533.jpg
'ชาวบ้านลาด'วอนนายกฯทบทวนใบอนุญาตสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังขยะ

'ชาวบ้านลาด'วอนนายกฯทบทวนใบอนุญาตสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังขยะ

วันศุกร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 14.24 น.

“ชาวบ้านลาด” วอนนายกฯ ทบทวนใบอนุญาตสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังขยะ ที่ จ.เพชรบุรี ระบุกระทบพื้นที่เกษตรฯ-วิถีชีวิตชาวบ้านแน่ พร้อมแฉ “บจ.ซุปเปอร์” ไม่ชี้แจงผลดี - ผลเสียรอบด้าน 

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.61 ที่ศาลาวัดเขาทะโมน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ในนามกลุ่มรักบ้านเกิด ได้ยื่นเรื่องต่อ นายสงวน นาทวัฒน์หัตถพล ผู้อำนวยการองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (อ.ต.ร.) ภาคประชาชน พื้นที่ ภาค 7 เพื่อติดตามกรณีที่กลุ่มรักบ้านเกิดได้ยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐหลายครั้ง เพื่อขอให้ทบทวนการอนุมัติและยุติโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะของ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป จำกัด ที่ใช้พื้นที่เกษตรซึ่งตั้งอยู่ใจกลางชุมชน พื้นที่ครอบคลุม 5 หมู่บ้าน ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เป็นแนวก่อสร้าง โดยได้ร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้พิจารณาข้อร้องเรียนมาแล้วตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.60


โดย นายสงวน ระบุว่า ตนจะรับเรื่องและดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม อ.ต.ร. พร้อมทีมกฎหมายจะเป็นตัวแทนของประชาชน โดยไม่หวั่นกลัวต่ออิทธิพลของกลุ่มต่างๆ ซึ่งจากการรับฟังความเห็นของชาวบ้าน พบว่าการคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้า มีกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่และเจ้าหน้าที่รัฐ โทรศัพท์ถึงแกนนำเพื่อให้ยุติการเคลื่อนไหว และหากไม่เชื่อฟังจะแจ้งความดำเนินคดี ขณะเดียวกันทราบว่าขั้นตอนการชี้แจงกับชาวบ้านในพื้นที่ยังมีลักษณะความไม่โปร่งใส โดยไม่ชี้แจงผลดี ผลเสียอย่างรอบด้าน

ด้าน นางวาสนา เพชรสุก ตัวแทนชาวบ้าน จากบ้านไร่ถิ่นน้อย ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด ตัวแทนที่ยื่นหนังสือครั้งนี้ เปิดเผยว่า ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่ชาวบ้านพยายามร้องขอให้หน่วยงานราชการเข้าช่วยเหลือ และทบทวนการก่อสร้างโครงการโรงงานไฟฟ้าใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นเรื่องให้กับนายกฯ ผ่านเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการดูแล แม้จะให้ตัวแทนชาวบ้านที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบพบปะกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และกระทรวงพลังงาน แต่จากการพูดคุยไม่เป็นไปในทิศทางของการช่วยเหลือประชาชน อีกทั้งล่าสุดทราบว่าทาง บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด ได้ส่งเรื่องให้กับ กกพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอนุมัติใบอนุญาติก่อสร้างโรงงานในพื้นที่แล้ว ซึ่งหากโครงการได้รับอนุมัติ โดยไม่ฟังเสียงประชาชน ชาวบ้านพร้อมกับ อ.ต.ร. จะทำเรื่องฟ้องร้องกับศาลปกครองต่อไป เนื่องจากพื้นที่โดยรอบโรงงานไฟฟ้าจากพลังงานขยะ เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำการเกษตร และมีประมงพื้นที่ ซึ่งผลเสียที่จะเกิดขึ้นหลังมีโรงไฟฟ้า คือ ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบอย่างเสียงหาย ทั้งอาชีพ และความเป็นอยู่ประจำวัน อีกทั้งพื้นที่ ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด คลองชลประทาน และคลอง ดี 18 ที่เป็นโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังนั้น หากหน่วยงานไม่รับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน เชื่อว่า จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีของการมีพลังงานไฟฟ้าใช้

“ที่ผ่านมา ทางตัวแทนบริษัท ซุปเปอร์ฯ ได้เข้ารับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ แต่ไม่เป็นไปอย่างรอบด้าน โดยไม่แจ้งผลกระทบ หรือผลเสียที่ชาวบ้านจะได้รับหลังจากโครงการเดินหน้า จึงกังวลว่า หน่วยงานราชการจะพิจารณาอนุมัติให้บริษัทเอกชนเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ โดยไม่ฟังเสียงประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่” นางวาสนา ระบุ

ขณะที่ พระอธิการดำหริย์ ธมฺมรํสี เจ้าอาวาสวัดเขาทะโมน กล่าวเสริมว่า อาตมาไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากการเผาขยะแห่งนี้ เพราะพื้นที่นี้เป็นชุมชนทำการเกษตร มีอาชีพพื้นบ้านดั้งเดิม นอกจากการสร้างโรงงานจะไม่ถูกต้องตามกติกาบ้านเมืองและผังเมืองเพชรบุรีแล้ว ยังจะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีกหลายหลังคาเรือน เพราะเมื่อมีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ ต้องมีการขนขยะ และกระบวนการผลิตนั้นเชื่อว่าจะทำให้พื้นที่เกิดมลพิษ เกิดสารพิษกระทบชีวิตชาวบ้าน ผลร้ายที่เกิดขึ้น คงไม่ใครกล้ารับผิดชอบ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top