วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณลานแสดงช้างในโครงการโลกของช้าง (Elephant World) ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ภายในศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ทำการลั่นฆ้องเปิดงาน “วันช้างไทย” เพื่อเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติภูมิช้างไทย จัดขึ้นโดย อบจ.สุรินทร์ มีการแสดงที่สร้างสีสัน คือ “ตำบอลช้าง” หรือ“โปโลช้าง”
ซึ่งกิจกรรมวันช้างไทย ที่ จ.สุรินทร์ ปีนี้ ไม่ธรรมดา และอาจจะแปลกไม่เหมือนที่ใดในโลก ใช่แล้ว “ตำบอลช้าง” หรือ“โปโลช้าง” ที่ผู้คนเล่นคือควาญช้าง จะต้องควบช้าง ถือไม้ยาวแย่งตีลูกฟุตบลอ เพื่อเข้าทำประตูฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ซึ่งเป็นกีฬาที่หาชมได้ยาก ครั้งนี้ จึงได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ภายใต้โครงการโลกของช้าง (Elephant World) ผู้คนเล่นจะต้องควบม้าถือไม้ยาวแย่งตีลูกกลมๆ สีขาว เพื่อเข้าทำประตูฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ซึ่งเป็นกีฬาที่หาชมได้ยาก และในอดีตมีไว้ให้ชนชั้นสูงได้เล่นกัน แต่ปัจจุบันบุคคลทั่วไปสามารถเข้าดูได้

เป็นการแข่งขัน ระหว่างสองทีม เพื่อชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมช้างบ้านตากลาง กับทีมช้างบ้านกระโพ ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ซึ่งในแต่ละทีมก็จะประกอบไปด้วยผู้เล่น 5 คน และช้าง 5 เชือก หรือ 5 ต่อ 5 นั่นเอง และกรรมการ 1 คน และช้าง 1เชือก เกมส์การแข่งขัน เป็น ด้วยความ สนุกสาน ตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ ผู้ชมต่างช่วยกัน เชียร์และลุ้นกัน ติดขอบสนาม ซึ่งผลการแข่งขัน เสมอกัน 1:1
นอกจากนักท่องเที่ยวได้ชมการแข่งขัน “ตำบอลช้าง” หรือ“โปโลช้าง” ยังได้การแสดงของช้างในฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่อลังการ จำนวน 6 ฉากการแสดง มีนักแสดงหลายร้อยคนประกอบไปด้วย ชาวบ้านและเด็กนักเรียนในพื้นที่ ต.กระโพ และช้างอีก กว่า 50 เชือก ประกอบด้วย
องค์ที่ 1 สุรินทร์ถิ่นคชสาร ตำนานชาวกูย
องค์ที่ 2 เชียงปุม คชศาสตร์เกรียงไกรประทายสมันต์
องค์ที่ 3 ยุทธหัตถี เกียรติก้อง เกรียงไกร รบไพรี
องค์ที่ 4 ศักดิ์ศรีช้างไทย
องค์ที่ 5 ตำบอลช้าง (โปโลช้าง)
องค์ที่ 6 ช้างไทยใต้ร่มพระบารมี
โดยเฉพาะฉากยุทธหัตถี ซึ่งเป็นฉากที่ผู้คนต่างตื่นเต้นและสร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก เล่าถึงการต่อสู้เพื่อช่วงชิงชัยชนะและศักดิ์ศรีเพื่อปกป้องบ้านเมือง ขับไล่อริราชศัตรูที่เข้ามารุกรานบ้านเมือง ซึ่งช้างเป็นพาหนะสำคัญในการทำศึกสงคราม ของชาติไทย โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์จะใช้ช้างเป็นพาหนะคู่ใจในการนำทัพออกไปสู้รบและทำสงคราม ยุทธหัตถี เมื่อได้รับชัยชนะ ถือเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงเกรียงไกรไปทั่วหล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงช้างพระไชยานุภาพ เพื่อทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดีที่ได้ทรงช้างพลายพันธกอ ทั้งสองกษัตริย์ได้ทำการสู้รบบนคอช้างอย่างองอาจ ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์ไทยผู้ยิ่งใหญ่ ได้รับชัยชนะในการทำสงครามยุทธหัตถีในครั้งนั้น

จากนั้นได้มีการเลี้ยงอาหารช้าง โดยโต๊ะจีนช้างที่ยาวถึง 200 เมตร มีช้างร่วมกว่า 100 เชือกที่อยู่ในโครงการนำช้างคืนถิ่นเพื่อพัฒนาสุรินทร์ บ้านเกิดของ อบจ.สุรินทร์ มาร่วมกินผลไม้ เช่น แตงโม สับปะรด กล้วย มันแกว อย่างเอร็ดอร่อย โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมเลี้ยงอาหารช้างอย่างคึกคัก ท่ามกลางความประทับใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี