วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ศิษย์พาสื่อพิสูจน์‘ธัมมชโย’
ยันเคารพกม./ปัดหลบหนี
พร้อมรับหมายจับ25พ.ค.
ห้ามใช้รถเกราะเจอต้านแน่
‘บิ๊กต๊อก’เชื่อไม่น่าจะขัดขืน
เมื่อบ่ายวันที่ 22 พฤษภาคม ที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้พาสื่อมวลชน ไปที่เขตสังฆาวาส อาคารดาวดึงส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ พระเทพญาณมหามุนี หรือหลวงพ่อธัมมชโย นอนรักษาตัวอยู่
ซึ่งอาคารดังกล่าวเป็นห้องปลอดเชื้อ และไม่สามารถให้บุคคลภายนอกเข้าไปในห้องได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมทีวีไว้ที่ด้านนอก โดยนายองอาจ ได้นำหนังสือพิมพ์ พร้อมกับเอกสารที่ให้สื่อมวลชน 5 คนได้เขียนข้อความ เมื่อเข้าไปภายในห้อง ได้โชว์หนังสือพิมพ์พร้อมกับ กระดาษที่ให้ทางสื่อมวลชนเขียน โดยภายในห้องเป็นเตียงและมีหลวงพ่อธัมมชโย นอนอยู่บนเตียง ก่อนที่จะมีพูดคุยกันสักพัก พร้อมกับ ให้ทีมแพทย์เปิดขา และแผลติดเชื้อให้ดู ว่าหลวงพ่อได้นอนรักษาตัวอยู่จริง ว่าป่วยจริง เท้าบวมคล้ำ และ ไม่สามารถหลบหนีไปต่างประเทศได้ อย่างที่ตกเป็นข่าว จากนั้นได้พาสื่อมวลชนเดินทางกลับ
นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า หลังจากที่มีกระแสข่าวต่างๆนานา เรื่องของหลวงพ่อธัมมชโย ที่ว่ามีท่าทีว่าจะหลบหนีไปต่างประเทศ อาการป่วยเป็นจริงหรือเปล่า ภาพขาที่ออกไปทำไมไม่เหมือนขาหลวงพ่อเลย ผิวพรรณก็คนละเรื่อง แต่ที่จริงแล้วก็เป็นไปตามที่ได้พาสื่อมวลชนเข้าไปดูวันนี้ ซึ่งทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่า หลวงพ่อมีอาการป่วยจริง
“ หลวงพ่อยังบอกว่า จะทำตามกฎหมายทุกอย่าง และขอให้ทาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เดินทางเข้ามาที่วัดและนำหมายจับมายื่นให้ด้วยตัวเองได้เลย เพราะตนเองบริสุทธ์ และยังป่วยอยู่ ซึ่งไม่สามารถเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาได้ จริงๆ”นายองอาจอ้างคำพูดของหลวงพ่อธัมมชโย
วัดถ่ายทอดสดอาการป่วย
ในขณะที่ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีเอ็มซี ทีวี เครือข่ายวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ได้ถ่ายทอดสดแถลงการณ์คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย โดยได้เปิดเผยภาพวีทีอาร์ความยาวประมาณ 4-5 นาที ของแพทย์เดินทางเข้าพบพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาในคดีฟอกเงินและรับของโจร นอนอยู่บนเตียง โดยระบุว่ามีอาการอาพาธ และได้เปิดผ้าห่มโชว์แผลที่บริเวณขา
ทั้งนี้ พระธัมมชโย กล่าวกับศิษย์ผู้ใกล้ชิดว่า ขอบคุณที่มาเยี่ยมวัดพระธรรมกาย ยินดีที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ตนไม่สบาย ขอความเห็นใจ และขอเชิญเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมาพบตนที่วัด
ออกแถลงการณ์อีกรอบ
ด้านสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์จุดยืนวัดพระธรรมกายกรณีหมายจับของดีเอสไอ ระบุว่า “ตามที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ขอออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี วัดพระธรรมกายขอเรียนชี้แจงดังนี้ 1.พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เคารพกระบวนการยุติธรรมและยินดีปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย 2.ขณะนี้พระเทพญาณมหามุนีท่านอาพาธต้องนอนพักฟื้นอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ไม่ได้หลบหนีไปที่ใดทั้งสิ้น โดยอายุและภาวะสุขภาพของท่านซึ่งอ่อนแอมากก็ไม่สามารถเดินทางไกลได้ ท่านจึงไม่เคยเดินทางออกจากวัดมาเป็นเวลา 8 ปีแล้ว ไม่ใช่มาแกล้งป่วยในช่วงนี้ ถ้าไม่ใช่อาพาธมากจริงๆคงไม่มีใครไม่เดินทางออกนอกวัดเลยถึง 8 ปีอย่างนี้ ที่มีบางท่านปล่อยข่าวว่าท่านจะหลบหนีไปต่างประเทศนั้น จึงไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เพราะถ้าฝืนเดินทางไปอย่างนั้น ท่านก็คงมรณภาพกลางทาง ไม่มีประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น
หลอดเลือดอุดตันเท้าบวม
3.อาการหลอดเลือดดดำอุดตันทั้งสายหลักและสายรองที่ขาซ้ายของท่านเป็นมาก จนกระทั่งเมื่อลุกขึ้นนั่งเพียงเวลาสั้นๆ 3-4 นาที ขาก็จะบวมมากขึ้นตามลำดับและปวดมาก เพราะเมื่ออยู่ในท่านั่งหลอดเลือดดำบริเวณขาหนีบก็จะถูกกดทับเพิ่มขึ้นไปอีก ทำให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจได้ยากขึ้น ต้องนอนยกขาสูงกว่าระดับหัวใจเพื่อประคับประคองอาการ ขนาดเส้นรอบวงของโคนขาซ้าย 86 ซม. โคนขาขวา 46 ซม.ใหญ่กว่ากันเกือบ 2เท่า 4.วัดไม่มีนโยบายจะใช้พลังมวลชนมาต่อต้านกระบวนการทางกฎหมาย ดังจะเห็นได้จากขณะที่มีการออกหมายจับ มีผู้นำอุบาสิกาแก้วจำนวน 50,000 กว่าคนมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่ วัดพระธรรมกาย ทุกคนก็สวดมนต์นั่งสมาธิตามปกติ เมื่อเสร็จงานวันวิสาขบูชา ต่างก็เดินทางกลับภูมิลำเนาตามกำหนดการ
5. เพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายสามารถดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อย พระเทพญาณมหามุนี จะได้มีหนังสือแจ้งไปทางราชการว่า ท่านได้รับทราบเรื่องหมายจับแล้ว และขณะนี้ท่านพัก รักษาตัวอยู่ที่วัดพระธรรมกาย จึงแจ้งมายังเจ้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เดินทางมาแจ้งข้อกล่าวหาได้ ในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2559 โดยไม่ต้องรอถึงเส้นตายวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2559 ตามที่ดีเอสไอได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ ทางวัดจะอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการที่ปรึกษา และคณะสื่อมวลชนที่จะมาทำข่าว โดยไม่มีมวลชนมาขัดขวางใดๆทั้งสิ้น6.เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนแล้ว กระบวนการยุติธรรมก็จะได้ดำเนินไปตามลำดับอีกหลายขั้นตอน ทั้งดีเอสไอ อัยการ ศาล ซึ่งพระเทพญาณมหามุนีมั่นใจในความบริสุทธิ์ของท่านว่าจะได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมในที่สุด
ใช้รถหุ้มเกราะเชื่อบานปลาย
7. การร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์ให้กระบวนการตามกฎหมายสามารถดำเนินไปได้ด้วย ความเรียบร้อยเช่นนี้ เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม และเป็นผลดีต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองตามนโยบายของรัฐบาลมากที่สุด ดีกว่าการที่ต่างฝ่ายต่างถือทิฐิดึงดัน จนกระทั่งถึงกำหนดวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2559 แล้ว เจ้าหน้าที่นำกำลังจำนวนมากพร้อมรถหุ้มเกราะบุกมาตรวจค้นจับตัวท่าน ซึ่งศิษยานุศิษย์จำนวนมากก็ย่อมเป็นห่วงและเดินทางมารวมตัวกันที่วัด หากมีมือที่สามสอดแทรกเข้ามาก็อาจทำให้เหตุการณ์บานปลายได้ เสียหายต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและประเทศชาติไปทั่วโลก
จึงเจริญพรมาเพื่อทราบถึงจุดยืนและท่าทีของพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย โดยทั่วกัน พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย 22 พฤษภาคม 2559”
ดีเอสไอรอประชุมอีกยก
วันเดียวกัน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกำหนดการให้ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ารับทราบข้อหาสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร กรณีรับเช็คบริจาคจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ว่า ยังไม่ได้รับการประสานว่าจะมีการเข้ามอบตัวภายในกำหนดนัดหรือไม่
แต่เบื้องต้นมีการสอบถามเกี่ยวกับหลักทรัพย์ประกันตัว ทั้งนี้ หากเข้ามอบตัวดีเอสไอยืนยันจะอำนวยความสะดวก และให้ความเป็นธรรมตามขั้นตอนของกฏหมาย โดยในวันที่ 23 พ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะประชุม ซึ่งจะมีการหารือถึงประเด็นที่มีการออกใบรับรองและเวชระเบียนการรักษาอาการอาพาธของ พระธัมมชโย ที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะใบรับรองแพทย์จากแพทย์ รพ.ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ที่ต้นสังกัดระบุชัดว่าเป็นเอกสารที่ออกไม่ถูกต้อง ว่ามีผู้เกี่ยวข้องเป็นใครบ้าง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด
บิ๊กต๊อกเชื่อธัมมชโยไม่ขัดขืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อธัมมชโย ทางพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ได้ให้นโยบายเจ้าหน้าที่กดีเอสไอว่า จะต้องทำตามกฎหมาย ในเมื่อเป็นผู้ไปขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ เมื่อศาลอนุมัติแล้วก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตามยังไม่อยากแสดงความเห็นอะไร เพราะยังไม่ทราบว่าเมื่อถึงวันที่ 26 พ.ค. ซึ่งครบกำหนด 7 วัน ทางพระธัมมชโย จะมีปฏิกิริยา อย่างไร อาจจะไม่ขัดขืนก็ได้
“บอกแล้วว่า เมื่อท่านไปขออนุมัติหมายจับ ศาลท่านอนุมัติแล้ว รู้ที่อยู่ว่าอยู่ในวัด ก็ต้องทำหน้าที่ตามหมายจับให้ถูกต้อง ถ้าไม่ทำก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินการจับกุมได้ ก็ต้องกลับมาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอื่นต่อไป ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคิดมาก เราต้องให้ความเป็นธรรม ท่านอาจจะยอมให้จับก็ได้”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
สำหรับกรณีที่วัดพระธรรมกายถ่ายทอดการรักษาของพระธัมมชโย โดยนำแพทย์จากประเทศเยอรมันมารักษานั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ถือเป็นวิธีการที่พยายามจะสู้คดี ซึ่งตนไม่ทราบว่าทางกฎหมายนั้น แพทย์จากเยอรมันจะได้รับการรับรองหรือไม่ ในกรณีโรคของพระธัมมชโยนั้น ไม่มีแพทย์ในประเทศไทยสามารถรักษาให้หายได้หรือ หรือกระบวนการทางการแพทย์ไทยไม่ทันสมัยพอหรือและแพทย์ที่รับรองการป่วยของพระธัมมชโยในประเทศไทยไม่มีเลยหรือ จึงต้องนำแพทย์จากเยอรมันมา สิ่งสำคัญจะต้องยึดหลักกฎหมาย จะอ้างว่าป่วยแล้วไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คงไม่ได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี