ชายคาพระพิรุณ : 6 สิงหาคม 2561

ชายคาพระพิรุณ : 6 สิงหาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag :

กลับมาพบกับ “ขุนเกษตรา” มาเล่าข่าวที่เกิดขึ้นในชายคาพระพิรุณ กระทรวงเกษตรฯ กันอีกเช่นเคย...ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเปิดประชุมมาตรการช่วยเหลือและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว และตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในพื้นที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งมี กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นแม่งานสำหรับการช่วยเหลือและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ใช้กลไกของสหกรณ์รองรับปริมาณข้าวเปลือกมาเก็บชะลอไว้ไม่ให้ออกสู่ตลาดในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว โดยเน้นการเก็บชะลอข้าวในพื้นที่ภาคกลางให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถช่วยดึงราคาผลผลิตในพื้นที่ไม่ให้ตกต่ำได้ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ บอกว่า สหกรณ์ภาคการเกษตรซึ่งมีสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับข้าว 626 แห่งทั่วประเทศ ในปีการผลิตที่ผ่านมามีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร 344 แห่ง ปริมาณการรวบรวม 1.79 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,513 ล้านบาท และมีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปี จำนวน 130 แห่ง สามารถเก็บชะลอข้าวเปลือกได้ 245,828 ตัน

สำหรับข้าวนาปีในฤดูการผลิต ปี 2561/62 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เตรียมพร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนสหกรณ์ ในการก่อสร้างปัจจัยพื้นฐานเพื่อจัดเก็บข้าวเปลือก โดยวางเป้าหมายที่จะดำเนินการรวบรวมข้าวเปลือกเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านตันแบ่งเป็นการรวบรวมเพื่อแปรรูป 70,000 ตัน และรวบรวมเพื่อจำหน่าย 1.93 ล้านตัน ซึ่งในส่วนนี้มีการเก็บรวบรวมเพื่อชะลอการจำหน่ายประมาณ 529,500 ตัน...จะเห็นว่า ขบวนการสหกรณ์เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีสหกรณ์หลายแห่ง ที่มีศักยภาพสามารถจัดเก็บชะลอปริมาณผลผลิตช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และช่วยดึงราคาผลผลิตในพื้นที่ไม่ให้ตกต่ำ บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ อย่างไรก็ดี รมว.เกษตรฯ ได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ บูรณาการกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ตรวจสอบจำนวนยุ้งฉางสหกรณ์ทั่วประเทศว่าสามารถรองรับผลผลิตข้าวจากเกษตรกรได้ปริมาณเท่าไร โดยต้องการเน้นให้เก็บชะลอข้าวเปลือกพื้นที่ภาคกลางเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสั่งการให้สำรวจยุ้งฉางเอกชนที่สหกรณ์จะสามารถดำเนินการฝากหรือเก็บได้ รวมถึงปริมาณการรวบรวมข้าวเปลือกของสหกรณ์ เพื่อนำมาวางแผนในการรองรับปริมาณข้าวเปลือกที่จะเข้าสู่ระบบสหกรณ์ในฤดูการผลิต ปี 2561/62 ต่อไป


ลำไยภาคเหนือกำลังออกสู่ตลาด และจะออกมากในช่วงเดือนสิงหาคม มีการคาดการณ์ ว่าปี 2561 จะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาด 654,329 ตัน เป็นผลผลิตลำไยในฤดู 381,498 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 1.01 และผลผลิตลำไยนอกฤดู 272,831 ตัน สำหรับสถานการณ์ด้านราคาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เนื่องจากที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีการพัฒนาคุณภาพของลำไย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด และมีผู้ประกอบการมีความประสงค์ที่จะซื้อลำไยเป็นจำนวนมาก ส่วนแนวทางบริหารจัดการลำไยภาคเหนือ ได้มีการนำเอาแนวทางประชารัฐ โดยเชิญทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันนายกฤษฎา บุญราช ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (fruit board) ได้นำแนวทางนี้มาใช้ในการบริหารจัดการลำไยภาคเหนือตอนบน โดยให้จังหวัดทำแผนบริหารจัดการลำไย 3 ช่องทางหลัก คือ 1) การกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ที่ไม่มีการเพาะปลูก โดยเป็นการสนับสนุนให้บริโภคผลสดภายในประเทศ 2) การแปรรูป ทั้งลำไยอบแห้งและผลิตภัณฑ์อื่นๆ และ 3) การส่งออกเป็นผลสดไปยังต่างประเทศ โดยมีตลาดใหญ่ที่ประเทศจีน นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ โดยให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขต 6 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวอร์รูมในการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ หากปัญหาใดที่เกินกว่าในพื้นที่จะบริหารจัดการได้ ทางกรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (fruit board) จะเข้ามาบริหารจัดการต่อไป...ขุนเกษตรา คิดว่าปีนี้คงจะไม่มีปัญหาลำไยล้นตลาด และราคาตกต่ำ เพราะมีการบริหารจัดการที่ดีมาตั้งแต่ต้นทาง...แล้วอย่าลืมซื้อลำไยมาทานกันนะครับ

 

ขุนเกษตรา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top