วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
จากกรณีที่นางสาววิลาวรรณ ดอนหาเทา อายุ 25 ปี แม่ของน้องมิลค์ อายุ 7 ปี ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า ตนพาลูกสาววัย 7 ขวบ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม ตลอดระยะเวลาแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการฉีดยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการปวดและอาการดิ้นพร้อมกรี๊ดร้องด้วยเสียงบ่นที่ว่า "ปวดท้อง" เป็นเวลานานหลายวัน ซึ่งแพทย์แจ้งว่าน้องมิลค์ป่วยเป็นตับอักเสบ อาการน้องไม่ดีขึ้นจึงให้ทางโรงพยาบาล ประสานเพื่อจะย้ายน้องไปโรงพยาบาลที่จังหวัดขอนแก่น แต่หมอแจ้งว่าทางโรงพยาบาลขอนแก่น แผนกรับผู้ป่วยไม่สามารถรับได้เนื่องจากเตียงเต็มและได้ส่งยามาให้แทนแล้วเปลี่ยนตัวยาดูเผื่อดีขึ้น ผ่านไปหลายวันอาการของน้องที่เริ่มจะทรุดลงเรื่อยๆ เพราะขอย้ายไปรักษาต่อก็ไม่ส่งต่อ น้องบ่นปวดท้องก็ฉีดยาแก้ปวดท้องกะแก้ท้องอืด น้องมิลค์อยู่ในอาการไม่สู้ดีนัก กรี๊ดร้องด้วยความเจ็บปวด แพทย์ก็ฉีดยาฆ่าเชื้อให้เท่านั้น
กระทั่งถึงวันที่ 24 มี.ค. ทางโรงพยาบาลที่ จ.มหาสารคาม ได้ส่งต่อเด็กมาที่ขอนแก่น เพื่อจะทำการฉายแสง กระทั่งถึงระหว่างทางถึงมีการโทรประสานงานกันกับทางแผนกฉายแสงของโรงพยาบาลที่ขอนแก่น ระบุว่า เครื่องฉายแสงพัง จึงต้องพาน้องกลับมา จ.มหาสารคามก่อน แล้ววันต่อมาจึงได้ส่งตัวกลับไปฉายแสงได้ใหม่แต่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษาที่ขอนแก่น กระทั่งเช้าวันที่ 26 มี.ค. น้องอยู่ในอาการร้ายแรง ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดใด หมอจึงได้ทำการใส่ท่อเพื่อช่วยหายใจแล้วนำส่งฉุกเฉินมาที่โรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น หลังจากนั้นมาสองวันแพทย์เจ้าของไข้เรียกญาติเข้าไปพบ พร้อมกับแจ้งว่าให้ทุกคนทำใจ น้องป่วยด้วยโรคตับวาย น้องมีโอกาสรอดแค่ 20% เท่านั้น
ญาติพี่น้องช็อกกับข่าวร้ายที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว และจากนั้นไม่นานก็เสียชีวิตโดยตนมีคำถามที่อยากจะถามผู้เกี่ยวข้องว่า เมื่อลูกมีอาการตับอักเสบและมีตับโต เมื่อประสานงานแล้วทำไมไม่สามารถไปรักษาตัวไปที่โรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น แจ้งกับทางผู้ป่วยว่าเตียงไม่ว่างให้รอไปก่อน และการเคลื่อนย้ายยิ่งจะทำให้อาการทรุดและแย่ลงไปมาก ทำไมไม่ย้ายในตอนที่ร่างกายยังมีปฏิกิริยาตอบสนองดีๆ แล้วทำไมวันที่น้องแทบจะสิ้นลมแล้วถึงย้ายได้ เตียงมันว่างตอนไหนถ้าคุณว่าประสานให้แล้วหรือมันแค่ความบังเอิญมีคนย้ายออก ลูกหนูเลยได้ครองเตียงพอดี

ล่าสุดวันนี้ 29 มี.ค.61 เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 109 ม.8 บ้านแห่เหนือ ต.หนองบอน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยที่บ้านหลังดังกล่าวมีการจัดพิธีสวดอภิธรรมศพ น้องมิลค์ อายุ 7 ปี ซึ่งน้องเสียชีวิตด้วยโรคตับวาย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีคุณครูพาเพื่อนที่เรียนชั้นเดียวกันมาเคารพศพและเพื่อนของแม่น้องมิลค์มาร่วมงาน
นางสาววิลาวรรณ ดอนหาเทา อายุ 25 ปี แม่ของน้องมิลค์ กล่าวว่า แพทย์วินิจฉัยว่า น้องมิลค์เสียชีวิตด้วยอาการตับวาย ซึ่งตนเองมีคำถามคาใจมากมาย ถึงการรักษาของแพทย์ ตามที่ได้โพสต์ไปบนเฟซบุ๊ก ซึ่งที่มาโพสต์ก็เพราะว่าอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้แพทย์ พยาบาลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องใส่ใจในการรักษาดูแลคนไข้ให้มากกว่านี้ เพราะก่อนหน้านั้นลูกของตนก็เป็นเด็กปกติ ร่าเริงดี ไม่เคยมีอาการใดๆ บ่งบอกว่าเป็นโรคตับอักเสบซึ่งก็ไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าหมอก็คงรักษาไปตามขั้นตอน หมอก็ทำเต็มที่แล้ว แต่อาการของลูกก็ทรุดลงไปเรื่อยๆ จนลูกมาเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งหัวอกของคนเป็นแม่ คงไม่มีอะไรมาทำให้เสียใจได้มากเท่านี้อีกแล้ว โดยตนเองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเพิ่งจากเลิกกับสามีเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมาและต้องทำงานเลี้ยงลูกคนเดียว หากชาติหน้ามีจริงก็อยากให้เกิดมาเป็นลูกของแม่อีก
โดยศพของ น้องมิลค์ อายุ 7 ปี จะทำการฌาปนกิจที่วัดบ้านแห่เหนือ ต.หนองบอน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ในวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายนนี้ เวลา 15.00 น.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี