วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
13 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) และอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ประชาชนจะสับสน… เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจะเกิดปัญหา…
-------------------------------------------------------
บรรดาอาจารย์สอนกฎหมายคงต้องออกมาอธิบายความแล้วครับ…
คำพูดข้อความเดียว "แม้จะยิงโจรในบ้านก็ผิด" จากคำพูดนี้อาจจะทำให้มีคนตัดสินใจไปเป็นโจรก็เป็นได้!!!
สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน นอกจากรัฐจะต้องรับผิดชอบในการให้ความคุ้มครองป้องกันแก่ประชาชนแล้ว คนทุกคนยังได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมาย เรียกกันว่า "ป้องกันสมควรแก่เหตุ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ บัญญัติว่า ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้จะทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด องค์ประกอบสำคัญ "ตกอยู่ในภยันตรายที่เป็นการประทุษร้ายอันละเมิดกฎหมายและใกล้จะถึง และไม่สามารถขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงได้จึงจำต้องกระทำไปเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือผู้อื่น โดยได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ"
คนร้ายปีนรั้วมาลักลูกมะม่วงเลยใช้ปืนยิงตาย... อย่างนี้สิจะเป็นตามที่ท่านพูด... แต่ถ้าคนร้ายมีปืนเข้ามาลักทรัพย์ในบ้านสอดส่ายอาวุธพร้อมยิง เจ้าของบ้านเลยยิงตายกฏหมายมาตรานี้จะคุ้มครอง(ไม่ผิด)
คดีที่กำลังดังอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี!!!
มีวงจรปิดบันทึกภาพชัดเจน เดินถือปืนเอามือไขว้หลังเข้ามาหาผู้ตายซึ่งนั่งอยู่ในรถ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ(ฝ่ายเดียว) เพราะมีภาพผู้ตายยื่นมือออกมาปัดๆ ห้ามๆ ผู้ต้องหาอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนผู้ต้องหาลงมือยิง (อย่างเมามัน) แล้วเดินทอดน่องไปอย่างสบายอารมณ์ (ไม่แน่ใจว่าผิวปากไปด้วยหรือไม่) ยังมีหน้าจะมาสู้เรื่องป้องกันสมควรแก่เหตุอีกหรือ??? ถ้าฝ่ายผู้ตายยิงสู้สิ ฝ่ายผู้ตายถึงจะอ้างป้องกันได้เพราะฝ่ายผู้ตายไม่ใช่ฝ่ายผู้ก่อเหตุ…
แถมจะมีอ้างเหตุบันดาลโทสะ โดยอ้างว่ามาทวงหนี้แต่ผู้ตายไม่พูดด้วยเลยโกรธ "โกรธ" กับ "บันดาลโทสะ" ตามบทบัญญัติของกฎหมายมันคนละเรื่องกันนะครับ!!! จะอ้างเหตุบันดาลโทสะได้นั้นจะต้องถูกข่มแหงใจอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ถ้าเป็นหนี้กันจริงก็ชอบที่จะไปใช้สิทธิทางศาลฟ้องบังคับชำระหนี้ ไม่ใช่พกปืนไปทวงหนี้พอลูกหนี้ไม่คุยด้วยเลยยิงทิ้ง เรียกภาษาบ้านๆ ว่าตั้งท่าสู้คดีแบบสะเปะสะปะ
บช.ภ.๑ คงต้องรีบไปสอบปากคำคนขับรถ(โดยด่วน) วงจรปิดในอาคาร นอกอาคาร เจ้าหน้าที่ พนักงานทุกคน DNA เขม่าปืน อย่าไปหลงทางเพื่อพิสูจน์สาเหตุการยิงมากนัก เพราะการสืบสวนสาเหตุการยิงก็เพื่อหาตัวหรือยืนยันตัวคนร้าย แต่คดีนี้คนร้ายเห็นชัดๆ อยู่แล้ว ทำสำนวนให้เสร็จโดยเร็วที่สุด(ไม่น่าจะเกินสามสิบวัน) แล้วรีบฟ้องเพื่อให้ศาลลงโทษโดยเร็ว เป็นการไถ่โทษที่ให้ผู้ต้องหาสูบบุหรี่ในห้องประชุม… อย่าให้ต้องเสียชื่อไปถึงอดีต ผบช.ภ.๑ นะครับ
การเข้มงวดเรื่องการพกปืนของเจ้าหน้าที่คงต้องคิดให้รอบคอบ… ให้เฉพาะคนเข้าเวรพก แต่ความเป็นเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะตำรวจว่ากันว่า "แม้จะแก้ผ้าก็ยังเป็นตำรวจ" ตอนเข้าเวรเพิ่งจับคนร้ายส่งโรงพักพอออกเวรพวกคนร้ายรู้ว่าตำรวจคนนั้นพกปืนไม่ได้คงไปรอบังสุกุลกันอยู่ละ…
ยิ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยิ่งเห็นได้ชัด... ผมว่าคำสั่งลักษณะนี้คงไม่เหมือนกับการออกคำสั่งควบคุมราคาไข่เป็ดไข่ไก่นะครับ!!!
ด้วยความเคารพและปรารถนาดี
พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน
อดีต ผบช.ภ.๑
๑๓ ส.ค. ๖๙
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี