วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส ปมบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง ข้องใจใครมีส่วนได้ส่วนเสีย
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2569 เพจเฟซบุ๊ก "ประชาคมแพทย์" ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ผมไม่ได้สงสัยคนข้ามเพศ ผมสงสัยห้องประชุม รัฐบาลประกาศข่าวดีรับ Pride Month ยาฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพถูกบรรจุเข้าสู่สิทธิบัตรทองแล้ว
หลายคนร่วมแสดงความยินดี หลายคนมองว่านี่คือก้าวสำคัญของความเท่าเทียมในระบบสุขภาพไทย และผมเองก็ไม่มีปัญหากับการที่คนข้ามเพศควรเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ในฐานะผู้เสียภาษีคนหนึ่ง ผมมีคำถามอีกชุดหนึ่ง คำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน
ผมไม่ได้สงสัยคนข้ามเพศ ผมสงสัยห้องประชุม เพราะนี่ไม่ใช่การใช้เงินส่วนตัว แต่เป็นการใช้เงินของประชาชนทั้งประเทศ และไม่ใช่โครงการเล็กระดับหลักล้าน
ข้อมูลที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ระบุว่างบประมาณเริ่มต้นของโครงการอยู่ในระดับประมาณ 145 ล้านบาทต่อปี และหากมีการขยายบริการเต็มรูปแบบในอนาคต ตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับหลายร้อยล้านบาท หรือแม้แต่ระดับพันล้านบาทต่อปีได้ไม่ยาก
เมื่อเม็ดเงินมีขนาดเช่นนี้ ประชาชนควรมีสิทธิรู้ว่า ใครเป็นคนตัดสินใจ ใครเป็นผู้เสนอ ใครเป็นผู้พิจารณา ใครเป็นผู้เห็นชอบ และใช้หลักฐานอะไรในการตัดสินใจ สิ่งที่ผมอยากทราบมีเพียงไม่กี่ข้อ ยาฮอร์โมนทั้ง 8 รายการที่ได้รับการบรรจุเข้าสู่สิทธิประโยชน์มีอะไรบ้าง แต่ละรายการมีผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ากี่บริษัท มีการแข่งขันด้านราคากี่ราย มูลค่าการจัดซื้อแต่ละรายการเป็นเท่าใด และสัดส่วนงบประมาณส่วนใหญ่ไหลไปสู่ผลิตภัณฑ์ใด
คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทุกครั้งที่มีการจัดซื้อยาในระดับประเทศ สิ่งที่ประชาชนควรถามเสมอคือ "ใครได้สัญญา"
ไม่ใช่เพราะสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติ แต่เพราะนี่คือหลักการพื้นฐานของธรรมาภิบาล ยิ่งไปกว่านั้น ผมอยากทราบองค์ประกอบของคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ มีผู้เชี่ยวชาญสาขาใดเข้าร่วมบ้าง มีการเปิดเผย Conflict of Interest หรือไม่ มีผู้ใดในที่ประชุมเคยเป็นที่ปรึกษา วิทยากร นักวิจัย หรือได้รับการสนับสนุนจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้หรือไม่
หากมี ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะหรือไม่ และได้มีการงดออกเสียงหรือถอนตัวจากการพิจารณาหรือไม่ ในหลายประเทศที่เรามักยกเป็นต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน เช่น สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ หรือเดนมาร์ก สิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของนโยบาย แต่รวมถึงกระบวนการตัดสินใจด้วย
ใครอยู่ในห้องประชุม ใครเสนอข้อมูล ใครมีส่วนได้ส่วนเสีย และมีการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร
ทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย ดังนั้นคำถามของผมจึงไม่ได้เป็นคำถามต่อคนข้ามเพศ ไม่ได้เป็นคำถามต่อความหลากหลายทางเพศ และไม่ได้เป็นคำถามต่อสิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพ แต่เป็นคำถามต่อกระบวนการใช้อำนาจและการใช้เงินภาษีของประชาชน
เพราะเมื่อโรงพยาบาลรัฐจำนวนมากกำลังประสบปัญหาสภาพคล่อง เมื่อบุคลากรสาธารณสุขกำลังขาดแคลน เมื่อมีคำขอช่วยเหลือด้านงบประมาณที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ประชาชนย่อมมีสิทธิถามได้ว่า เหตุใดโครงการนี้จึงเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ใครเป็นผู้ผลักดัน ใครเป็นผู้อนุมัติ และใช้เกณฑ์ใดในการจัดลำดับความสำคัญ
สุดท้ายนี้ ผมไม่ได้อยากรู้ว่าใครได้รับยา ผมอยากรู้ว่าใครเป็นคนเลือกรายการยา ผมไม่ได้อยากรู้ว่าใครไปรับบริการ ผมอยากรู้ว่าใครอยู่ในห้องประชุม เพราะความโปร่งใสไม่ได้มีไว้ใช้เฉพาะกับนโยบายที่เราไม่เห็นด้วย
แต่ต้องใช้กับนโยบายที่เราชื่นชมด้วยเช่นกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี