วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN และหน่วยงานอนุรักษ์นกเงือก จัดการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์และค้าสัตว์ป่า ผู้แทนจากองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน นักชีววิทยา นักพันธุศาสตร์ 35 คนจาก 28 องค์กรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการอนุรักษ์นกเงือกระยะ 10 ปี (ค.ศ.2018-2027) เนื่องจากปัจจุบันนกเงือกซึ่งเป็นนกขนาดใหญ่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในเอเชียและแอฟริกากำลังถูกคุกคามอย่างหนัก และหลายพื้นที่มีนกเงือกสูญพันธุ์มากขึ้น
“แผนการอนุรักษ์และแผนปฏิบัติการระยะ 10 ปี ได้วางไว้ให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ และเพิ่มกองทุนเพื่อเพิ่มความสนใจในด้านการอนุรักษ์ให้มากขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายในการฟื้นฟูประชากรเป้าหมาย ซึ่งมีกุญแจสำคัญ คือ การกำจัดการค้านกชนหิน ซึ่งเป็นนกเงือกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและอยู่ในภาวะถูกคุกคามอย่างหนักจนถูกจัดให้อยู่ในสถานะเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ (Critically Endangered) และถูกจัดให้อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดยจะต้องทำให้มั่นใจว่า การห้ามค้าขายตามบัญชี CITES หมายเลข 1 ของนกชนิดนี้ จะมีการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การอนุรักษ์ประชากรนกชนหินและการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัย มีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการอนุรักษ์ จึงจะเป็นอีกยุทธศาสตร์ที่สาคัญ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำงานตามแผนปฏิบัติการได้อย่างเป็นรูปธรรม” รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี