เดินหน้าแก้น้ำท่วมเมืองชัยภูมิ กรมชลพร้อมสร้างโครงการบรรเทาอุทกภัยระยะที่1

เดินหน้าแก้น้ำท่วมเมืองชัยภูมิ กรมชลพร้อมสร้างโครงการบรรเทาอุทกภัยระยะที่1

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

 

นายภัทรพล ณ หนองคาย ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 6 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานขออนุมัติเปิดดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่ 1) หลังออกแบบก่อสร้างเสร็จแล้ว เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ เนื่องจากตัวเทศบาลเมืองอยู่ที่ลุ่ม ภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ มีลำน้ำลำปะทาวไหลพุ่งตรงผ่านกลางเมืองชัยภูมิ ก่อนจะมาบรรจบลำน้ำชีทางทิศใต้ ดังนั้น เมื่อถึงฤดูมรสุมที่ฝนตกเกินเกณฑ์เมื่อใด น้ำท่าจากเทือกเขาภูแลคาจะไหลบ่าลงลำปะทาวเข้าท่วมเขตเทศบาลทันที โดยเฉพาะบริเวณวงเวียนศาลเจ้าพ่อพระยาแล ศาลากลางจังหวัด โรงพยาบาล และใจกลางอำเภอเมืองทั้งหมด ท่วมสูงประมาณ 1 เมตร นอกจากนี้ ในการระบายน้ำต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากลำน้ำชีมีระดับสูงเช่นกัน ในเกือบทุกๆปีจะมีพื้นที่น้ำท่วมขังรอการระบายกว่า 30,000 ไร่ ทำให้ราษฎรเดือดร้อน และเศรษฐกิจเสียหายจากเหตุอุทกภัยครั้งละ 600-800 ล้านบาท


สำหรับโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่ 1) ประกอบด้วยงานสำคัญๆคือ การขุดคลองผันน้ำจากลำปะทาวทางฝั่งตะวันออก
ตั้งแต่หน้าประตูระบายน้ำ(ปตร.)โนนทันให้มาลงที่สระเทวดาด้านท้ายเมือง (ก่อนลงลำน้ำชี) ความยาว 8.4 กิโลเมตร ผันน้ำได้ปริมาณ 150 ลบ.ม.ต่อวินาที การขุดคลองห้วยดินแดงซึ่งเป็นคลองธรรมชาติที่มีอยู่แล้วให้เชื่อมกับลำปะทาว ความยาว 1.33 กิโลเมตร จากสภาพคลองเดิมที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกัน พร้อมทั้งสร้างปตร.กุดสวง กับปตร.ห้วยเสียว เพื่อใช้เป็นอาคารบังคับน้ำทำหน้าที่ผันน้ำเข้าในคลองห้วยดินแดงไปเชื่อมต่อกับลำปะทาว ซึ่งจะสามารถผันน้ำได้ประมาณ 50 ลบ.ม.ต่อวินาที

“ช่วงฤดูน้ำหลากจะมีน้ำบ่าเข้าตัวเมืองชัยภูมิมาจากทางฝั่งตะวันออก และตะวันตก รวม 325 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที ในขณะที่ตัวเมืองระบายน้ำได้เต็มศักยภาพที่ 145 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังมีน้ำส่วนเกินอีก 180 ลบ.ม.ต่อวินาที ดังนั้น หากดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่ 1) แล้วเสร็จ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้อีก 200 ลบ.ม.ต่อวินาที เมื่อรวมกับศักยภาพในการระบายน้ำในปัจจุบันจะทำให้สามารถระบายน้ำได้ถึง 345 ต่อวินาที เพียงพอกับปริมาณน้ำที่ไหลบ่าเข้าตัวเมืองในช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งจะให้สามารถควบคุมการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายภัทรพลกล่าว

นอกจากนี้ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่ 1) ยังจะดำเนินการการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำอีก 7 แห่ง พร้อมพัฒนาแหล่งเก็บน้ำบริเวณสระเทวดาเพื่อชะลอน้ำไว้ใช้ส่งให้พื้นที่เพาะปลูกในอีก 5 ตำบล 17 หมู่บ้าน โดยฤดูฝนจะสามารถส่งน้ำได้ 18,610 ไร่ ฤดูแล้ง 1,850 ไร่ มีราษฎรได้รับประโยชน์ 11,824 ครัวเรือน ส่วนระยะที่ 2 เป็นการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อชะลอน้ำที่หลากมาจากเทือกเขาภูแลคา ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยซัน อ่างเก็บน้ำน้ำตาด อ่างเก็บน้ำบ่อทองคำ อ่างเก็บน้ำห้วยเสียว และปรับปรุงฝายห้วยยางบ่า กักเก็บน้ำได้รวม 16 ล้านลบ.ม. ซึ่งโครงการ ทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2567

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top