542.jpg
คืนสู่บ้านเกิด กรมอุทยานฯปล่อย เสือปิ่น คืนผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง หลังฟื้นฟูจนฟิตปั๋ง-น้ำหนักพุ่ง 119 กิโล

คืนสู่บ้านเกิด กรมอุทยานฯปล่อย เสือปิ่น คืนผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง หลังฟื้นฟูจนฟิตปั๋ง-น้ำหนักพุ่ง 119 กิโล

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.35 น.

23 มิถุนายน 2569  เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยภาพภารกิจกลางดึก ส่งตัว เสือปิ่น เสือโคร่งเพศเมียรหัส HKT236F คืนสู่ธรรมชาติ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หลังเสร็จสิ้นการบำบัดและฟื้นฟูร่างกายจนสมบูรณ์แข็งแรงเต็มร้อย โดยครั้งนี้เจ้าหน้าที่คุมเข้มติดปลอกคอดาวเทียมวิทยุ เพื่อติดตามเส้นทางชีวิตใหม่ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสร้างความเข้าใจให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โพสต์ระบุว่า

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ร่วมกับสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สนธิกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจปล่อย “เสือปิ่น” เสือโคร่งเพศเมีย รหัส HKT236F กลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 22.00 น. ที่ผ่านมา ภายหลังจากการนำตัวมาดูแลรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายในกรงเลี้ยงกึ่งธรรมชาติ ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นเวลากว่า 3 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เสือโคร่งสามารถดำรงชีวิตในป่าธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย และลดผลกระทบต่อชุมชนรอบแนวเขตป่าอนุรักษ์
 
ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 พร้อมด้วยนางสาวพิมพ์ชนก สรงมงคล หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง, นางอัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ, นายสมโภช ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ, นายณัฐพงษ์ คงกระพันธ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานวิชาการ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นำโดยนายสุทธิพงษ์ แกมทับทิม หัวหน้ากลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า และคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจจนสำเร็จลุล่วง
 
นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เปิดเผยว่า “เสือปิ่น” เป็นเสือโคร่งเพศเมีย อายุประมาณ 13 ปี มีน้ำหนักแรกรับประมาณ 95 กิโลกรัม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เสือปิ่นได้เดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์มายังบริเวณอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับตัวและนำไปปล่อยคืนป่า ณ หน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แล้ว แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 พบว่าเสือปิ่นได้เดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกครั้ง บริเวณบ้านปางสัก ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ และได้สร้างความเสียหายแก่สัตว์เลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ตำบลแม่เล่ย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และนำตัวเสือปิ่นมาดูแลรักษาพร้อมฟื้นฟูสภาพร่างกายภายในกรงฟื้นฟูฯ ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นมา
 
ในระหว่างการฟื้นฟูเป็นเวลากว่า 3 เดือน เจ้าหน้าที่ได้จัดการเลี้ยงดูเสือปิ่นภายใต้สภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ เพื่อคงพฤติกรรมตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าและไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด ได้รับการฉีดวัคซีน และได้รับอาหารที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งก่อนดำเนินการปล่อยในครั้งนี้ สัตวแพทย์ได้ทำการรักษาบาดแผลภายนอกจนหายดี ทำการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจวิเคราะห์ และชั่งน้ำหนักล่าสุดพบว่าเสือปิ่นมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 119 กิโลกรัม ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเต็มที่ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เริ่มเคลื่อนย้ายเสือปิ่นออกจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในเวลา 18.00 น. ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และดำเนินการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัยในเวลา 22.00 น.
 
“การส่งเสือปิ่นกลับคืนสู่ผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้งในครั้งนี้ เป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร งานวิชาการ สัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาสมดุลของระบบนิเวศควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่รอบแนวเขตป่า โดยการปล่อยในครั้งนี้ได้ติดตั้งปลอกคอวิทยุดาวเทียมเพื่อติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่และพฤติกรรมของเสือโคร่งอย่างแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งสัตว์ป่าและชุมชน”
 
สำหรับขั้นตอนต่อไปภายหลังจากการปล่อยตัว คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเฝ้าติดตามสัญญาณจากปลอกคอร่วมกับการบินอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ตรวจสอบสถานะในทันที เพื่อให้มั่นใจว่าเสือปิ่นมีความปลอดภัยและสามารถปรับตัวได้ดี โดยหลังจากนี้ ทีมงานของกลุ่มงานวิชาการและสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จะยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของเสือโคร่งตัวดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนรอบผืนป่าในการสร้างความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top