วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
จับอีก2คดีฆ่าสมยศ
คนรับงาน-จัดหาปืน
แฉปมสังหารอม18ล.
เคลียร์คดีขาใหญ่เขาบิน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีมือปืนสุดเหี้ยมบุกรัวยิง 4 นัดดับนายสมยศ สุธางค์กูร หรือทนายสมยศ อายุ 62 ปี อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ ที่ลาดจอดรถร้านอาหารเฮงหูฉลาม สาขาถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง และมีการจับกุม 2ในผู้ร่วมก่อเหตุ คือนายภาณุพงษ์ หรือ แจ้ รัสนา อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่359/2558 ลงวันที่ 1 กันยายน 2558 ข้อหา ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยมีและใช้อาวุธปืน และนายชม ไชยณรงค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสระแก้วที่จ.245/2556 โดยในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการที่ยังคงหลบหนี ก็คือ นายกฤษฎา หรือนก ใจเอม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 4 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2บก.ป. พ.ต.อ.พลทิต ไชยรส ผกก.3บก.ป.และชุดสืบสวนบก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายกฤษฎา หรือนก ใจเอม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ 401 /2558 ลงวันที่ 3 ก.ย. และนายมนตรี เจริญรัตน์ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่จ. 409/2558 ลงวันที่ 4 ก.ย. ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยมีและใช้อาวุธปืน โดยเป็นผู้สนับสนุนและหาอาวุธปืนไปใยเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
โดยสามารถจับกุมนายกฤษฏา ได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 119 หมู่ 8 ต.บ้านแปลง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และจับนายมนตรี ได้บริเวณวัดน้ำวน ต.บางขะแยง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี
พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า คดีการเสียชีวิตของนายสมยศ สุธางค์กูร หลังเกิดเหตุได้มีการระดมทีมสืบสวนทั้งในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บูรณาการทำงานร่วมกันเป็นเวลากว่า 2 เดือน จนนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาคือนายภาณุพงษ์ หรือ แจ้ รัสนาและนายชม ไชยณรงค์ ซึ่งจับกุมได้ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนได้พบความเชื่อมโยงว่าการก่อเหตุครั้งนี้มีการทำเป็นลักษณะขบวนการ แบ่งงานกันทำ โดย มีผู้บงการ ผู้จ้างวาน ผู้จัดหามือปืน ผู้จัดหาอุปกรณ์ และ ก็พบว่าคดีนี้ต้องขยายผลต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทำงานภายใต้ความรอบคอบ
ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลการจับกุมของชุดปฏิบัติการของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล และชุดสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ได้ทำการขยายผลสืบสวนคดีดังกล่าว หลังจากจับกุมผู้ต้องหาสองรายไปได้ก่อนหน้านี้ก็พบว่าผู้ร่วมกระทำความผิดในการสังหารนายสมยศ มีมากกว่า 4 คน
นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม คือกฤษฎา หรือนก ใจเอม และนายมนตรี เจริญรัตน์ ทั้งนี้นายมนตรี เคยเป็นอดีตรองนายกอบต.แห่งหนึ่งที่ จ.ปทุมธานี รวมทั้งเคยต้องคดีฆ่าผู้อื่นมาก่อน และต่อสู้ในชั้นศาลฏีกาจนศาลยกฟ้อง
ซึ่งแนวทางสืบสวนพบว่านายมนตรีมีความเชื่อมโยงกับคดีสังหารในสมยศ เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ จักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ รวมทั้งอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน ส่วนนายนกเชื่อมโยงในฐานะผู้จัดหามือปืน โดยก่อนเกิดเหตุนายมนตรีได้เดินทางไปพร้อมผู้ว่าจ้าง เพื่อไปพบนายชม พร้อมกับให้อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ก่อเหตุ หลังจากที่นายชมได้รับงานมาจากผู้ว่าจ้างแล้ว ก็ได้มาบอกกับนายนกให้จัดหามือปืนใจถึง ซึ่งก็คือนายแจ้ เพื่อรับงานมา กระทั่งก่อนเกิดเหตุได้นัดหมายมาเจอกันที่โรงแรมคอนเทรนเนอร์รีสอร์ท ถ.เลียบคลองสอง ปทุมธานี ก่อนที่จะตกลงกันว่าจะสังหารนายสมยศ จึงได้ไปเข้าพักวานแผนที่โรงแรมบ้านสวนรีสอร์ท โดยในวันเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุได้นั่งรถแท็กซี่มาลงที่สนามกีฬาหัวหมาก เพื่อมารับอุปกรณ์ ก่อนนำไปก่อเหตุ
ผบก.ป. กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน นายนกให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้จัดหามือปืนและรับรู้ของขบวนการสังหารนายสมยศ แต่ไม่ทราบว่าผู้ตายคือนายสมยศ นอกจากนี้ มีความสนิทสนมกับนายชม รวมทั้งเคยก่อเหตุคดีอุ้มฆ่าเผาอำพรางเสี่ยอ้วนที่จ.สระแก้ว และได้หลบหนีการจับกุมมาตลอด โดยไปกบดานที่ค่ายมวยแห่งหนึ่งที่ จ.เพชรบุรี และมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับมือปืนคือนายแจ้ ตั้งแต่ตอนที่หลบหนีคดีไปที่จ.นครพนม รวมทั้งนายแจ้ยังเคยรับปากว่าหากมีงานอะไรให้ทำก็สั่งมาได้เลย ทำให้นายนกมอบหน้าที่มือปืนให้กับนายแจ้ ในส่วนตัวของนายนกนั้น แนวทางสืบสวนพบว่ามีหน้าที่ในการจัดหาอุปกรณ์ในการก่อเหตุ แต่ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามชุดทำงานมีหลักฐานชัดเจนและรัดกุมที่สามารถจะเอาผิดได้ อีกทั้งขณะนี้แนวทางสืบสวนทราบแล้วว่า คนขี่ ผู้ติดต่อคนขี่รถจักรยานยน และผู้จ้างวานบงการใหญ่เป็นใคร อยู่ระหว่างการเร่งรัดจับกุมต่อไป
ด้านนายกฤษฏา ให้การว่า ตนได้รับค่าจ้างเป็นเงินส่วนแบ่งในการจัดหามือปืนก่อเหตุ ในราคา 5 หมื่นบาท และได้ไปดูลาดเลาพร้อมกับนายชมและทีมงานอีก 5 คน โดยตนทำหน้าที่เป็นคนขับรถพาไปดูลาดเลา ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักนายสมยศมาก่อน และไม่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุก็ทราบข่าวจึงหลบหนีไปอยู่ที่มหาชัย และนครราชสีมา ก่อนที่จะถูกจับกุม
พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ได้สั่งให้คุมกันผู้ต้องหาทั้งหมด รวมทั้งเร่งสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้สาเหตุที่ต้องคุมกันผู้ต้องหาเพราะว่าทางการข่าวพบว่าผู้บงการเป็นผู้มีอิทธิพล และเกรงว่าผู้ต้องหาจะถูกคุกคาม อย่างไรก็ตามในส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการสืบสวนว่ามีใครอีกบ้าง ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้บงการที่แท้จริงเป็นบุคคลใกล้ชิดสนิทสนมกับนายสมยศ จริงหรือไม่ รองผบ.ตร.กล่าวว่าอยู่ระหว่างการสืบสวน ในส่วนที่มีกระแสข่าวว่าผู้บังการมีการสั่งงานมาจากเรือนจำนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล ต่อไป
ส่วนพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสาวไปถึงตัวผู้จ้างวาน ส่วนเรื่องประเด็นการสังหารขอไม่เปิดเผยรายละเอียดเนื่องจากเป็นความลับในสำนวน
ข่าวแจ้งว่าภายหลังการจับกุมนายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา มือปืน และนายชม หรืออาจารย์ ไชยณรงค์ ผู้จ้างวาน และนายกฤษฎา หรือนก ใจเอม ผู้จัดหามือปืนโดยอยู่ระหว่างสอบสวน ที่ศูนย์สืบสวน บช.น. จากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นรับสารภาพว่า สาเหตุการสังหารนายสมยศครั้งนี้น่าจะมาจากการวิ่งเต้นคดียาเสพติดของผู้ต้องหาในเรือนจำเขาบิน ได้รับค่าวิ่งเต้นคดีมาแล้ว 18 ล้านบาท แต่ยังทำไม่สำเร็จเมื่อได้เงินมาแล้วนายสมยศยังไม่มีการจ่ายส่วนแบ่งให้กับใคร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี