วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟสบุ๊กระบุว่าวันนี้ผมได้ยินมาว่า เอกชนจะถอยไม่สู้ราคาลิขสิทธิ์บอลโลก 1,300ล้านบาท. ผมจึงอยากส่งเสียงไปถึงรัฐบาลให้เข้าช่วย เพราะถ้าไม่ทำจะเสียโอกาสที่มากกว่าเงิน 1,300ล้านบาทอย่างเลี่ยงไม่ได้และเอากลับคืนมาไม่ได้ !!
ดังนั้น จึงเกิดคำถามว่า 1,300 ล้านบาท: ซื้อความสุขให้คนไทย หรือยอมปล่อยให้ประเทศ "จอดำ" และพังทลาย?
ในฐานะนักยุทธศาสตร์ ผมอยากชวนทุกท่านมองข้ามตัวเลขลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 1,300 ล้านบาท แล้วหันมาดูสิ่งที่เราต้อง "จ่ายแพงกว่า" หากปล่อยให้ประเทศไทยเกิดภาวะ #จอดำ ครับ!
เมื่อไม่มีกฎ Must Have และ Must Carry คุ้มครองอีกต่อไป โลกของตลาดเสรี 100% กำลังจะสั่งสอนเราด้วย "10 วิกฤตลูกโซ่" ที่จะกัดกินประเทศตั้งแต่เศรษฐกิจรากหญ้าไปจนถึงความมั่นคงของชาติ:
มิติเศรษฐกิจ: เม็ดเงินสูญพันธุ์
• ทุบโต๊ะร้านค้ารากหญ้า: ผับบาร์ ร้านอาหาร ร้านหมูกระทะ ถูกยึดนาทีทองในการลืมตาอ้าปาก รายได้สะพัดช่วงเทศกาลหายวับไปกับตา
• จอดำ...สื่อดับ: ช่องทีวีและเอเจนซี่สูญเสียเค้กโฆษณาก้อนโตที่สุดในรอบ 4 ปี มูลค่าอุตสาหกรรมสื่อดิ่งเหว
• ตลาดสินค้ากีฬาซบเซา: ยอดขายเสื้อแข่ง อุปกรณ์กีฬา รวมถึงทีวีจอใหญ่ที่ควรจะขายดี กลับกลายเป็นสินค้าค้างสต็อก
• ตัดขาด Big Data: ภาคเอกชนไทยเสียโอกาสทองในการเก็บฐานข้อมูลดิจิทัลระดับมหภาคเพื่อไปต่อยอดแข่งกับต่างชาติ
มิติสังคม: แผลลึกใต้ดิน
• เปิดทางมาเฟียไซเบอร์: เมื่อช่องทางถูกกฎหมายโดนปิด... เว็บพนันและลิงก์เถื่อนจะผุดเป็นดอกเห็ด มอมเมาเยาวชนไทยแบบไร้การควบคุม
• ดับฝันเยาวชน: ตัดโอกาสการเข้าถึงแรงบันดาลใจจากมหกรรมกีฬาระดับโลก บั่นทอนการสร้าง Soft Power และศักยภาพนักกีฬาไทยในอนาคต ความสุขมวลรวมติดลบ: ซ้ำเติมความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจ ปิดกั้นพื้นที่ความบันเทิงเดียวที่คนไทยทุกชนชั้นควรได้รับอย่างเท่าเทียม
มิติภาพลักษณ์: ความล้มเหลวบนเวทีโลก
• เสียศักดิ์ศรีในอาเซียน: เพื่อนบ้านรอบตัวดูฟรีกันครบถ้วน แต่ประเทศไทย—ดินแดนที่รักฟุตบอลเป็นอันดับต้นๆ กลับมืดสนิท
• วิกฤตศรัทธาภาครัฐ: สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการ และสูญเสียคะแนนนิยมจากประชาชนอย่างไม่อาจกู้คืน
• ตลาดเสรีล้มเหลว: ดีลล่มบนเวทีโลกคือหลักฐานประจักษ์ว่า "กำลังซื้อสปอนเซอร์ในไทยวิกฤต" จนไม่กล้าลงทุน ซึ่งจะทำลายนามบัตรความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนต่างชาติทันที
ยุทธศาสตร์ทางออก: "โมเดลรัฐร่วมเอกชน (PPP)"
เราไม่จำเป็นต้องควักเงินภาษีประชาชน 100% มาแบกรับความเสี่ยง แต่รัฐบาลต้องทำหน้าที่เป็น "ผู้สนับสนุนเชิงรุก" อำนวยความสะดวก และมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อดึงเม็ดเงินและพลังจากภาคเอกชนมาร่วมลงทุนนี่คือโมเดลที่ผมเสนอ "วิน-วิน" ทุกฝ่าย ปลดล็อกจอดำ คืนความสุขให้คนไทยอย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ทิ้งภาระไว้กับเงินภาษีของประเทศครับ!
ใครเห็นด้วยช่วยกันดันให้ถึงรัฐบาลกันนะครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี