วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
25 ม.ค.61 นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย ผช.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา นายอำเภอเมืองพังงา นายอำเภอตะกั่วทุ่ง และคณะ นำนักเรียนโรงเรียนคลองเคียนรัฐราษฎร์รังสรรค์ เข้าค่ายห้องเรียนธรรมชาติ บริเวณหน่วยพิทักษ์เกาะละวะใหญ่ เขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา กิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ อ่าวพังงาโมเดล อุทยานท่องเที่ยวชุมชน เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบของอุทยานแห่งชาติ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในท้องถิ่น ประกอบด้วย ลดอุบัติเหตุ บริหารความเสี่ยง เพิ่มมาตรการดูแลรักษาธรรมชาติ รวมถึงการยกระดับสู่สถานีทะเลศึกษาถาวรแห่งแรกของประเทศไทย เกาะแห่งการเรียนรู้แห่งแรกของประเทศไทย ขณะที่ทางจังหวัดพังงา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาต้องการให้มีการตั้งเครือข่ายชุมชนการเก็บขยะทะเล และการรักษาความสะอาดทางทะเล การขยายผลการเรียนรู้หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ
โดย ผช.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตามยุทธศาสตร์แห่งชาติร่างขึ้นมาระบุว่าต้องมีสถานีทะเลศึกษาให้ครบทุกจังหวัดที่ติดชายฝั่งทะเลด้วยเหตุผลว่าประเทศไทยใช้ประโยชน์จากทะเลจำนวนมาก มีการท่องเที่ยวที่ใช้ประโยชน์หลักๆ มีปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับทรัพยากร ฉะนั้นคณะจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเห็นว่า คนที่อยู่ริมทะเลโดยเฉพาะเยาวชนมีโอกาสเรียนรู้จากทะเลโดยตรงจะเป็นประโยชน์อย่างมากและเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาด้วยเพราะทำให้เกิดให้เยาวชนรวมถึงคุณครูได้ใช้ห้องเรียนธรรมชาติร่วมกัน แต่สถานที่ทะเลศึกษาที่ประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน ต้องมีการวางแผนต้องมีการจัดการ เป้าหมายต้องชัดเจน จุดที่ตั้งต้องเหมาะสม ตนเองจึงเสาะหาสถานที่ดูพบว่า เกาะละวะ ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่มีมา เกาะละวะ อยู่ไม่ไกลจากร่องน้ำสารสิน มีทุกอย่างครบสมบูรณ์ อย่างแรกมีหาดทรายที่สมบูรณ์สวยงาม มีปะการังน้ำตื้น แหล่งหญ้าทะเลซึ่งมีการค้นพบพะยูนเป็นระยะ มีป่าชายหาดที่สวยงามมาก ป่าชายเลนนั่งเรือประมาณ 10 นาทีก็ถึง เพราะฉะนั้นเกาะละวะมีครบทุกอย่าง ตามที่ระบบนิเวศทางทะเลและบนบกตามที่เกาะควรจะมี
นอกจากนี้เกาะละวะห่างจากชุมชนคลองเคียน เพียงแค่นั่งเรือหางยาวตรงข้ามไม่กี่นาทีเท่านั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อ่าวพังงาเองจึงมีการใช้ประโยชน์จากชุมชนและการท่องเที่ยวประมาณ 1,000 คนต่อวัน เกิดการกระจายรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท กระจายไปสู่หลายพันครอบครัว จึงได้เกิดเป็น อุทยานท่องเที่ยวชุมชน โครงการต่างๆที่เข้ามาจึงเป็นต้นแบบที่สามารถผลักดันให้อ่าวพังงาเป็นมรดกโลกในอนาคต โครงการต้นแบบไม่ว่าเป็นเรื่องของการกำจัดขยะทะเล ประชารัฐขจัดขยะทะเล อื่นๆอีกมากได้เริ่มต้นที่แห่งนี้ และได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง ทางอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาได้รับรางวัลหลายรางวัล ซึ่งคราวนี้ต้องให้อุทยานเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน จึงได้จัดทำสถานีทะเลศึกษาแห่งแรกของประเทศไทยขึ้นที่เกาะละวะ พร้อมตั้งชื่อว่า เกาะละวะเกาะแห่งการเรียนรู้ โดยเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับ สถานีเกาะศึกษามีชายหาดที่สมบูรณ์ ป่าไม้ที่ชุ่มชื้น สถานที่ทะเลศึกษาดูแนวปะการัง สิ่งมีชีวิตต่างๆ และสถานีเรียนรู้ร่วมกัน จะมีนักท่องเที่ยวพายเรือแคนู จึงได้เรียนรู้ทั้งเกาะ ทะเล และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
โดยดูจากของจริงที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จริงที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านของเยาวชนไม่กี่นาที และเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงจัดทำค่าย เป้าหมายสูงสุดคือเป็นสถานีทะเลศึกษาอย่างถาวร เกาะแห่งการเรียนรู้ที่ทุกเสาร์-อาทิตย์ ทางอุทยานจะรับเยาวชนมาจากชุมชนต่างๆเดินทางพร้อมผู้ปกครองขึ้นบนเกาะเรียนรู้เป็นสนามเล่น นั่งเล่น โรงเรียนต้องการทัศนศึกษา สามารถเข้าแหล่งเรียนรู้ตามสถานที่จริงได้ทันที นอกจากชุมชนใกล้ๆ ในรัศมี 20 กิโลเมตรของเกาะละวะ กว้างไปถึงป่าตอง จ.ภูเก็ต ประชาชนในภูเก็ตมีจำนวนเรือนแสน นักเรียนมากมายมหาศาล ทั้งนักเรียนไทยและอินเตอร์ ดังนั้นเกาะละวะผ่านไปจากจุดแรกพัฒนาไปสู่ภูเก็ต ก็จะกลายเป็นเกาะแห่งการเรียนรู้ ซึ่งไม่ใช่เป็นเกาะท่องเที่ยวแตกต่างกันที่นี้คือเกาะแห่งการเรียนรู้ ไม่ได้ต้องการเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป้าหมายหลักเกาะละวะเป็นห้องเรียนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ต้องการให้เข้าไปอยู่ในหัวใจของชุมชนทุกชุมชนและผู้ประกอบการต่างๆมากมาย และนั้นคือเป้าหมายของการแก้ไขผลกระทบที่เกิดจากการท่องเที่ยวกับทรัพยากรทางทะเล ทั้งขยะทะเล น้ำเสียในทะเล คนคือตัวการใหญ่ ที่ออก กฎ ระเบียบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ถ้าคนไม่ยอมรับ ไม่เข้าใจ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการให้คนกับธรรมชาติกลืนเข้าด้วยกันสามารถอยู่ร่วมกัน เกาะแห่งการเรียนรู้คือเกาะที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับท้องทะเล หัวใจสำคัญคือ “ ถ้าคุณไม่รู้จักคุณจะรักได้อย่างไร คุณต้องรู้จักทะเล คุณจึงสามารถรักษาทะเลได้ ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี