วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ และ จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา ในหัวข้อ "ระวัง 5 โรคจิตเวช ที่มักเกิดหลังได้รับ *บาดแผลทางใจ* คุณเป็นโรคไหน…เช็กด่วน"
เมื่อพูดถึง “บาดแผลทางใจ” หลายคนอาจนึกถึง PTSD แต่ในความจริงมีโรคในกลุ่ม ที่เกี่ยวกับบาดแผลทางใจ ( Trauma- and Stressor-Related Disorders) หลายรูปแบบ และสิ่งสำคัญคือ การมีบาดแผลไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นโรค เพราะแม้คนจำนวนมากเคยผ่านเหตุการณ์กระทบกระเทือนทางใจ แต่มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่พัฒนาเป็นความผิดปกติทางจิตเวชครับ
1. โรคความผูกพันแบบตอบสนองผิดปกติ (Reactive Attachment Disorder: RAD) มักพบในเด็กที่เคยถูกละเลยหรือได้รับการดูแลไม่เพียงพออย่างรุนแรง เด็กจะถอนตัวและไม่ค่อยแสวงหาการปลอบโยนจากผู้ดูแล ราวกับเรียนรู้ว่า “เวลาฉันกลัว ฉันพึ่งใครไม่ได้” ครับ
2. โรคการเข้าสังคมแบบไม่ยับยั้งกับคนแปลกหน้า (Disinhibited Social Engagement Disorder: DSED) มีพื้นฐานคล้ายกันแต่แสดงออกตรงข้าม คือเด็กอาจเข้าหาคนแปลกหน้าอย่างสนิทสนมและไม่ระมัดระวังเกินวัย จึงไม่ใช่เพียงเด็กเฟรนด์ลี่ แต่ต้องพิจารณาร่วมกับประวัติการเลี้ยงดูครับ
3. โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post-Traumatic Stress Disorder: PTSD) ผู้ป่วยอาจมีภาพหรือความทรงจำย้อนกลับ ฝันร้าย หลีกเลี่ยงสิ่งเตือนใจ อารมณ์เปลี่ยน และตื่นตัวสูง เช่น สะดุ้งง่ายหรือนอนไม่หลับ เปรียบเหมือน เหตุการณ์จบไปแล้ว แต่สัญญาณเตือนไฟไหม้ในสมองยังคงร้องอยู่ ครับ
4. โรคเครียดเฉียบพลัน (Acute Stress Disorder: ASD) มีอาการคล้าย PTSD แต่เกิดในช่วง 3 วันถึง 1 เดือนหลังเหตุการณ์ ดังนั้นคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญแล้วมีอาการในช่วงแรก ยังไม่ควรรีบสรุปว่าตัวเองเป็น PTSD ครับ
5. โรคการปรับตัวผิดปกติ (Adjustment Disorder) ตัวกระตุ้นไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์รุนแรง แต่อาจเป็นการเลิกรา ตกงาน เจ็บป่วย หรือปัญหาครอบครัว แล้วเกิดความทุกข์จนกระทบการเรียน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ครับ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เช็กด่วน” หมายถึงเช็กเพื่อสังเกตตัวเอง ไม่ใช่เช็กเพื่อวินิจฉัยตัวเอง เพราะความเศร้า ความกลัว หรือนอนไม่หลับหลังเจอเรื่องร้าย ไม่ได้หมายความว่าเราป่วยเสมอไป สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เราเจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหน” แต่คือ “หลังเรื่องนั้นผ่านไป ชีวิตของเรายังต้องต่อสู้กับมันอยู่หรือเปล่า” และหากอาการเริ่มรบกวนชีวิตอย่างชัดเจน การเข้ารับการประเมินย่อมมีประโยชน์กว่าการพยายามตั้งชื่อโรคให้ตัวเองครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี