วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการที่จังหวัดบุรีรัมย์มีความเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนปีละ 1.6 ล้านคนเทียบเท่ากับประชากรในจังหวัดและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึง 2.5 ล้านคนในปีต่อมา ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำดิบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมใช้น้ำดิบเพื่ออุปโภค-บริโภคปีละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็นปีละเกือบ 20 ล้านลบ.ม.หรือประมาณเดือนละ 1.6 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่จังหวัดมีพื้นที่เก็บน้ำเท่าเดิม จำเป็นจะต้องวางแผนจัดหาน้ำดิบเพิ่มเติม โดยจะต้องไม่กระทบต่อปริมาณน้ำที่จัดสรรให้กับภาคเกษตรกรรม เกษตรกรยังคงต้องได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ำต้นทุนของจังหวัดเช่นเดิม
“กรมชลประทานโดยโครงการชลประทานบุรีรัมย์ ได้วางโครงการแผนพัฒนาลุ่มน้ำลำตะโคงทั้งหมด โดยได้น้อมนำศาสตร์พระราชา ในเรื่องอ่างพวงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้ โดยได้วางโครงสร้างการเพิ่มและเติมน้ำอย่างเป็นระบบ ทำให้การจัดหาน้ำเพียงพอกับความต้องการทั้งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และน้ำเพื่อภาคการเกษตร รวมทั้งยังสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดโครงการชลประทานดีเด่นประจำปี 2561 ที่ผ่านมา” นายกิติกุลกล่าว
ส่วนการวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำในฤดูฝนปีนี้ที่กำลังจะมาถึงนั้น ขณะนี้ได้เริ่มเฝ้าระวัง พร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งทั้งจังหวัดเพื่อรับรองปริมาณน้ำที่จะเข้ามาใหม่ รวมทั้งได้การประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ดังนั้นจึงมั่นใจว่า ฤดูฝนปีนี้บุรีรัมย์จะไม่ประสบปัญหาด้านน้ำที่รุนแรงอย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี