537.jpg
ทำไมลูกช้าง มช. จึงรักกันไม่เสื่อมคลาย

ทำไมลูกช้าง มช. จึงรักกันไม่เสื่อมคลาย

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.22 น.

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้เห็นข่าวในสื่อต่างๆ พูดถึงกิจกรรม “รับน้องรถไฟ” ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครูอาจารย์ พี่ๆ หลากหลายรุ่นทั้งรุ่นปัจจุบัน รุ่นพี่ รุ่นลุงป้าน้าอา มารับน้องใหม่รหัส 69 ที่หัวลำโพงส่งขึ้นรถไฟไปลงที่สถานีเชียงใหม่ เพื่อเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาที่นั่นอย่างน้อยก็สามสี่ปี ชีวิตที่โดดเดี่ยว ตัวคนเดียว ห่างครอบครัว จากบ้านที่อบอุ่น จะอยู่อย่างไร ไม่อยากไป ไม่อยากเรียน ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับน้องใหม่เกือบทุกคน ผมคนหนึ่งล่ะที่เคยรู้สึกแบบนั้นเมื่อปี 2515 ปีนั้นในเดือนมิถุนายน พ่อกับแม่มาส่งขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง ได้ตั๋วรถไฟจากกิจกรรมรับน้องรถไฟนี่แหล่ะ

พอไปถึงหัวลำโพง เฮ้ย!!!ทำไมมันคึกคักนัก คนเยอะไปหมด ผู้ปกครอง น้องใหม่แบบเรา รุ่นพี่หลายคณะเดินกันขวักไขว่ ส่งเสียงถามหาน้องร่วมคณะ ช่วยยกกระเป๋า หาโบกี้ พาขึ้นไปดูที่นั่ง แนะนำให้รู้จักเพื่อนน้องใหม่คณะเดียวกันและต่างคณะ บรรยากาศแบบนี้ เราบอกตัวเองได้ว่า เราไม่น่าจะโดดเดี่ยว ตัวคนเดียว ผมอยู่ที่ มช. สามปีครึ่ง จบปริญญาตรี ไม่ได้กลับมาสอบเอนทรานซ์ใหม่เหมือนที่เคยคิดไว้ก่อนขึ้นรถไฟมาเรียน สามปีครึ่งกลายเป็นเวลาที่มีความสุขสนุกสนาน แทบจะไม่มีทุกข์เลย เว้นใกล้สิ้นเดือนที่พ่อยังไม่ส่งธนาณัติไปให้ ได้เรียนรู้วิชา เรียนรู้ชีวิต เห็นสังคมที่ไม่ใช่กรุงเทพ ได้ทำกิจกรรมหลากหลายซึ่งกลายเป็นปัจจัยของการพัฒนาตัวเอง ที่สำคัญเพื่อนที่รู้จักกันเมื่อ 54 ปีที่แล้วยังคบหาไปมาหาสู่ ทานข้าว ร้องเพลง ท่องเที่ยว ดูแลทุกข์โศกให้กันและกัน ไม่ทอดทิ้งยามทุกข์ ไม่ละเลยยินดียามสุข


อยากบอกว่า จากกิจกรรมเล็กๆ “รับน้องรถไฟ” มหาวิทยาลัย ครูอาจารย์ รุ่นพี่ ได้สร้างความหวังศรัทธาจนวิทยาพาเรืองไกร มีอาชีพที่ดี มีครอบครัวที่ดี ทำประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมได้ตามอัตภาพของลูกช้าง มช. แต่ละคน

การเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีข้อได้เปรียบสำหรับนักศึกษา การใช้ชีวิตที่ต้องอยู่ห่างครอบครัว ไม่มีพ่อแม่อบรมสั่งสอน ห้ามปราม กำกับพฤติกรรม ต้องดูแลตัวเอง อบรมสั่งสอนตัวเอง กำกับตัวเองให้ใช้ชีวิตแต่พองาม ไม่นอกลู่นอกทางจนเสียผู้เสียคน ทำให้บัณฑิตที่จบมาแล้วต่อสู้ชีวิตหลังจากนั้นได้อย่างเข้มแข็ง คำกล่าวที่ว่า “มช. สอนให้เราเป็นคนดี” จึงไม่ใช่สิ่งที่ห่างไกลความเป็นจริง

ฝรั่งมีวลี “ Well begun is half done” สำหรับผม การรับน้องรถไฟเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งทำให้ชีวิตน้องใหม่ของผมและความต้องการเป็นบัณฑิตที่ดีสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่งจริงๆ ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของน้องใหม่ทุกคน รวมทั้งน้องใหม่ที่ไม่ได้ขึ้นรถไฟมา การต้อนรับด้วยความรักความอบอุ่น การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ ตั้งแต่ก้าวแรกสู่ มช. มีให้กับน้องใหม่ทุกคน หลังจากผมขึ้นรถไฟถึงเชียงใหม่ วันต่อๆ มาผมได้รู้จักเพื่อนๆ มากขึ้น เพื่อนที่ไม่ได้พบบนรถไฟ พี่ที่ไม่ได้พบบนรถไฟ พี่ปี 2 มารับที่หอพักพาเดินไปรับเพื่อนคนอื่นๆ ตามหอต่างๆ พาเดินรอบ มช. อ่างแก้ว ลานสัก ศาลาธรรม ฝายหิน ล้อมวงนั่งคุย แนะนำตัว สอบถามปัญหา นี่คือการเริ่มต้นที่ดีจริงๆ

ประเพณีนี้อยู่มาได้นานถึง 60 กว่าปี และจะอยู่ต่อไปได้อย่างแน่นอน มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำฝ่ายเดียว สมาคมนักศึกษาเก่าไม่ได้มาร่วมฝ่ายเดียว แต่ศิษย์เก่า ลูกช้างทุกรุ่น ร่วมสนับสนุนเป็นพลังและกำลังใจให้ตลอดมา พี่ๆ ตามรายสถานีที่รถไฟผ่าน มารอรับ พร้อมขนมนมเนย เสียงเพลงเชียร์ มันเป็นยาวิเศษสำหรับคนเพิ่งจากครอบครัว มันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพลังของลูกช้างที่จะทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่นมีอยู่ในใจของเหล่าลูกช้างเสมอ

เราไม่ทอดทิ้งกัน จากนี้ไป รอวัน “รับน้องขึ้นดอย” ในเดือนพฤศจิกายน 2569 จะได้เห็นศิษย์เก่า มช. เรือนหมื่นกลับไปมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ของเรา ไปเดินขึ้นดอยสุเทพกับน้องใหม่ ไหว้พระธาตุดอยสุเทพร่วมกัน อธิษฐานร่วมกันให้ มช.ก้าวไกล น้องๆพี่ๆ ลูกช้างได้ทำประโยชน์ให้กับตัวเอง ครอบครัว และแผ่นดิน

ก่อน “รับน้องขึ้นดอย” 2 วัน จะมีกิจกรรมเล็กๆ แต่ใจใหญ่จากลูกช้างรุ่นพี่ มช.วัย 40 ถึง 70 ขวบ ปั่นจักรยานจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ กิจกรรม “ปั่นเพื่อน้อง“ ปีนี้เป็นปีที่ 9 ติดต่อกันแล้ว พี่ๆ เหล่านี้จะใช้น่องและสองขาของตัวเองปั่นจักรยาน 6 วัน 5 คืน นำทุนการศึกษาจากกรุงเทพและจากพี่ๆ ตามรายทางที่ขบวนจักรยานผ่านไปให้น้องๆ นักศึกษาที่ด้อยโอกาส ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เรียนต่ออย่างราบรื่นจนจบเป็นบัณฑิตที่ดี รวมทั้งแบ่งปันไปสนับสนุนมูลนิธิและองค์กรสาธารณประโยชน์อื่น นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่พิสูจน์ว่าเราจะไม่ทิ้งกัน

เรื่องเล่าทั้งหมดนี้ มาจากความทรงจำ ความภูมิใจที่ได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เห็นความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยและบัณฑิตจำนวนมากได้ทำประโยชน์ให้กับแผ่นดิน ไม่ว่าจะในสาขาวิชาใด หรือภาคส่วนใดของการทำงาน เป็นกำลังใจให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ครูอาจารย์ นักศึกษา สร้างความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า รักษากิจกรรมน้อยใหญ่ที่สร้างเราให้เป็นคนดีและไม่ทอดทิ้งกันตลอดไป

ผู้เล่า  : นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ  นักศึกษาเก่าคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์

           มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รหัส 154159

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top