ตามล่า!จอมขมังเวทย์ทำน้ำมันพราย โชว์ภาพหราพิธีกรรมผ่านเฟสบุ๊ค
วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558, 15.36 น.
Tag :
วันที่ 28 เม.ย. 58 จากกรณีตำรวจภาค 5 โดยการนำของ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ได้ทำการตรวจสอบตามวัดต่าง ๆ ที่เหล่าพระสงฆ์ ได้นำซากศพเด็กทารก มาทำพิธีทางไสยเวทย์ รวมทั้งกะโหลกมนุษย์ และได้ดำเนินการขุดศพเด็กหญิงวันเพ็ญ ที่ถูกฝังใต้ฐานพระพรหม ที่วัดห้วยดินจี อ.ดอยหล่อ เชียงใหม่ ช่วยให้วิณญาณเด็กได้ไปผุดไปเกิดตามหนังสือร้องเรียนให้ช่วยเหลือ และทำการตรวจสุสานหายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ต้นตอของการนำชิ้นส่วนศพเด็กขาย และชิ้นส่วนศพอื่น ๆ ของมนุษย์ พบสัปเหร่อ สองคนผัวเมีย คือ นางสมบูรณ์ เนรมิตร อายุ 72 ปี และนายสุทัศน์ เนรมิตร อายุ 58 สัปเหร่อสุสานหายยา ชาวจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ยึดเศษชิ้นส่วนของศพจำนวนถึง 20 ถุง ซุกซ่อนอยู่ใต้ถุนเมรุของสุสาน ตรวจสอบ โดยนายสุทัศน์ ได้รับสารภาพว่าได้รับเศษชิ้นส่วนศพ มาจาก รพ.ต่าง ๆ ในเขตภาคเหนือและคลีนิกต่าง ๆ เพื่อให้มาเผา ทั้งที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้มีการยกเลิกการรับเผาศพและชิ้นส่วนศพของทาง รพ.แต่ละแห่งรวมทั้งของคลีนิกไปนานกว่า 2 ปี จึงได้ดำเนินคดีกับทางสัปเหร่อ สองคนผัวเมีย ส่วนทางเทศบาลนครเชียงใหม่ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบทางวินัย นายสุทัศน์ ที่แอบทำการรับเผาชิ้นส่วนศพจาก รพ.อื่นๆ ทั้งที่ทางเทศบาลมีคำสั่งยกเลิกไป ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
.jpg)
ล่าสุด ทาง พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมพนักงานสอบสวน ได้นำตัว นางสมบูรณ์ เนรมิตร และนายสุทัศน์ เนรมิต สัปเหรอสุสานหายยา ซึ่งเป็นสามีภรรยา มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม และได้แจ้งข้อกล่าวหา " ร่วมกันดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ โดยไม่ได้รับอนุญาตและทำการเก็บ ขน หรือกำจัดมูลฝอยติดเชื้อโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนเทศบัญญัตินครเชียงใหม่ เรื่องการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2547 โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งฟ้องศาล จังหวัดเชียงใหม่ ทันทีในวันนี้
พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ได้เปิดเผยว่า สองผัวเมียนั้นได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เรื่องของการดำเนินการรับเผาจัดการชิ้นส่วนศพฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง อัตราโทษ จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นข้อหาที่ทางตำรวจภาค 5 ได้ไปตรวจค้นเจอซากศพชิ้นส่วนศพในถุงดำ ใต้ถุนเมรุเผาในสุสานหายยา ซึ่งรอการเผา ทั้งสองรับสารภาพ สำหรับเรื่องการซากศพเด็กหญิงวันเพ็ญ กับนางสมบูรณ์ นั้้น อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยดินจี่ อ.ดอยหล่อ ได้ให้การยืนยันว่าได้ให้คนขับรถมาซื้อจากป้าบุญ ที่สุสานหายยาไป และสุดท้ายจากการตรวจของแพทย์นิติเวช พบว่า น้องวันเพ็ญ นั้นเสียชีวิตก่อนคลอด นายเฉลิม อดีตเจ้าอาวาสที่นำศพเด็กไปฝังไว้ใต้ฐาน จึงไม่มีความผิด ทางเราจึงได้กันตัวเป็นพยาน ในเรื่องของการซื้อขายชิ้นส่วนศพซากศพ ซึ่งในคดีนี้ เรากำลังสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับนางสมบูรณ์ หรือป้าบุญ อยู่ และกำลังศึกษาข้อกฏหมายว่า นางสมบุรณ์ นั้นจะเข้าข่ายความผิดข้อกฏหมายข้อใด ต่อไป
.jpg)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า ได้มีกลุ่มบุคคลได้ทำการโฆษณา วิธีการนำชิ้นส่วนศพมาทำพิธีเคี้ยวกับน้ำมันและผลิตเป็นน้ำมันพราย บรรจุใส่ขวด และบางรายก็เอาเฉพาะชิ้นส่วนศพตรงอวัยวะเพศ หญิงเพศชาย มาเคี่ยว ในน้ำมัน โดยนำภาพวิธีการทำลงในเว็ปไซค์และเฟสบุ๊ค เพื่อเป็นการโฆษณา สรรพคุณ และความขลังเพื่อจูงใจลูกค้าชาวต่างชาติ โดยพวกนี้จะทำตัวเป็นจอมขมังเวทย์ และผลิตวัตถุมงคล แบบพิศดาร ออกจำหน่ายส่งออกให้กับชาวต่างประเทศ อันทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียง
โดยเรื่องนี้ทาง พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว และได้ส่งชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาจุดเป้าหมายของกลุ่มพวกนี้ ซึ่งอาจเป็นสำนักหรือโรงงานผลิตวัตถุมงคล แล้ว โดยทางตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ได้ลงพื้นที่ ตามการโฆษณาของกลุ่มฯตามที่ระบุไว้ในเฟสบุ๊ค และก็พบเป้าหมาย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.แม่แตง และ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยได้รายงานให้ทาง พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ทราบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบกันต่อไป
พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ได้เปิดเผยว่า กรณีที่มีกลุ่มบุคคลได้นำ หรือมาซื้อชิ้นส่วนซากศพจากสุสานแล้วนำไปทำน้ำมันพราย เครื่องรางของขลัง ออกจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งผิดกฏหมาย และผิดศีลธรรมประเพณีอันดีงามของไทย นั้น เรื่องนี้ทาง ท่าน พล.ต.อ.เรื่องศักดิ์ ศิริเอก รอง ผบ.ตร. ท่านได้สั่งการมายังผู้การสืบสวนทุกภาค ทำการสอดส่องดูแลบุคคลที่มีพฤติการณ์ในเรื่องเหล่านี้ และให้ไปหาเครือข่ายไปหาขบวนการ เพื่อให้ทางผู้การสืบสวนทุกภาค รับผิดชอบในเรื่องนี้ รวมทั้งผู้กำกับแต่ละโรงพักให้ดูและสอดส่องในเรื่องนี้ โดยในส่วนของตำรวจภาค 5 นั้น ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภาค 5 ลงพื้นที่ไปหาข่าว กับบุคคลและพระสงฆ์ ที่มีพฤติกรรมที่นำชิ้นส่วนศพมากระทำพิธีที่ไม่เหมาะสม ซึ่งก็ได้สืบสวนจนพบว่า ที่เชียงใหม่ นั้น มีอยู่ด้วยกัน 3 ราย ที่ทราบว่า มารับซื้อชิ้นส่วนศพจากสุสาน ไปประกอบพิธี ทำน้ำม้นพราย หรือทำมวลสาร เพื่อผลิตวัตถุมงคลออกจำหน่ายให้กับชาวต่างประเทศ ทั้งเวียดนาม จีน มาเลเซีย สิงคโปร์
และจากการตรวจสอบยังพบว่า บุคคลทั้งสามคน ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นพวกจอมขมังเวทย์ นั้นได้ขึ้นโฆษณาตามเว็ปไซค์ และเฟสบุ๊ค ของตนเอง ลงภาพในขั้นตอนทำพิธี นำชิ้นส่วนศพมาทำการเคี่ยว ผสมน้ำมัน ในหม้อดิน เห็นเป็นกะโหลกศีรษะคน เคี่ยวจนเนื้อหลุดเป็นน้ำมัน ลงภาพโฆษณา กรรมวิธีของตนเอง บางรายนั้น เน้นเอาเฉพาะอวัยวะเพศของชายและหญิง ลงเคี่ยวผสมน้ำมัน ซึ่งทางตำรวจภาค 5 ได้ก๊อปเอาภาพโฆษณาของบุคคลพวกจอมขมังเวทย์ ทั้งสาม คนไว้แล้ว และส่งตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ประสานกับทางตำรวจท้องที่ เพื่อเข้าตรวจสอบจุดเป้าหมายและได้ให้ตำรวจไปดำเนินการขอหมายค้น และเตรียมดำเนินการเข้าตรวจค้นต่อไป และทราบว่า บุคคลพวกนี้นั้นได้มีการมาซื้อซากชิ้นส่วนศพจากสุสานต่างๆ รวมทั้งสุสานหายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ก็เคยมาซื้อและทราบมาว่า ซากชิ้นส่วนศพจำนวน 16 ถุง ที่ตำรวจพบในสุสานหาย และส่ง ตรวจสอบแผนกนิติเวช นั้น ทราบว่า มีกลุ่มจอมขมังเวทย์ คือ นายทรัพย์ แห่ง อ.แม่แตงเชียงใหม่ได้ติดต่อกับ ป้าบุญ เพื่อซื้อไว้ทั้งหมดแล้ว แต่ก็มาถูกตำรวจภาค 5 บุกเข้าตรวจสอบและยึดไว้เสียก่อน
.jpg)
ต่อมาผู้สื่อข่าว ได้สอบถามไปยังนางสมบูรณ์ เนรมิตร หรือป้าบุญ ฉายา เจ้าแม่แห่การจำหน่ายชิ้นส่วนศพ เป็นที่รู้จักในวงการ พวกจอมขมังเวทย์ รวมทั้งพระสงฆ์พวกไสยเวทย์ รวมทั้งพวกเซียนพระต่างๆ โดยนางสมบูรณ์ หรือป้าบุญ ได้เปิดเผยว่า ตนไม่เคยติดต่อหรือค้าศพให้กับใครทั้งนั้น สำหรับพวกจอมขมังเวทย์ ในเชียงใหม่ นั้นตนก็รู้จัก เพราะตนมักจะไปซื้อของในตลาดทิพย์เนตร อ.เมืองเชียใหม่ และได้พูดคุยกับพวกเซียนพระ พวกขายพระตามแผงในตลาด ก็เป็นที่รู้จักกัน และมีการพูดปากต่อไป จนตนเป็นที่รู้จักกันไปเอง ตนนั้นไม่รู้จักพวกจอมขมังเวทย์ ไม่ว่าจะสำนักไหนทั้งนั้น สำหรับพระสงฆ์หรือบุคคลที่จะนำศพมาเผาที่สุสาน นั้น ก็จะโทรศัพท์เข้ามาหาตนก่อน เพื่อให้ตนดำเนินการเตรียมสถานที่ ก็เพราะมือถือของสามีของตนนั้น จะใช้เครื่องเดียวกันเบอร์เดียวกัน และส่วนมากตนจะถือไว้ รับสายที่โทรมาหา ทำให้มีหลายคนโทรมาหาตน ตลอด ก็ไม่รู้ใครเป็นใคร ก็โทรมาให้ตนเตรียมรับศพ เพื่อตนจะได้เตรียมสถานที่ ช่วยงานสามี แค่นั้น
นายสุทัศน์ เนรมิตร สัปเหร่อ สุสานหายยา ได้เปิดเผยว่า ตนยอมรับว่า ได้ดำเนินการแอบรับเผาซากชิ้้นส่วนศพของ รพ.ที่ตำรวจตรวจพบเพียงครั้งเดียว ส่วนสาเหตุที่ยังไม่เผาจำนวน 16 ถุง ที่พบใต้ถุนเมรุแรก นั้นเพราะเป็นช่วงสภาวะอากาศเป็นพิษ จึงเก็บไว้ก่อน และเรื่องการรับเงินค่าเผา นั้น ตนได้ให้การกับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว และยอมรับสารภาพไปแล้วเรื่องการดำเนินการรับเผาโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการขายซากศพ น้ั้น ตนไม่รู้เรื่อง และภรรยาของตนก็ไม่ได้มีส่วนหรือเป็นเจ้าหน้าที่ที่สุสาน เพียงแค่มาช่วยเหลือตน บางจุดเรื่องการจัดสถานที่ เตรียมสถานที่ให้กับศพที่จะมาเผา ตามประเพณี เท่านั้น