542.jpg
กางสูตรสำเร็จล้านห้า นักเขียนดัง ผ่ากลยุทธ์เบื้องหลัง ชัชชาติ คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ สมัย 2

กางสูตรสำเร็จล้านห้า นักเขียนดัง ผ่ากลยุทธ์เบื้องหลัง ชัชชาติ คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ สมัย 2

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.12 น.

วานนี้ 30 มิถุนายน 2569 ธีรภัทร เจริญสุข นักเขียน นักแปล และทนายความ โพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาวบอกเล่าเรื่องราวเชิงลึกผ่านมุมมองคนวงในอย่างละเอียด จนกลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกออนไลน์ หลังจากที่ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสร็จสิ้นลง และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สามารถคว้าชัยชนะมาได้ด้วยคะแนนท่วมท้นถึง 1.53 ล้านเสียง โดยมีข้อความว่า "คะแนน 1.53 ล้านของชัชชาติมาจากไหน - มุมมองจากคนเบื้องหลัง

ได้ยินได้ฟังการวิเคราะห์ วิจารณ์ ของนักข่าว นักวิชาการ คอมเมนเตเตอรฺ์ มากมายในช่วงวันที่ผ่านมาหลังนับคะแนนผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร 2569 แล้วก็อยากจะถ่ายทอดมุมมองจากคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังตลอด 30 วันของการหาเสี่ยงครั้งนี้ (และเห็นมาตลอด 6 ปีตั้งแต่เริ่มหาเสียงวาระแรก) บ้าง


ธีรภัทร เจริญสุข

เมื่อเริ่มต้นความคิดว่า อ.จะลงสมัยที่สอง อ.ชัชชาติ เรียกทีมงานชุดเดิมเมื่อ 4 ปีก่อน (เกือบครบ เว้นบางคนที่เติบโตก้าวหน้าไปตามทางของตนเอง) มานั่งคุย แล้วก็ถ่ายทอดความคิดว่า "รอบนี้ ถ้าลง ต้องให้ได้คะแนนมากกว่าเดิม ทำได้มั้ย"

ทุกคนในตอนนั้น อึ้ง ทึ่ง ไปกันพักใหญ่ เพราะก็คิดตามกรอบที่นักวิชาการ สื่อ คิดกันทั่วไป ว่า สมัยสอง คนที่กระตือรือร้นออกเสียงก็น้อยลง คนที่ผ่านผลงานมาอาจจะไม่ชอบก็มี จะทำยังไงให้คะแนนเพิ่มขึ้นได้?

แต่ อ.ประแสง มงคลศิริ นักสถิติของทีม ก็เอาคะแนนโพลความนิยมของนิด้าโพลทั้ง 1-2-3-3.5 ปี มาเทียบกันดู แล้วก็พบว่า ประชาชนที่พึงพอใจในผลงานของ อ.ชัชชาติ เพิ่มขึ้น และแตะ 70% ด้วย (รวมพึงพอใจมาก กับ ค่อนข้างพึงพอใจ) ทีมงานก็วิเคราะห์ฺกันว่า เป็นไปได้

จากนั้น ทีมแคมเปญก็ตั้งเป้าหมายใหญ่ คือ "แข่งกับตัวเองเมื่อ 4 ปีก่อน" ให้ได้คะแนนมากกว่าเดิม ไม่ใช่การแข่งกับใครอื่น

ผลงานที่มีมา 4 ปี ทีมรองผู้ว่าฯ และทีมบริหาร วางแผนร่วมกับทีมนโยบายเพื่อนำมาสื่อสาร

ทีมครีเอทีฟ นำโดย CFO ก็รับเอาผลงานเก่าและนโยบายใหม่ มาย่อเพื่อให้คนเข้าใจง่าย และสร้างวิธีสื่อสารใหม่ที่ต่างจากเดิม

ทีมสื่อสาร ทั้งประสานงานผู้สื่อข่าว รายการ และอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงมือเขียนข่าวและช่างภาพ ก็วางแผนร่วมกับทีมครีเอทีฟวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง รับมือความแปรผันและวิกฤตที่เข้ามาในทุกขณะ

ทีมพื้นที่ ก็รวบรวมเอาเครือข่ายทำงานทั้งที่มีอยู่เดิม และอาสาสมัครใหม่ มาช่วยกันลงพื้นที่ จัดคิว จัดการสื่อสารกับคนในท้องถิ่นตามสถานที่ที่เหมาะสมให้เต็มที่

ทีมกฎหมาย บัญชี และธุรการ ก็เตรียมเอกสารต่างๆ ซัพพอร์ตเบื้องหลัง ทั้งการขออนุญาต การป้องกันความเสี่ยง การเบิกจ่ายต่างๆ ให้ราบรื่นในกรอบงบประมาณที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพที่สุด

(ทีมเทวสัมพันธ์ ก็ไม่ขาดของไหว้ ดอกไม้ธูปเทียนมาลัยเครื่องบูชานะเออ ฮ่า)

แต่ทีมแคมเปญทั้งหมดที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ประสานทุกอย่าง ก็เป็นเครื่องเสริมสิ่งที่อาจารย์ชัชชาติทำมาตลอด 4 ปีในตำแหน่งให้มั่นใจ

ธีรภัทร เจริญสุข

ไม่ใช่ว่าการหาเสียงเพียง 30 วัน จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก แต่ผมมองเห็นว่า 1.53 ล้านเสียงในวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เกือบทั้งหมด คือ "คำขอบคุณ" และ "สิ่งตอบแทนความไว้ใจ" ที่ประชาชนมอบให้อาจารย์ชัชชาติและทีมงาน

ในโลกยุคปัจจุบัน เสียงในโซเชียล "ดังเกินจริง" มีบ็อท ไอโอ อินฟลู นักแสดงความเห็น ผ่านสื่อมากมาย เป็นเสียงรบกวนที่อาจทำให้เราไขว้เขวมองไม่เห็นความจริง

แต่ความจริงนั้นเรามองเห็นได้ เมื่อเดินตามอาจารย์ไปยังท้องที่ต่างๆ ทั้งก่อนเริ่มการหาเสียง และในช่วงหาเสียง

อาจารย์ชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ มาแล้ว 4 ปี เป็นนักการเมืองเต็มตัวมาจนบัดนี้ ยังมีคนรอขอต่อคิวถ่ายรูปชนหมัดด้วยยาวเป็นชั่วโมงๆ

เพราะอะไร?

เหตุผลแรกที่ได้ยินจากประชาชนตามทางที่เดินผ่านพบเจอ คือ "อาจารย์ชัชชาติแก้ปัญหาให้เขาได้"

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาหลักอย่าง "น้ำท่วมขัง"

ถ้าเราตัดภาพในสื่อ เสียงในโซเชียลที่จ้องจับผิดจุดที่ยังทำได้ไม่ดีไม่กี่จุดออกไปก่อน (ซึ่งยังต้องปรับปรุง) เราจะเห็นได้ว่า จุดน้ำท่วมเรื้อรัง อย่างรัชดา ลาดพร้าว รามคำแหง หรือริมเจ้าพระยา หรือแม้กระทั่งกลางเมืองอย่างสยาม น้ำท่วมน้อยลง น้ำลดเร็วขึ้นจริง และคนที่อาศัยอยู่ก็ได้รับผลจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน

ปัญหาฟุตบาท ที่ในซอยอาจจะยังไม่ดี แต่ถนนหลักก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด, สวนที่มีมากขึ้น พื้นที่วางโล่งรกร้างก็ปลอดโปร่ง, พื้นที่การค้าก็เริ่มถูกจัดการให้เป็นระบบ

ถ้าเราเพ่งโทษ จับผิดแต่จุดที่ยังไม่ดีหนึ่งจุดในโลกออนไลน์ เราก็จะไม่เห็นอีกสิบจุดที่ดีขึ้นแล้วในโลกความจริง ซึ่งคนที่อยู่จริงใช้จริงได้ประโยชน์ และนั่นก็แปรเป็นคะแนนเสียงจริง

การแก้ปัญหาได้ที่แปรเป็นคะแนนอีกเรื่อง คือ Traffy Fondue

แน่นอนว่า มีการปิดเรื่องที่ไม่เรียบร้อย ใช้เอไอเจน หรือถ่ายรูปมาส่งชุ่ยๆ เป็นเรื่องที่ควรแก้ไข

แต่ใน 1.3 ล้านเรื่อง มีการให้คะแนนความพึงพอใจมา 8 แสนเรื่อง โดยใน 8 แสนเรื่องนั้นให้ความพอใจที่ 80% 

นี่คือตัวพิสูจน์ว่า ส่วนที่แก้แล้วเวิร์กมีมากกว่าเรื่องที่ปิดมั่วๆ

ถ้าคิดว่า 80% ของ 8 แสนเรื่อง คือ 6.4 แสนเรื่อง และประเมินว่าคนที่ส่งเรื่องร้องเรียนเฉลี่ย 2 เรื่องต่อคน นั่นคือ 3.2 แสนคะแนนตุนไว้ โดยไม่ต้องทำกราฟิกหน้าตัวเองแปะลงป้ายประกบโครงการ หรือติดหน้าชัชชาติลงโซเชียล และไม่มีระบบการอุปถัมภ์ใดๆ เกี่ยวข้อง

เหตุผลที่สอง คือ ความคุ้นเคยที่นำมาซึ่งความเชื่อใจ

การวิ่งทุกเช้า และสัญจรทุกสัปดาห์ ตลอดสมัยของผู้ว่าฯ 

คนที่พบเจอหน้ากัน ย่อมมีความไว้ใจมากกว่าคนที่ไม่เคยเจอหน้า

ผมค้านสุดตัวสุดหัวใจ สำหรับคนที่ชอบพูดว่า ทำตัวอย่างชัชชาติ เป็นบาร์ขั้นต่ำของนักการเมืองที่ต้องทำให้ได้ เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ

ขอโทษเถอะ คุณตื่นตีสี่มาวิ่งตรวจงาน ทักทายคน จากทองหล่อถึงเสาชิงช้าให้ได้สักเดือน ค่อยพล่ามนะ

อาจารย์ชัชชาติตื่นเช้า วิ่ง ทักทายประชาชนในกรุงทุกวัน ยกเว้นวันที่ไปราชการต่างประเทศ ต่างจังหวัดตลอด 4 ปี ตีกลมๆ 300 วันต่อปี ก็ 1,200 วัน ถ้าคิดว่าได้พบได้ทักทายคนตลอดทางวันละ 50 คน ก็ 60,000 คน มากกว่าคะแนนสูงสุดของ สก.ทุกเขตแล้ว

ลงพื้นที่สัญจร 50 เขต สองซีซัน คนที่ทานข้าวด้วยคือพี่กวาด คนเก็บขยะกับเทศกิจ คนที่เดิมเคยถูกมองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่างสุดของ กทม. แต่เป็นรากฐานที่เข้าถึงคนได้มากที่สุดของ กทม. เพราะเป็นคนที่เจอทุกคนตามถนนทุกวัน

ขึ้นรถไฟฟ้า รถเมล์ เดินห้าง พบเจอชัชชาติได้ทุกที่ งานหนังสือ งานสัตว์เลี้ยง งานเกม งานกีฬา

การเข้าถึงง่าย สบายๆ และไม่เรื่องมาก เป็นบุคลิกลักษณะที่ทำให้คนเชื่อใจและไว้ใจ

ซึ่งถ้าไม่มีคู่แข่งที่ใกล้เคียง คนเราก็จะเลือกคนใกล้ตัวที่พึ่งพิงได้ไว้ก่อน

เหตุผลที่สาม คือ ความเป็น "พ่อบ้าน"

สื่อบางรายและนักวิชาการหลายคน รวมถึงคู่แข่งทางการเมือง ใช้คำว่า ผู้ว่าฯ ไม่ควรเป็นแค่พ่อบ้าน ควรจะมีอุดมการณ์ ทะเยอทะยาน สร้างเมืองให้ยิ่งใหญ่ ฯลฯ

แต่เขาอาจจะลืมไปว่า ตอนนี้บ้านเมืองเรา ขาด "พ่อบ้าน" ที่จะมาคอยเก็บกวาด ทำความสะอาด และทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยเป็นปกติ

และประชาชนก็โหยหา "แผ่นหลังที่มั่นคง" ของคนที่เป็นพ่อบ้าน ให้พึ่งพิงอาศัยมายาวนานแล้ว หลังจากความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานจนเกินทน

บุคลิกของอาจารย์ชัชชาติที่ชัดเจนอย่างมาก คือ "ความเป็นพ่อ" และ "ความเป็นผู้ชาย" ที่ไม่ใช่ Toxic Masculinity

เป็นพ่อบ้านที่เอาใจใส่ แฟมิลี่แมน รักครอบครัว แบกรับปัญหา รับผิดชอบ ให้ความมั่นคงแบบดั้งเดิม เป็นค่านิยมซึ่งโลกทุกวันนี้ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายปั่นป่วนไม่แน่นอนกำลังโหยหาอยู่ลึกๆ

เราต้องการ "พ่อบ้าน" ที่พร้อมจะยืนหยัดเผชิญหน้ากับภัยอันตรายให้คนในบ้าน โดยที่ไม่โยนความรับผิดชอบไปให้คนอื่น

"พ่อบ้าน" ที่จะก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่บ่นพร่ำโทษใคร

"พ่อบ้าน" ที่เป็น "พ่อเมือง" ให้คนธรรมดาทั่วไปมั่นใจว่าจะไม่หนีไปไหนในยามยากลำบาก

แผ่นดินไหว
วิกฤตตึก สตง. ถล่ม
หลุมยุบ
น้ำท่วม
ภัยพิบัติต่างๆ

"พ่อบ้าน" ชื่อ "ชัชชาติ" ยืนอยู่กับทุกคนในเมืองไม่ไปไหน รับผิดชอบ ชี้แจงให้ทุกคนสบายใจ และนั่นก็แปรเป็นคะแนนเสียงส่งออกมา

เหตุผลสุดท้าย ที่ทำให้คะแนนเสียงของอาจารย์ชัชชาติ พุ่งขึ้นถึง 67% ในช่วงหาเสียง 30 วัน

คือการถูกโจมตีซ้ำๆ จากทุกฝ่าย

คุณสรยุทธ กล่าวว่า เป็นกระท้อน ยิ่งทุบยิ่งหวาน ยิ่งโจมตีคะแนนยิ่งขึ้น

ซึ่งสิ่งนั้นสะท้อนออกมาจากผลโพลรอบที่ 2-3 ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 จนถึงสัปดาห์สุดท้ายลงคะแนน

แน่นอน การทำงานของอาจารย์ชัชชาติไม่ได้สมบูรณ์แบบ หลายเรื่องต้องประนีประนอม หลายเรื่องไม่ได้ดั่งใจ โดยเฉพาะในมุมของนักวิชาการ สื่อ และแอคทิวิสต์ ที่เห็นว่าทำงานน้อยเกินไป เบาเกินไป อ่อนเกินไป แม้ว่าจะเป็นทีมผู้ว่าฯ ที่สนองต่อประเด็นของเขาได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้วก็ตาม เขาก็ไม่พอใจ ส่งเสียงดังวิพากษ์วิจารณ์ และบอกว่าจะหันไปเลือกคนอื่น เพราะคิดว่าไม่ตรงกับอุดมการณ์ของพวกเขามากพอ

แต่ในสายตาของประชาชนทั่วไป ที่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่คิดแบบนั้น

ยิ่งสื่อถ่ายทอดการโจมตี การแสดงความไม่พอใจ ของคู่แข่ง ของกลุ่มผลประโยชน์อื่น มากเท่าไร โดยข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียทุกอย่าง

สิ่งที่เรียกว่า "คะแนนสงสาร" ก็กลับมามีจริง

จาก 40-50% กลายเป็นว่าคะแนนความนิยมเพิ่มขึ้นเป็น 60-70%

คนที่คิดว่าอาจารย์ชนะ นอนมาแน่ ก็รู้สึกว่า ไม่ได้แล้ว พวกฉันต้องออกไปลงเสียงให้กำลังใจ ไม่งั้นจะแย่

วันเลือกตั้ง คะแนนจริงพุ่งมาถึง 68% และ 1.53 ล้านเสียง คือเสียงตอบแทนของประชาชนต่อการถูกกล่าวหาโจมตีครั้งนี้เช่นกัน

เหตุผลทั้งหมดที่ว่ามา คือมุมมองของผมในฐานะคนข้างหลัง ที่มองแผ่นหลังผ่านการหาเสียงตลอด 30 วันให้คำตอบต่อคะแนน 1.537 ล้านคะแนน ที่ประชาชนแสดงออก

อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่อยากให้ทุกท่านลองเอาไปพิจารณาประกอบดูครับ"

หลังจากที่โพสต์ของ ธีรภัทร เจริญสุข เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์วิเคราะห์ต่อยอด ทั้งชื่นชมทีมงาน และร่วมสะท้อนปัญหาจริงในพื้นที่อย่างคึกคัก เช่น

"เดือนหน้าเชียงใหม่ก็จะเริ่มทดลองใช้ Traffy Fondue บ้างแล้วครับ หลังเห็นตัวอย่างความสำเร็จจากกรุงเทพฯ โดยไม่เสียเวลาเริ่มต้นจากศูนย์กับโปรแกรมใหม่ ๆ ท้องถิ่นเริ่มตระหนักแล้วว่า ถ้าใช้ Traffy Fondue ให้เกิดประสิทธิผล มันจะช่วยสร้างความนิยมจากประชากรในพื้นที่ทั้ง gen เก่าและใหม่ได้แข็งแกร่งมาก ๆ ครับ (แต่ก็เป็นดาบสองคม ถ้าตามเก็บงานไม่ได้ ความนิยมก็ดิ่งเหว)"

"บ้านผมอยู่โซนรามคำแหง เคลียร์ปัญหาน้ำท่วมได้ดีมากครับ รวมทั้งเส้นรัชดาภิเษกแถวศาล อีกโครงการที่ประทับใจคือ ตรวจสุขภาพล้านคน คนออกมาเลือกตั้งน้อยลงจริง แต่ที่ออกมาคือ ตัังใจเลือก อาจารย์ชัชชาติ จริง"

"สมเป็นนักเขียนครับ สื่อประเด็นได้ครบดี โดยเฉพาะเรื่องเสียงใน social ดังเกินจริง เพราะ echo chamber อยากtag ใส่เพจฟุตบาทxxx ทั้งหลายในประเทศให้ได้อ่าน แต่engagement มันหอมหวาน คงไม่เข้าหัว เขาก็ต้องกินข้าว ที่ผมชื่นชมที่สุด คือ การรับมือกับการถูกโจมตี ที่ไว และ คม ”มุตาจะไม่เป็นเหยื่อของพวกแกอีกต่อไป!!“"

"อันนี้ผมขอแชร์ในมุมคนที่เลือก อ ชช รอบที่แล้ว และคิดว่าจะเลือกในรอบนี้แต่เปลี่ยนใจในช่วงสุดท้ายนะครับ เหตุที่เปลี่ยนใจนี่อาจจะฟังดูโง่ๆ แต่เกิดจากการขับรถผ่าน ถ สาธร ที่ไม่เรียบไปทั้งเส้น ทำให้นึกถึง ถ พระราม 3 ขึ้นมา (ถ้ายังจำได้พระราม 3 นี่เป็นหลุมตอนเลือกตั้งสมัย 1) ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้ายังเลือก อ ชช อยู่ จะส่งสัญญาณว่า 4 ปีที่ผ่านมาทำได้ดีพอแล้ว ซึ่ง 2 ตัวอย่างที่ผมยกมาบอกเลยว่ายังทำได้ไม่ดีพอครับ ต่อให้จะบอกว่าทำงานๆ ก็เถอะ…"

"ทีมทำงาน อ. ชช ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง สุดยอดทีมค่ะ เชื่อว่าคนที่เลือก อ.ชช เพราะเห็นความเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียวของทีม และ อ.ชช เองท่านก็ไม่ได้ one man show เสียทีเดียว ท่าจะโชว์ และpresent ทีมทุกครั้งที่มีโอกาส ทำใเกิความเชื่มั้นในตัวผู้ว่าฯที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีที่ยืนบนทีมที่เข้มแข็งที่สุดในโลก สุดยอดค่ะ"

"ชัดเจน ตรงประเด็น ชอบมากๆทีมเทวสัมพันธ์ อยากให้ช่วยผลักดันการใช้งาน Traffy Fondue ไปยังหน่วยงานอื่นๆ ถ้าทำได้จะดีมากๆเลยครับ ไม่ใช่เฉพาะการเพิ่มหน่วยงานแต่อยากให้เห็นการตอบสนองและการแก้ปัญหาของหน่วยงานนั้นๆด้วย เช่น กทพ เป็นต้น"

"Trust ของ อชช ที่สร้างมาตลอด น่ะมีอยู่จริง!!"

ธีรภัทร เจริญสุข

ธีรภัทร เจริญสุข

ธีรภัทร เจริญสุข

ธีรภัทร เจริญสุข

ธีรภัทร เจริญสุข

ธีรภัทร เจริญสุข

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Theerapat Charoensuk

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top