วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อรองศาสตราจารย์ ดร.นริศ ชัยสูตร นักวิชาการและอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวบอกเล่าความทรงจำอันงดงามและเรื่องราวที่หลายคนไม่เคยรู้ เกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อครั้งยังทรงเป็นวัยรุ่นและเตรียมเข้าศึกษาต่อในรั้วแม่โดม จนกลายเป็นโพสต์ที่สร้างความประทับใจและเรียกน้ำตาให้กับชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก โดยมีข้อความว่า"เรื่องพระองค์ภากับธรรมศาสตร์
นริศ ชัยสูตร
.jpg)
วันนี้เมื่อเห็นภาพและข้อความรำลึกถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทำให้ผมหวนระลึกถึงความทรงจำอันงดงามเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ประทับใจที่สุดในชีวิตการทำงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2539 ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมมีความตั้งใจอยากกราบทูลเชิญพระองค์ภาฯ ซึ่งขณะนั้นทรงศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้ทรงเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะโครงการ B.E. (Bachelor of Economics) ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน
แต่ปัญหาคือ ผมไม่รู้ว่าจะกราบทูลเชิญพระองค์ท่านอย่างไร บังเอิญผมรู้จักผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งใกล้ชิดกับพระองค์ภาฯ ท่านเล่าให้ฟังว่าพระองค์ทรงโปรดการขี่ม้า และมักทอดพระเนตรการแข่งขันขี่ม้าอยู่เสมอ เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ผมก็เกิดความคิดขึ้นมาทันทีว่า “ถ้าเช่นนั้นเราก็จัดการแข่งขันขี่ม้าเสียเลย”
ผมนำเรื่องนี้ไปเรียนท่านอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร อธิการบดีในขณะนั้น ขอใช้สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดการแข่งขันโชว์ขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง และขอให้ท่านอธิการบดีเตรียมพร้อมไว้ หากพระองค์ท่านเสด็จมาจริง ในที่สุด ข่าวดีก็มาถึง ผู้ใหญ่ท่านนั้นแจ้งว่าพระองค์ภาฯ ทรงยืนยันว่าจะเสด็จมาธรรมศาสตร์แบบไม่เป็นทางการ ผมไม่ได้ทำหนังสือเชิญใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ทรงรับสั่งว่าจะเสด็จมาแน่นอน ก่อนวันงาน มหาวิทยาลัยประกาศปิดสนามฟุตบอลในวันอาทิตย์เพื่อให้คณะเศรษฐศาสตร์จัดการแข่งขันขี่ม้า เรื่องนี้สร้างความฉงนให้กับอาจารย์จำนวนมาก หลายคนสงสัยว่า “คณบดีเศรษฐศาสตร์ไม่มีอะไรดีกว่านี้จะทำแล้วหรือ?” ยิ่งแปลกไปกว่านั้นคือ ธรรมศาสตร์ในเวลานั้นไม่มีชมรมขี่ม้า ไม่มีนักกีฬาขี่ม้าแม้แต่คนเดียว
.jpg)
เมื่อมีคนถาม ผมไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น ได้แต่ยิ้ม และแล้วบ่ายวันอาทิตย์นั้นก็มาถึง พระองค์ท่านเสด็จมาง่าย ๆ ไม่มีขบวนใหญ่ ไม่มีพิธีรีตอง มีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คน ทรงประทับนั่งในเต็นท์ธรรมดาข้างสนามฟุตบอลเหมือนผู้ชมทั่วไป มิได้มีการจัดเตรียมพิเศษแต่อย่างใด
ภาพที่ผมจำได้แม่นยำคือ พระองค์ท่านทรงเป็นวัยรุ่นเต็มตัว ทรงถือ “เพจเจอร์” หรือวิทยุติดตามตัว ซึ่งกำลังเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมในยุคนั้น ทรงทอดพระเนตรการแข่งขันไป และทรงติดต่อเพื่อนฝูงไปด้วย เป็นภาพที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และน่าประทับใจอย่างยิ่ง
เมื่อถึงช่วงพักการแข่งขัน ผมจึงกราบทูลเชิญเสด็จขึ้นไปยังห้องรับรองบนตึกโดม ชั้น 2 ซึ่งท่านอาจารย์นรนิติ และอาจารย์สมยศ เชื้อไทย คณบดีคณะนิติศาสตร์ กำลังรอเฝ้าอยู่ ผมเริ่มต้นด้วยการกราบทูลเชิญพระองค์ท่านเข้าศึกษาในโครงการ B.E. ของคณะเศรษฐศาสตร์ แต่พระองค์ท่านรับสั่งกับผมอย่างตรงไปตรงมาว่า
ท่านไม่ถนัดเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่สนใจนิติศาสตร์ พร้อมกันนั้นยังรับสั่งอีกว่า พระองค์ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากนัก จึงกลายเป็นโอกาสให้ท่านอาจารย์นรนิติและอาจารย์สมยศได้ถวายข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและคณะนิติศาสตร์อย่างละเอียด สิ่งที่ทำให้พวกเราดีใจมากคือ หลังจากทรงรับฟังข้อมูลทั้งหมดแล้ว พระองค์ท่านรับสั่งทันทีว่า
.jpg)
“ตัดสินใจแล้ว จะมาเรียนที่ธรรมศาสตร์” และที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้น คือแม้จะมีพระชนมายุเพียงประมาณ 18 พรรษา พระองค์ท่านทรงมีพระดำริที่ชัดเจนมาก ทรงรับสั่งว่า หากทรงเข้าศึกษาที่ธรรมศาสตร์ จะทรงใช้ชีวิตนักศึกษาอย่างคนธรรมดา จะกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ไม่ต้องการให้มีทหารหรือเจ้าหน้าที่ติดตามเดินประกบในมหาวิทยาลัย และทุกอย่างก็เป็นไปตามพระดำรัสนั้น พระองค์ภาฯ ทรงสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยพระองค์เอง ไม่มีโควตาพิเศษใด ๆ จากมหาวิทยาลัย เมื่อทรงเข้ามาเป็นนักศึกษาจริง ก็ทรงดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย เดินไปเรียน ไปทำกิจกรรมเหมือนนักศึกษาทั่วไป แม้แต่รถยนต์ประจำพระองค์ก็ไม่ได้เข้ามาจอดภายในมหาวิทยาลัย พระองค์ภาฯ ทรงสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ในปี พ.ศ. 2540
ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ผมได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงนับว่าผมเป็นอธิการบดีที่โชคดีอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสถวายงานและร่วมกิจกรรมกับพระองค์ท่านในหลายวาระ จนกระทั่งทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2544 ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่ที่ธรรมศาสตร์ การถวายการดูแลพระองค์เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย พระองค์ท่านไม่เคยสร้างความลำบากใจให้แก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความมีวินัย ความเรียบง่าย ความรับผิดชอบ และความเป็นกันเอง ผมยังมีความทรงจำอันงดงามเกี่ยวกับพระองค์ท่านอีกมากมาย ซึ่งยังคงอยู่ในใจเสมอ
.jpg)
วันนี้ เมื่อเวลาผ่านไป และพระองค์ท่านทรงจากพวกเราไปก่อนวัยอันควร ผมรู้สึกโศกเศร้าอย่างยิ่ง ขอร่วมรำลึกถึงพระองค์ภาฯ ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และด้วยความเคารพรักอย่างสุดหัวใจ พระจริยวัตรอันเรียบง่าย ความมุ่งมั่นในการศึกษา และความเสียสละเพื่อสังคมของพระองค์ท่าน จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ชาวธรรมศาสตร์และคนไทยอีกยาวนาน ขอน้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง และขอให้พระองค์ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรไทยตลอดไป"
หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตและศิษย์เก่าธรรมศาสตร์จำนวนมากต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความอาลัยและขอบคุณที่ ดร.นริศ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้ เช่น
"ขอบคุณอาจารย์นะคะสำหรับความทรงจำอันงดงามเกี่ยวกับพระองค์ภา ท่านจะทรงสถิตอยู่ในดวงใจของชาวธรรมศาสตร์และพสกนิกรชาวไทยตลอดไป"
"อาจารย์โชคดีมากค่ะได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิด มีความประทับใจดีๆมาเล่าให้ฟัง ปราบปลื้มไปด้วยค่ะ"
"ขอน้อมถวามความอาลัย พระองค์สถิตในใจตราบนิรันดร์v
"ความทรงจำอันแสนงดงามยิ่ง"
"ทัชใจครับ อาจารย์ เป็นการบันทึกความทรงจำที่ปลิ้มปีติครับv
"ขอน้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง"
"ขอบคุณอาจารย์ที่ส่งต่อความทรงจำอันงดงามเกี่ยวกับพระองค์ภาฯ#ขอพระองค์เสด็จสู่สวรรค์ลัย"
"ขอบคุณมากค่ะที่ได้บอกให้พวกเรารู้ พระองค์ภาทรงสถิตในดวงใจชาวไทยและ มธ. ตลอดไป"
"เป็นความภาคภูมิใจที่สุดของท่านอธิบดีฯ ถึงแม้ว่าพระองค์ภาฯ จะไม่ได้ศึกษา B.E. ตอนท่านเป็นคณบดีฯ แต่ท่านก็หาแนวคิดกิจกรรมที่จะให้พระองค์เสด็จมา มธ. และตัดสินใจเป็นนักศึกษาได้ ดึใจกับชาวธรรมศาสตร์อย่างยิ่ง และเสียใจร่วมกับพสกนิกรทั่วทั้งประเทศกับการจากไปของพระองค์ท่านค่ะ"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก นริศ ชัยสูตร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี