หนุนเกษตรกร​ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์​หลังนาปีนำร่อง'อุตรดิตถ์​-พิษณุโลก'​กว่า 5 พัน

หนุนเกษตรกร​ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์​หลังนาปีนำร่อง'อุตรดิตถ์​-พิษณุโลก'​กว่า 5 พัน

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 14.10 น.

3 ก.ย.61 ที่ จ.อุตรดิตถ์​ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาของสหกรณ์ นำร่อง 2 จังหวัด ประกอบด้วย จ.พิษณุโลก และ จ.อุตรดิตถ์ รวมพื้นที่ 5,800 ไร่ เพื่อช่วยเหลือช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีรายได้ที่มั่นคงจากการปลูกพืชหลังนาแทนการปลูกข้าวอย่างเดียว โดยนายกฤษฎา กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนา เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ และต้องการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวให้มีรายได้ที่มั่นคง โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าวเป็นการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่ตลาดต้องการและให้ผลตอบแทนสูง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำ ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อย แนวโน้มตลาดมีความต้องการสูง 

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาบริษัทเอกชนเข้ามาซื้อข้าวโพดที่ชาวบ้านปลูกในปริมาณที่น้อย จึงถูกเอาเปรียบ เพราะฉะนั้น​หากกระทรวง​เกษตรและสหกรณ์​ทำจริงๆ ก็ต้องทำสัญญา​ให้ชัดเจน และเป็นคนกลางในการประสานงานระหว่างเกษตรกร​กับบริษัทเอกชน เพื่อไม่ให้เขาเอาเปรียบ จึงนำกลุ่มสหกรณ์​มาเข้าร่วมโครงการฯ และที่สำคัญสหกรณ์​ก็ต้องซื่อสัตย์​สุจริต​ด้วย ทั้งนี้ กำลังหารือกันอยู่ว่าอยากให้เกษตรกร​ทำประกันพืช​ผล หากเกิดภัยพิบัติ​ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง โรคระบาด​ เป็นต้น สามารถได้รับเงินประกันได้ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณา​อยู่ว่าจะให้ไร่ล่ะกี่บาท โดยปกติแล้วหากเกิดความเสียหายกับพืชผลการเกษตร​รัฐให้ 1000 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ ยังมีธนาคาร​เพื่อการเกษตร​และ​สหกรณ์​เข้ามาช่วยดูแลอีกด้วย 


 

 

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้รับมอบนโยบายและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ปี 2560/61 โดยมีแผนการเตรียมพื้นที่นำร่องเพื่อให้เกษตรกรทดลองเปลี่ยนการทำนามาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่สหกรณ์ กว่า 5,800 ไร่ หากได้ผลดีเกษตรกรมีรายได้สูงกว่าการทำนา จะมีการส่งเสริมและขยายพื้นที่การเพาะปลูกพืชหลังนาเพิ่มขึ้นในจังหวัดอื่นทั่วประเทศ​

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเพาะปลูกข้าวโพดในการเลี้ยงสัตว์พื้นที่ จ.พิษณุโลก​ มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการฯ 194 ราย พื้นที่เป้าหมายการเพาะปลูก รวม 2,800 ไร่ ครอบคลุม 7 ตำบลในเขตพื้นที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเพาะปลูกในเดือน ส.ค. –ก.ย.61 ซึ่งทางสหกรณ์ได้เตรียมแผนที่จะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 ให้แก่เกษตรกรใช้เป็นทุนในการเพาะปลูกข้าวโพด เฉลี่ยรายละ 3,000 บาท/ไร่

 

 

ส่วนในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์​ มีสมาชิกสหกรณ์ เข้าร่วมโครงการ 206 ราย ในสังกัดสหกรณ์จำนวน  4 แห่ง ประกอบด้วย 1.สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านโคกหม้อ จำกัด 2.สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้าบ้านโรงหม้อ จำกัด 3.สหกรณ์การเกษตรพิชัย จำกัด และ 4.สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการสหกรณ์จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ส่งเสริมการผลิต การดูแลพื้นที่เพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การรวบรวมผลผลิต ตลอดจนจัดหาตลาดมารองรับผลผลิตของสมาชิกเกษตรกรในลักษณะเชื่อมโยงเครือข่าย มีการบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันบริหารจัดการสินค้าข้าวโพดแบบครบวงจร โดยมีระยะเวลาดำเนินการเริ่มตั้งแต่ เดือน ส.ค.2561 เป็นต้นไป

"ทางกรมฯได้เตรียมการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์อัตราดอกเบี้ยต่ำให้สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการกู้ยืมไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับการรวบรวมผลผลิตข้าวโพดจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่และส่วนหนึ่งนำไปให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อใช้เป็นทุนเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เฉลี่ยรายละ 3,700 บาท/ไร่ โดยได้รวมถึงเน้นย้ำให้เกษตรกรสมาชิกควบคุมดูแลคุณภาพผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น" นายพิเชษฐ์ กล่าว 

 


 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top