Logo วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
ส่องเกษตร : ข้าวสดใส...อย่าหลงกลผลาญชาติอีก

ส่องเกษตร : ข้าวสดใส...อย่าหลงกลผลาญชาติอีก

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : ส่องเกษตร
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

มาว่ากันต่อจากสัปดาห์ก่อน เรื่อง“ยางพารา”
และ“ปาล์มน้ำมัน” 2 พืชเศรษฐกิจหลักโดยเฉพาะของภาคใต้ที่ปีนี้ราคา“ย่ำแย่”เป็นอย่างยิ่ง และดูเหมือนอนาคตก็ยังมืนมน!!!

ปลายต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.จริยา สุทธิไชยา เลขาฯสศก.-สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร แถลงว่า 
ดัชนีรายได้เกษตรกรเดือนก.ย. 2561 ลดลง
จากก.ย.ปีก่อน 4.04% เป็นผลจากการที่สินค้าเกษตรหลายตัว ราคาลดลงมากโดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน ซึ่งเดือนต.ค.ก็ยังไม่ดีขึ้น


ส่วนนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ก็จี้รัฐบาลเร่งแก้ไขสินค้าเกษตรภาคใต้ที่ราคาร่วงยกแผง โดยเฉพาะยางฯและปาล์มน้ำมันร่วมถึงมะพร้าวด้วย ส่งผลให้เศรษฐกิจภาคใต้กำลังทรุดหนัก ขณะที่กลุ่มชาวสวนปาล์มขยับเคลื่อนไหวหลายจังหวัด เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ไข ปัญหาราคาที่ตกต่ำมากที่สุดในรอบ 10 ปี ขายผลปาล์มได้แค่กก.ละ 2.50 บาท ต้องขาดทุนเพราะต้นทุนอยู่ที่ 3 บาทกว่า จนเริ่มขู่จะก่อม็อบ
เข้ามากดดันที่ทำเนียบรัฐบาลบ้างแล้ว

ราคาปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำนี้ มีข่าวว่า รัฐบาลโดยคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เตรียมเสนอครม.ขยายเวลาหลายมาตรการแก้ปัญหาไปถึง ก.พ.2562 อาทิ ของบฯกลาง 525 ล้านบาท ใช้สนับสนุนค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการ 
กก.ละ 1.75 บาท เพื่อช่วยผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 3 แสนตัน ภายใน 3 เดือน หวังลดสต๊อกในประเทศที่มีสูงถึง 3.5-3.8 ล้านตัน ซึ่ง
“สูงกว่า” ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่ควรจะมีไม่เกิน 250,000 ตัน ทั้งจะให้กระทรวงพลังงานเร่งผลักดันใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ในรถบรรทุกและรถไฟ เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์ม “ส่วนเกิน” ให้มากขึ้น เป็นต้น...หวังว่ามาตรการเหล่านี้จะดึงราคาผลปาล์มขึ้นเป็นกก.ละ 3.00- 3.20 บาท

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มชี้ว่า การใช้งบฯสนับสนุนกก.ละ 1.75 บาท 
หวังผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 3 แสนตันนั้น “ไม่ใช่เรื่องง่าย” เพราะตอนนี้ตลาดสำคัญอย่างสหภาพ
ยุโรป หรือ อียู ออกมาตรการลดนำเข้าน้ำมันปาล์มลงมา
อีกตลาดสำคัญคืออินเดียก็เพิ่มภาษีน้ำเข้าเพื่อคุ้มครอง
ปาล์มในประเทศ ส่งผลให้ “ซัพพลายโลกล้น” จนราคา
ดิ่งหนัก ส่วนมาตรการกระตุ้นการใช้ B20 ก็ยังอืดมาก 
จากที่กระทรวงพลังงานเปิดโครงการเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2561 มีการใช้ไปแล้ว เพียง 6-7 ล้านลิตร คิดเป็นปริมาณน้ำมันปาล์มดิบเพียง 1,199 ตันเท่านั้น

ซึ่งอันที่จริง อนาคตน้ำมันปาล์มน่าห่วงมากๆ เพราะอียูนอกจากลดนำเข้าลงเรื่อยๆ ยังกำหนดเป้าหมายจะเลิกนำเข้าทั้งหมดภายในปี 2020 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า ไม่ว่าใช้อุปโภคบริโภคหรือพลังงานทดแทน เพราะเล็งเห็นอันตรายการ“กิน”ที่เสี่ยงหลายโรคต่อหัวใจและหลอดเลือด ทั้งการปลูกปาล์ม 2 ประเทศผู้ส่งออกใหญ่โลก คือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย ยังถาง“ทำลายป่า”เป็นสำคัญ

สำหรับ“ยางพารา”นั้น ในสายตาประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ-ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ จัดเป็นสินค้าเกษตรที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะปัญหารุนแรงและยืดเยื้อมานาน ทำให้ราคาน้ำยางลดลงเหลือแค่ 3 กิโล 100 บาทแล้ว!

ก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ผลักดันหลายมาตรการดูแลเสถียรภาพราคายางฯที่ผ่านครม.ไป แต่ปรากฏว่าทุกมาตรการยังคงอืดอาดล่าช้า ไม่ว่าโครงการส่งเสริมการใช้ยางฯในภาครัฐ 4 กระทรวงใหญ่ ที่ตั้งเป้า 145,500 ตัน แต่ช่วง 9 เดือน(มกราคม-กันยายน) เพิ่งรับมอบยางเพียง 1,129.10 ตัน,โครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อลดพื้นที่ปลูกยางฯเป้า 150,000 ไร่ เกษตรกร 30,000 ราย ก็อนุมัติไป 93,062 ไร่ 14,623 ราย ต่ำกว่าเป้ามาก เป็นต้น...และแม้รัฐบาลจะประกาศนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” ก็ยังไม่เห็นผลชัดเจนเป็นรูปธรรมเสียที

ล่าสุดปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผอ.ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลวิจัย“วาระแห่งชาติ ยางพาราไทย : อุปสรรคและทางรอด” เบื้องต้นชี้ว่าทิศทางราคายางฯปีหน้า แนวโน้มยัง“ทรงตัว” ก็คือยังไม่ดีเหมือนตอนนี้แหละ จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้ลดลง แต่หลายประเทศยังเพิ่มการผลิต และสต๊อกโลกมีมากถึง 1 ล้านตัน ทั้งยังเสนอรัฐบาล 14 ข้อ ในการปรับตัวเพื่อสร้างทางรอดให้กับ“ยางฯไทย”

ไม่ว่าจะมีข้อเสนอแนวทางหรือมาตรการที่ดีแค่ไหนก็ตาม ที่ผมเป็นห่วงยิ่งคือ ภายใต้กลไกรัฐ ระบบราชการที่ยังทำงาน“ด้อยประสิทธิภาพ”ไม่เปลี่ยน แม้อยู่ในยุค คสช.ที่มีอำนาจพิเศษเด็ดขาด อนุมัติโครงการไปมากมาย ก็ยังอืดอาดขนาดนี้ แล้วหลังเลือกตั้งปีหน้า ได้รัฐบาลใหม่ อำนาจพิเศษจืดจางไป....มาตรการที่วิเศษแค่ไหน ก็คงช่วยให้อนาคต“ยางพารา”และ“ปาล์มน้ำมัน”สดใสขึ้นได้ยากแน่!

สาโรช บุญแสง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

จำเป็นไหมความบันเทิงชั่วคราว นักเขียนดัง ฟาด ฟุตบอลโลกกลายเป็นธุรกิจ ขูดรีดเงินทองโดยไร้ไมตรี

อิหร่าน ประกาศตั้งองค์กรใหม่ ยึดเบ็ดเสร็จช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ

เลี่ยงได้เลี่ยง! สน.ปทุมวัน แจ้งเลี่ยงแยกราชประสงค์ 19 พ.ค. นี้ มีชุมนุมรำลึก 16 ปีเสื้อแดง

มีตรงไหนไม่จริงบ้าง กรณ์ กางตัวเลขโรงกลั่นรวยอู้ฟู่ ทำโซเชียลแห่คอมเมนต์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved