Logo วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
แพทย์ มช. เผยคำพูดที่ได้ยินบ่อย จากผู้ป่วยวาระสุดท้าย สิ่งที่กลัวที่สุดไม่ใช่ความตาย 

แพทย์ มช. เผยคำพูดที่ได้ยินบ่อย จากผู้ป่วยวาระสุดท้าย สิ่งที่กลัวที่สุดไม่ใช่ความตาย 

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.59 น.
Tag : ถวัลย์รัตน์รัตนสิริ ผู้ป่วยวาระสุดท้าย แพทย์มหาลัยเชียงใหม่
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 อ.พญ.ถวัลย์รัตน์ รัตนสิริ อาจารย์ประจำหน่วยการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้ข้อมูลว่า หลายคนคิดว่า เมื่อแพทย์บอกว่าโรครักษาไม่หาย สิ่งที่ผู้ป่วยกลัวที่สุดคงเป็น “ความตาย”

จากประสบการณ์ของทีมแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง กลับพบว่า สิ่งที่อยู่ในใจของผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่ใช่การมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด หากเป็นการมี “คุณภาพชีวิตที่ดี” ในทุกวันที่ยังเหลืออยู่


ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่ได้กังวลว่าตนเองจะเสียชีวิตเมื่อไร แต่กังวลว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บปวด กลัวการนอนติดเตียง กลัวช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ “ไม่อยากเป็นภาระของคนที่รัก”

หลายคนยังมีเรื่องที่ค้างคาใจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพย์สิน พินัยกรรม ภาระทางการเงิน หรือเพียงความหวังเล็ก ๆ ที่อยากมีโอกาสเห็นลูกเรียนจบ เห็นหลานเกิด หรือได้กลับไปใช้ชีวิตในบ้านของตนเอง

คำพูดที่ทีมรักษาได้ยินบ่อยที่สุด จึงไม่ใช่คำว่า “ช่วยให้ผมหาย” แต่กลับเป็น

“ไม่อยากเจ็บปวด”

“ไม่อยากเป็นผู้ป่วยติดเตียง”

“ไม่อยากเป็นภาระของครอบครัว”

และ “อยากมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด…แต่ขอให้ยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

คำพูดเหล่านี้สะท้อนว่า ในช่วงท้ายของชีวิต ผู้ป่วยไม่ได้ต้องการเพียงเวลาที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องการเวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความหมาย

เรื่องที่หลายครอบครัวไม่กล้าพูด

เมื่อคนในครอบครัวล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรง หลายคนเลือกหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องอนาคต เพราะกลัวว่าผู้ป่วยจะหมดกำลังใจ

แต่ความเงียบกลับอาจทำให้ทุกฝ่ายต้องเผชิญความไม่แน่นอนเมื่อถึงวันที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้อีก

คำถามง่าย ๆ ที่ควรถามตั้งแต่วันนี้ เช่น

• หากอาการทรุดลง อยากได้รับการดูแลแบบไหน

• อยากใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตที่บ้านหรือโรงพยาบาล

• อยากรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคมากน้อยเพียงใด

• มีเรื่องใดที่ยังค้างคาใจ หรืออยากจัดการให้เรียบร้อยหรือไม่

แม้เป็นคำถามที่ยาก แต่การได้พูดคุยกันตั้งแต่ผู้ป่วยยังตัดสินใจได้ด้วยตนเอง จะช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวคลายความกังวล ลดความสับสน และทำให้การตัดสินใจในอนาคตเป็นไปตามความตั้งใจของผู้ป่วยจริง ๆ

การรับฟัง…คือการรักษาอีกแบบหนึ่ง

หัวใจของการดูแลแบบประคับประคอง ไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการรับฟังว่า “ผู้ป่วยให้คุณค่ากับอะไร”

เมื่อทีมรักษาเข้าใจความต้องการของผู้ป่วย การดูแลก็จะสอดคล้องกับชีวิตที่ผู้ป่วยอยากมี ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาความเจ็บปวด การจัดการเรื่องที่ยังค้างคาใจ การรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ หรือการวางแผนร่วมกับครอบครัวก่อนที่ผู้ป่วยจะไม่สามารถสื่อสารได้

ประเทศไทยยังมีกฎหมายรองรับการทำ “หนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า” (Living Will) ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถระบุความประสงค์เกี่ยวกับการรักษาในช่วงท้ายของชีวิตไว้ล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้ครอบครัวและทีมรักษาตัดสินใจได้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย แม้ในวันที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้แล้ว

หัวใจของการดูแลแบบประคับประคอง ไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการรับฟังว่า “ผู้ป่วยให้คุณค่ากับอะไร”

เมื่อทีมรักษาเข้าใจความต้องการของผู้ป่วย การดูแลก็จะสอดคล้องกับชีวิตที่ผู้ป่วยอยากมี ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาความเจ็บปวด การจัดการเรื่องที่ยังค้างคาใจ การรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ หรือการวางแผนร่วมกับครอบครัวก่อนที่ผู้ป่วยจะไม่สามารถสื่อสารได้

ประเทศไทยยังมีกฎหมายรองรับการทำ “หนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า” (Living Will) ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถระบุความประสงค์เกี่ยวกับการรักษาในช่วงท้ายของชีวิตไว้ล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้ครอบครัวและทีมรักษาตัดสินใจได้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย แม้ในวันที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้แล้ว

สามารถศึกษาตัวอย่างรูปแบบเอกสารได้จากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เว็บไซต์ www.thailivingwill.in.th  เว็บไซต์ https://www.nationalhealth.or.th/elivingwill ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ https://w1.med.cmu.ac.th/family/knowledge/for-doctor/book/6167 ของภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วปรับใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง

ความเข้าใจผิดที่ควรเปลี่ยน

หลายคนยังเข้าใจว่า การดูแลแบบประคับประคองคือการหยุดรักษา หรือเป็นการรอให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

แต่ในความเป็นจริง การดูแลแบบประคับประคองไม่ได้หมายถึงการยอมแพ้ หากเป็นการดูแลควบคู่กับการรักษาหลัก โดยมุ่งบรรเทาความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เช่นเดียวกับความเชื่อที่ว่ามอร์ฟีนทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะยาดังกล่าวใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดและอาการหอบเหนื่อย ภายใต้ข้อบ่งชี้และการดูแลของแพทย์อย่างเหมาะสม

 ส่วนการุณยฆาตนั้น ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ การดูแลแบบประคับประคองจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเร่งการเสียชีวิต แต่เพื่อให้ผู้ป่วยจากไปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

เพราะการดูแลที่ดีที่สุด…ไม่ใช่การยื้อชีวิตเสมอไป

การดูแลแบบประคับประคองเป็นการดูแลแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ และไม่ควรเริ่มต้นเฉพาะช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงหรือโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด

ในประเทศไทย การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 25 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ยิ่งเริ่มดูแลเร็ว ผู้ป่วยก็ยิ่งมีโอกาสใช้ชีวิตตามคุณค่าที่ตนเองต้องการ ขณะที่ครอบครัวก็มีเวลาพูดคุย วางแผน และเตรียมความพร้อมร่วมกัน

ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลแบบประคับประคองไม่ได้เปลี่ยนจุดหมายปลายทางของชีวิต แต่เปลี่ยนวิธีการเดินทางให้เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความเคารพในศักดิ์ศรีของผู้ป่วย และความรักที่ยังคงอยู่ในทุกช่วงเวลาจนถึงวันสุดท้าย

เพราะบางครั้ง…ของขวัญที่ดีที่สุดที่เรามอบให้คนที่รัก ไม่ใช่การยื้อเวลาให้นานที่สุด แต่คือการทำให้ทุกวันที่เหลืออยู่ เป็นวันที่มีคุณภาพและมีความหมายที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :อ.พญ.ถวัลย์รัตน์  รัตนสิริ อาจารย์ประจำหน่วยการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

'ผอ.มศว' ดอดมอบตัวกองปราบ โดนแจ้ง 7 ข้อหาหนัก คดีโกงสอบท้องถิ่น

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟมนต์รักหลอน ดับแสงรวี ซี นุนิว พาผูกชะตาฝ่าคำสาปคฤหาสน์ลึกลับ

เมกาบางนา ชวนสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ด ส่งต่อความรัก ผ่านเมนูเครื่องดื่มนมสุดพิเศษจาก 12 ร้านดัง

อลังการกลางเมืองดอกบัว เพชร แอ้ม แบม ร่วมขบวนแห่เทียนพรรษาอุบลฯ ครั้งแรก สืบสานประเพณี

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved