำเร็จรูปติดตัวอยู่บางส่วน

 

บทสรุปการพบเจอ

กระทั่งการค้นหาเข้าสู่วันที่ 4 (4 มิถุนายน 2569) ทีมเจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญในช่วงเช้าบริเวณลำธารต้นน้ำ เหนือน้ำตกโตนเต๊ะขึ้นไปประมาณ 5 กิโลเมตร หรือใช้ระยะเวลาเดินเท้าประมาณ 4-5 ชั่วโมง ได้แก่ กระดาษทิชชูเปียกที่ผ่านการใช้งานแล้ว กองอุจจาระสภาพใหม่ 1 กอง และขวดน้ำเกลือแร่ เจ้าหน้าที่จึงได้ปรับแผนมุ่งเน้นการค้นหาไปตามเบาะแสดังกล่าว จนถึงเวลาประมาณ 15.30 น. จึงได้พบกระเป๋าเป้สีชมพูของผู้สูญหายลอยมาติดโขดหินบริเวณ "วังย่านหนานไทร" ซึ่งเป็นลำธารน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นต้นน้ำชั้นบนของน้ำตกโตนเต๊ะ และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการค้นหาอย่างละเอียด ในเวลาต่อมาจึงได้พบร่างของนางสาววันทนีย์ในสภาพจมน้ำเสียชีวิตติดอยู่กับโขดหินในธารน้ำตกดังกล่าว

จากลักษณะของจุดที่พบศพซึ่งเป็นหน้าผาสูงชันและมีน้ำตกไหลลงมา เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตอาจพลัดหลงออกนอกเส้นทางปกติ และเกิดอุบัติเหตุลื่นพลัดตกลงมาจากหน้าผา ภายหลังจากการพบร่าง ศูนย์บัญชาการได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์เวร และหน่วยกู้ภัยจากอำเภอปะเหลียน ให้เดินเท้าขึ้นเขาในช่วงเวลากลางคืนซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นและเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะทำการลำเลียงร่างของผู้เสียชีวิตลงมายังพื้นล่างเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายและยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดทางนิติเวชศาสตร์ต่อไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top