วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
ญาติเหยื่อโรฮิงญาแฉสิ้น
สุดอํามหิต
แก๊งค้ามนุษย์ยิงทิ้ง-ไม้ทุบ
ใครขัดขืนไม่จ่ายค่าไถ่ตัว
นายกฯส่งบิ๊กโด่งลงสงขลา
เชื่อจนท.-มาเฟียพื้นที่เอี่ยว
ความคืบหน้าการคลี่คลายคดีกรณีพบค่ายและหลุมศพชาวโรฮิงญากว่า 30 หลุมบนยอดเขาแก้ว บ้านตะโล๊ะ หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากชายแดนไทย-มาเลเซีย 300 เมตรเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยมอบให้พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะ ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าและคลี่คลายคดีดังกล่าวในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ รวมทั้งระดมทุกหน่วยลงปฏิบัติหน้าที่และทำงานด้านการข่าว เพื่อขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดไปจากประเทศ ทั้งนี้ นายกฯให้นโยบายอีกว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ต้องได้รับการลงโทษอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะ ตำแหน่งใด และแรงงานที่ตกอยู่ในขบวนการนี้ ไม่ว่าจะเป็นชนเชื้อชาติใด หากมาตกระกำลำบากบนแผ่นดินไทย รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลทุกชีวิตตามหลักมนุษยธรรม
สั่งจัดการเด็ดขาดจนท.รัฐเอี่ยว
พล.ต.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า การที่ขบวนการค้ามนุษย์สามารถนำแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาได้จำนวนมาก เป็นไปได้สูงที่จะมีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจ รวมถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งนายกฯสั่งการเด็ดขาดไปยังหน่วยปฏิบัติแล้วว่าต้องดำเนินการโดยไม่ละเว้น แม้แต่รายเดียว
พร้อมใช้ม.44ลุยปราบค้ามนุษย์
“สำหรับชาวโรฮิงญาอีกหนึ่งคนที่รอดชีวิต ขณะนี้ตำรวจดูแลใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าจะเป็นพยานปากสำคัญสาวไปถึงขบวนการทั้งหมด โดยนายกฯกำชับให้ดูแลอารักขาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่มีเบาะแสขอให้แจ้งรัฐบาล เพื่อกำจัดขบวนดังกล่าวให้หมดไป รัฐบาลพร้อมเดินหน้าทุกรูปแบบ และหากจำเป็นต้องใช้ มาตรา 44 ร่วมด้วย ก็จะไม่ลังเล “พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
ผบ.ตร.ส่ง“จักรทิพย์”ช่วยเสริม
เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ที่เปิดเผยว่า ล่าสุดมีคำสั่งให้คณะพนักงานสืบสวนคดีอาญาสำคัญที่มี พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดลงพื้นที่ บช.ภ.8 และบช.ภ.9 เพื่อร่วมสืบสวนคลี่คลายคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาแล้ว เพื่อเป็นการสนับสนุนตำรวจในพื้นที่อีกทาง ทั้งนี้ ได้กำชับตำรวจผู้ปฏิบัติทุกนายให้ทราบว่า นายกฯและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก และเรียกตนไปสั่งกำชับว่าหากเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับใคร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอิทธิพลก็ให้ดำเนินคดีไม่มีการละเว้น เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับประเทศชาติ
ชันสูตร-เก็บDNAครบแต่ยังไม่ฝัง
ส่วนความคืบหน้าการตรวจพิสูจน์ศพ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพและเก็บดีเอ็นเอไว้หมดแล้ว พร้อมให้มูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ เก็บศพชาวโรฮิงยาจำนวน 20 ศพ ที่ผ่านการชันสูตรและเก็บดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้วนำไปฝังได้ที่สุสานบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่เนื่องจากกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลามีคำสั่งด่วนให้เก็บศพไว้ก่อน เพราะต้องรอผลตรวจของแพทย์นิติเวชอีก 2 ขั้นตอน จึงต้องเก็บรักษาไว้ก่อนนำไปฝังต่อไป ซึ่งทางสำนักจุฬาราชมนตรี ได้ประสานมายังตำรวจภูธร จ.สงขลา เพื่อติดตามกระบวนการของการจัดการศพ และสถานที่ฝังเพื่อให้ถูกต้องทางหลักการของศาสนาอิสลาม
ที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังคงเก็บศพชาวโรฮิงญาที่ผ่านการชันสูตรและเก็บดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้วไว้ ยังไม่สามารถนำไปฝังได้ จากกำหนดการเดิมที่จะนำศพทั้งหมดไปฝังที่สุสานบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลามีคำสั่งด่วนให้เก็บศพเอาไว้ก่อน เพราะต้องรอการตรวจของแพทย์นิติเวชอีก 2 ขั้นตอน จึงยังไม่สามารถนำไปฝังได้
สำนักจุฬาฯติดตามการจัดการศพ
วันเดียวกัน นายอารี อารีฟ ตัวแทนสำนักจุฬาราชมนตรีและกรรมการสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี เดินทางไปติดตามกระบวนการจัดการศพชาวโรฮิงญาที่ยังถูกเก็บไว้ที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี 20 ศพ ซึ่งยังไม่เสร็จสิ้นการชันสูตรของแพทย์และไม่สามารถนำไปฝังได้ พร้อมรับฟังขั้นตอนทางคดีจากพ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา
โดยแนวทางการจัดการศพทั้ง 20 ศพที่เก็บไว้ที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี และอีก 6 ศพที่เก็บไว้ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ระหว่างรอการชันสูตรศพและคดียังไม่สิ้นสุด ทางสำนักจุฬาราชมนตรีต้องการเก็บศพไว้ในห้องเย็น แต่หากไม่มี ก็ใช้หาสถานที่ฝังศพชั่วคราวที่เหมาะสม และมีการประกอบพิธีทางศาสนาโดยการละหมาดให้กับศพก่อนที่จะนำไปฝัง เพื่อให้ถูกต้องตามหลักการของศาสนาอิสลาม ส่วนสถานที่ภายในสุสานบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ ที่จะนำไปฝังชั่วคราวนั้นไม่ขัดข้อง แต่หลังจากเสร็จสิ้นคดีแล้ว ทางสำนักจุฬาราชมนตรีจะนำศพไปฝังยังสุสานถาวรซึ่งได้กำหนดสุสานหรือกุโบร์ใน อ.หาดใหญ่ไว้ 2 แห่ง ทั้งนี้ ทางสำนักจุฬาราชมนตรีจะเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ทั้งในขั้นตอนของการพิสูจน์ทราบที่เกิดเหตุ รวมทั้งการจัดการศพเพื่อให้ถูกต้องตามหลักศาสนาควบคู่ไปกับทางคดี
จี้ทุกฝ่ายแก้ปัญหายึดมนุษยธรรม
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่นายอารีเข้าไปเคารพศพทั้ง 20 ศพ ได้ขอให้ทางมูลนิธิปรับแต่งสถานที่เก็บศพเล็กน้อย โดยเฉพาะข้อความภาษาจีนที่สื่อถึงพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดการเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ทั้งนี้ ทางตัวแทนสำนักจุฬาราชมนตรีได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม
แฉเบื้องหลังคนไทยเจ้าของแคมป์
ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีเรียกค่าไถ่จากนายกูราเมีย ชาวโรฮิงญาที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อไถ่ตัวหลานชายคือ นายคาซิมที่เดินทางมาจากรัฐยะไข่ โดยถูกกักตัวอยู่ที่ป่าแห่งหนึ่งใน อ.สะเดา จ.สงขลา ขณะที่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ขณะที่นายคาซิมถูกสังหารหลังนายอานัว ผู้ต้องหา รู้ว่านายกูราเมียแจ้งความ จึงเข้าเป็นพยานให้นายกูราเมียจนนำไปสู่การออกหมายจับนายอานัว และมีการขยายผลไปจนถึงแคมป์จุดฝังศพจำนวนมากในอ.สะเดา จ.สงขลานั้น
นายกูราเมีย ชาวโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในจ.นครศรีธรรมราช น้าชาวโรฮิงญาเหยื่อ 1 ในหลายศพจากจุดฝังศพแคมป์โรฮิงญากลางป่าในอ.สะเดาเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายอานัวติดต่อมาว่าคุมตัวหลานชายของตนไว้ขอค่าไถ่เป็นเงิน 95,000 บาท หลังตนโอนเงินให้ไป ปรากฏว่านายอานัวไม่ยอมติดต่อกลับมาอีกเลย จน 15 วันผ่านไปได้เรียกเงินเพิ่มอีก 120,000 บาท แต่ตนไม่มีเงินจึงเข้าแจ้งความ เมื่อนายอานัวรู้จึงฆ่านายคาซิม หลานชายตนทิ้ง
ขณะที่ประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์นายอานัวและลูกน้องรุมฆ่านายคาซิม เปิดเผยผ่านล่ามว่า เดินทางมาจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ โดยถูกหลอกว่าจะนำไปทำงานในมาเลเซีย หลังจากนั้นได้ถูกกักตัวอยู่ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่เข้าไปค้นพบหลุมศพ ส่วนที่หลุดออกมาได้ เพราะแม่ตนยอมขายที่ดิน เพื่อเงินโอนมาไถ่ตัวจำนวน 6,000ริงกิต ขณะที่อยู่ในแคมป์รู้ว่ามีคนตายมากกว่า 500คน โดยแคมป์ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปค้นพบหลุมศพนั้น มีชาวโรฮิงญาประมาณ 700-800 คนถูกคุมตัวอยู่ที่นั่น แต่หลังรู้ว่าเจ้าหน้าที่เข้าไป ได้หลบเข้าไปในป่าฝั่งมาเลเซียและตลอดแนวยังมีชาวโรฮิงญาอยู่อีกนับ 1,000 คนที่รอให้ญาติไถ่ตัวหรือซื้อขายแรงงาน
พยานรายนี้ระบุอีกว่า ช่วงที่อยู่ในแคมป์ มีคนถูกฆ่าตายด้วยการตีด้วยท่อนไม้ขนาดใหญ่หรือยิงทิ้งประมาณ 17-20 ศพ แต่ไม่รู้ว่านำไปฝังที่ไหน กรณีของนายคาซิมนั้นถูกนายอานัวตีจนตายและสั่งให้ลูกน้องนำศพไปฝัง ส่วนคนอื่นที่ไม่มีเงินไถ่ตัวหรือไม่มีญาติจะถูกตีจนบาดเจ็บสาหัสและตายไปเองหรือป่วยตาย ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่มีชาวโรฮิงญาถูกกักอยู่ที่นี่เจ้าหน้าที่หน่วยงานหนึ่งได้เข้าจับกุมแล้ว แต่หลังจากมีการเจรจาปรากฏว่าทั้งหมดถูกปล่อยไป ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของแคมป์แห่งนี้เป็นชาวไทยมุสลิม 2 ผัวเมีย จะเข้ามาติดตามความเคลื่อนไหวทั้งจำนวนคนและยอดเงินที่ได้จากการไถ่ตัว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี