วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่ง และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ท่าเรือระนองหรือปากบารา ประตูอันดามันของไทย?
รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือฝั่งอันดามัน ท่ามกลางการปรับทิศทางของโครงการแลนด์บริดจ์และแนวคิด "Missing Link" ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หากเราจะลงทุนพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันอย่างจริงจัง ระหว่างระนองกับปากบารา (จ.สตูล) เราควรเลือกที่ใด
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า "จังหวัดไหนได้เปรียบกว่า" แต่อยู่ที่ว่า เราต้องการให้ท่าเรือแห่งนั้นทำหน้าที่อะไร
1. ไทยจำเป็นต้องมีท่าเรือฝั่งอันดามันหรือไม่?
ประเทศไทยมีชายฝั่งอันดามันยาวกว่า 1,100 กิโลเมตร แต่บทบาทด้านการค้าระหว่างประเทศยังน้อยกว่าศักยภาพ
นั่นคือคำตอบว่า "จำเป็น" เพราะท่าเรือฝั่งอันดามันจะช่วยเปิดประตูสู่มหาสมุทรอินเดีย เชื่อมโยงการค้ากับอินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรปได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาท่าเรือฝั่งอ่าวไทยเพียงด้านเดียว หากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบเส้นทางเดินเรือหรือโครงสร้างพื้นฐาน เรายังมีทางเลือกในการขนส่งสินค้า
แต่การมีท่าเรือเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค เพราะสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ สินค้าจะมาจากไหน และใครจะเลือกใช้ท่าเรือนั้น
2. ใครจะใช้ท่าเรือฝั่งอันดามันของไทย?
ความสำเร็จของท่าเรือไม่ได้วัดจากขนาดของโครงการ แต่วัดจากปริมาณสินค้าและจำนวนเรือที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ฐานสินค้าหลักควรมาจากทุกภาคของไทย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายถนนและรถไฟ เช่น เมียนมา และในบางกรณีอาจรวมถึงลาวหรือจีนตอนใต้ หากมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
ในอีกด้านหนึ่ง สายการเดินเรือจะตัดสินใจแวะท่าเรือก็ต่อเมื่อมีปริมาณสินค้ามากพอ มีต้นทุนที่แข่งขันได้ ใช้เวลาน้อย และสามารถเชื่อมต่อกับระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. “ระนองกับปากบารา” ต่างกันอย่างไร?
ปากบาราได้เปรียบด้านที่ตั้ง เพราะอยู่ใกล้ช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่มีความหนาแน่นของโลก เรือที่แล่นระหว่างเอเชียกับยุโรป ตะวันออกกลาง หรือแอฟริกาสามารถเบี่ยงเข้าเทียบท่าได้โดยใช้ระยะทางเพิ่มไม่มากนัก จึงอาจเป็นปัจจัยที่ดึงดูดสายการเดินเรือระหว่างประเทศได้ อีกทั้งมีศักยภาพรองรับเรือขนาดใหญ่ด้วย
ในขณะที่ระนองอยู่ห่างจากช่องแคบมะละกามากกว่า เปรียบเสมือนท่าเรือในซอย อาจไม่จูงใจให้เรือแวะมารับส่งสินค้า แต่ระนองมีศักยภาพในการเชื่อมโยงการค้ากับเมียนมาและพื้นที่รอบอ่าวเบงกอล
4. บทเรียนจากต่างประเทศ
หากมองไปยังประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการขนส่งทางทะเล จะพบว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจาก “ทำเล” เพียงอย่างเดียว
สิงคโปร์ตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเรือสำคัญก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการขนส่งระดับโลก คือการพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์แบบครบวงจร มีท่าเรือที่เชื่อมต่อกับนิคมอุตสาหกรรม เขตปลอดอากร คลังสินค้า ระบบราง และบริการด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ทุกสายการเดินเรือสามารถลดต้นทุนและประหยัดเวลาได้
ในมาเลเซีย ทั้งท่าเรือปีนังและพอร์ตกลังก็ไม่ได้แข่งขันกันเองจนเหลือเพียงแห่งเดียว แต่ต่างมีบทบาทที่สอดคล้องกับทำเลและฐานเศรษฐกิจของตน ทำให้ท่าเรือทั้งสองเติบโตควบคู่กัน และร่วมกันเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
บทเรียนสำคัญคือ ท่าเรือที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการมีทำเลดีที่สุด แต่เกิดจากการเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง
ดังนั้น เราจึงไม่ควรถามเพียงว่า "ระนองหรือปากบารา" แต่ควรถามว่า จะออกแบบระบบโลจิสติกส์อย่างไร เพื่อให้ท่าเรือแห่งนั้นมีสินค้าและสายการเดินเรือเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
5. ประเทศไทยควรเลือกอะไร?
คำตอบขึ้นอยู่กับเราต้องการยุทธศาสตร์ท่าเรือแบบใด หากต้องการเป็นประตูการค้าสู่มหาสมุทรอินเดีย เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน และรองรับการเติบโตของภาคตะวันตกของประเทศ ท่าเรือระนองอาจเหมาะสม
แต่หากต้องการดึงสายการเดินเรือระหว่างประเทศที่ผ่านช่องแคบมะละกาให้แวะเทียบท่า ท่าเรือปากบาราอาจมีความได้เปรียบกว่า
ท้ายที่สุด การตัดสินใจไม่ควรตั้งอยู่บนความรู้สึกหรือการแข่งขันระหว่างจังหวัด หากแต่ต้องอาศัยข้อมูลด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ โลจิสติกส์ สิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ของประเทศประกอบกัน
เพราะสิ่งที่เรากำลังตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงการเลือกทำเลสร้างท่าเรือ แต่คือการกำหนด "ประตูการค้า" ของประเทศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี