วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ชาวบ้านโพรงจระเข้ตรังกว่า 200 คน ประท้วงขับไล่เจ้าอาวาส หลังกล่าวหาไม่มีความเหมาะสมในการดูแลและพัฒนาวัด ร้อนถึงนายอำเภอมาเจรจาแต่เจ้าอาวาสปฎิเสธ
15 พ.ย.59 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดโพรงจระเข้ หมู่ 5 ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ชาวบ้านตำบลในควน และตำบลโพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ประมาณ 200 คน รวมตัวกันขับไล่พระอธิการพรหมวุฒิชยาภินันโท เจ้าอาวาสวัดโพรงจระเข้ หลังเกิดปัญหาคาราคาซังกันมานาน โดยชาวบ้านอ้างว่า เจ้าอาวาสวัดไม่มีเหตุผลในการดูแลปกครองวัด ชาวบ้านต้องการจะนำเงินที่ได้จากการทำบุญเดือนสิบของชาวบ้านบางส่วนประมาณ 12,800 บาท จากที่ได้รวมกว่า 40,000 บาท ไปทำการซ่อมแซมสายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้าที่ชำรุดเสียหายภายในวัด เพราะเคยช๊อตชาวบ้านที่ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง ทำให้ไม่ปลอดภัยเสี่ยงจะถูกไฟฟ้าช๊อตเสียชีวิต รวมทั้งการบริหารงานด้านอื่นๆ ที่ชาวบ้านมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ทั้งการขัดขวางไม่ให้ชาวบ้านใช้ห้องน้ำในวัดในวันมีงานศพ การรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีทรงเจ้า การรักษาคนภายในอุโบสถ รวมทั้งขัดขวางการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในวัด โดยกล่าวหาว่าชาวบ้านบุกรุกวัด โดยชาวบ้านต้องรวมตัวกันออกไปปกป้องช่างที่เข้าไปซ่อมแซมไฟฟ้าภายในวัดมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 7 ต.ค.59 ที่ผ่านมา
.jpg)
หลังจากนั้น ชาวบ้านได้มีการนัดให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมอำเภอย่านตาขาว ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ตัวแทนฝ่ายตำรวจ สภ.ในควน และเจ้าคณะตำบล เพื่อมารับฟังปัญหาจากปากของชาวบ้าน โดยมีการนำข้อเสนอของชาวบ้านที่ต้องการให้เจ้าอาวาสออกไปจากวัดไปเสนอต่อเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดดำเนินการ ประกอบกับเจ้าอาวาสวัดได้เดินทางเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเอาผิดกับชาวบ้านและผู้นำในพื้นที่
.jpg)
ในวันนี้ ชาวบ้านจึงได้นัดรวมตัวกันประท้วงเงียบๆ ภายในโรงอาหารของวัด ขณะที่ทางวัดได้มีพิธีทอดกฐิน แต่ไม่ได้เข้าไปบริเวณที่จัดพิธีทอดกฐินแต่ประการใด โดยชาวบ้านได้นำอาหารมาปรุงภายในวัด และปักหลักนอนค้างคืนภายในวัด เพื่อเรียกร้องให้เจ้าอาวาสย้ายออกไปจากวัด จึงจะยอมสลายตัว โดยมีเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 ตำบล และตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิด โดยไม่ได้เกิดความวุ่นวายใดๆ
ล่าสุด นายศิริพล พิพัฒน์รัตนเสรี นายอำเภอย่านตาขาว ซึ่งได้เดินทางไปรับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วยตนเอง มีการตั้งโต๊ะเจรจาร่วมกัน ประกอบด้วย ตัวแทนชาวบ้าน นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมอำเภอย่านตาขาว เจ้าคณะตำบล ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนา เพือ่หาทางออกร่วมกัน และมีการนิมนต์เจ้าอาวาสมาร่วมโต๊ะเจรจาด้วย แต่ท้ายที่สุด เจ้าอาวาสไม่ยอมมาร่วมเจรจา ทำให้ต้องยกเลิกกลางคัน และทางอำเภอต้องนัดเจรจากันใหม่อีกครั้งในวันที่ 17 พ.ย.59 นี้ ขณะที่ชาวบ้านยืนยันปักหลักประท้วงอยู่ในวัดต่อไปจนถึงวันที่ 17 พ.ย.59 จนกว่าจะได้คำตอบ พร้อมยืนยันให้เจ้าอาวาสวัดย้ายออกไป
.jpg)
นายบุญชูเจือ ศรีเกตุ อายุ 65 ปี ตัวแทนชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ชาวบ้านไม่ยอมรับเจ้าอาวาสในการปฏิบัติตน กระทำผิดพระวินัยหลายเรื่อง เช่น ทำตัวเป็นคนทรงเจ้ารักษาคน เอาคนรวมทั้งแม่ชีเข้าไปทำการนอนรักษาภายในอุโบสถ การให้แม่ชีไปยืนขัดขวางไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปใช้ห้องน้ำเวลามีการจัดงานภายในวัด พระกับแม่ชีชอบไปไหนด้วยกันสองต่อสอง เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและผิดวินัยสงฆ์ ชาวบ้านจะเอาเงินของวัดจากการที่ชาวบ้านทำบุญซ่อมแซมระบบไฟฟ้าในวัดถูกเจ้าอาวาสวัดขับไล่ ไม่ยอม จนบัดนี้ชาวบ้านยังซ่อมกระแสไฟฟ้าที่ชำรุดไม่แล้วเสร็จ และกระแสไฟฟ้ารั่วเคยช๊อตชาวบ้านหลายครั้งแล้ว ชาวบ้านจึงยอมรับไม่ได้ ขอให้พระออกไปก่อน หลังจากนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา
ด้านนายศิริพล พิพัฒน์รัตนเสรี นายอำเภอย่านตาขาว กล่าวว่า จะใช้วิธีเจรจาปรองดองกันดูว่าจะหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไร เพราะวิถีทางที่ถูกต้องคือ ควรรู้รักสามัคคี บ้าน วัด โรงเรียนจะต้องอยู่ร่วมกันในชุมชน และเป็นคนในชุมชนเดียวกันควรจะหาทางออกที่ดีร่วมกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี