วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
หนุนแปลงใหญ่ชัยนาทปรับตัว
ใช้รถดำนา-หยอดข้าวแทนหว่าน
รวมขั้นตอนปลูก-ฉีดยาคุมวัชพืช
ได้ผลผลิตน่าพอใจ-ลดต้นทุนมาก
นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า สยามคูโบต้าตระหนักดีว่า การปลูกข้าวด้วยวิธีการทำนาดำและนาหยอด ช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพและได้พันธุ์ข้าวที่บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และบำรุงรักษาต้นข้าวได้ง่าย จึงได้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวคุณภาพสูงด้วยวิธีใช้รถดำนาและรถหยอดข้าว ทดแทนการทำนาหว่าน โดยหนึ่งในพื้นที่ที่สยามคูโบต้าเข้าไปส่งเสริมคือ กลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านพระแก้ว อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต ทั้งนี้ จ.ชัยนาท พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตชลประทานเหมาะแก่การทำนา แต่เกษตรกรบางส่วนประสบปัญหาปัจจัยการผลิตสูง ทั้งค่าจ้างแรงงาน ค่าเมล็ดพันธุ์ รวมถึงค่าบำรุงรักษา จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้เปลี่ยนจากการทำนาหว่าน มาเป็นนาดำและนาหยอด ด้วยการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว โดยเฉพาะข้าวคุณภาพ GAP ที่รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรเพาะปลูกอยู่ในขณะนี้
สำหรับแนวทางส่งเสริมเกษตรกรในกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านพระแก้ว บริษัทร่วมกับร้านค้าผู้แทนจำหน่ายและหน่วยงานราชการท้องถิ่น ลงพื้นที่ให้ความรู้และทำแปลงส่งเสริมการปลูกข้าวด้วยวิธี KUBOTA (Agri) Solutions เน้นการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเพาะปลูก ทั้งรถดำนา ที่ช่วยให้ความลึกในการปักดำต้นกล้าสม่ำเสมอกัน และมีระยะเหมาะสมกับต้นข้าวแต่ละพันธุ์ สำหรับการใช้รถหยอดข้าว จะช่วยให้เกษตรกรลดใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวลงได้ ต้นข้าวเรียงกันเป็นแถวสวยงาม บำรุงรักษาง่าย ซึ่งรถหยอดข้าวคูโบต้ารุ่น DS10 ยังสามารถฉีดยาพ่นคุมวัชพืชไปพร้อมกันได้ เป็นการรวมขั้นตอนปลูกและฉีดยาคุมวัชพืชให้เหลือเพียงขั้นตอนเดียว โดยทั้ง 2 แนวทางนี้ ล้วนมีส่วนสำคัญทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้ดี ข้าวแตกกอสมบูรณ์ ได้จำนวนเมล็ดข้าวต่อรวงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพ
ด้านคุณบุญฤทธิ์ หอมจันทร์ รองประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านพระแก้ว กล่าวเสริมว่า สยามคูโบต้าเข้ามาส่งเสริมการปลูกข้าวให้เกษตรกรในกลุ่ม โดยให้เปลี่ยนจากทำนาหว่านที่คุ้นเคยมากว่า 30 ปี มาเป็นทำนาด้วยเครื่องหยอดข้าวและรถดำนา พบว่าได้ผลผลิตที่น่าพอใจ ช่วยลดต้นทุนได้มาก โดยได้ผลผลิตในปริมาณ 932กิโลกรัม/ไร่ และได้กำไรประมาณ 5,345 บาท/ไร่ ซึ่งต่างจากการทำนาหว่าน ที่ได้ผลผลิตเพียง 670 กิโลกรัม/ไร่ และได้กำไรประมาณ 3,058 บาท/ไร่ สมัยที่ทำนาหว่าน ต้นข้าวจะหนาแน่นมาก ทำให้บำรุงรักษายาก ยิ่งในขั้นตอนการกำจัดวัชพืชและแมลง ต้องใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงในปริมาณมาก ส่งผลให้ต้นทุนสูงถึง 4.9 บาท/กิโลกรัม ต่างจากการทำนาโดยใช้เครื่องหยอดและรถปักดำ ที่ใช้ต้นทุนเพียง 3.6 - 3.8 บาท/กิโลกรัม เพราะว่ามีการใช้เครื่องหยอดและรถปักดำในขั้นตอนการปลูก ทำให้ต้นข้าวเป็นแถวสวยงาม เรียงกันเป็นระเบียบ บำรุงรักษาได้ง่าย และต้นข้าวไม่ต้องแย่งปุ๋ยเวลาเจริญเติบโต ส่งผลให้ความสูงของต้นข้าวสม่ำเสมอกัน นอกจากนี้ ยังช่วยลดการใช้เมล็ดพันธุ์เหลือเพียง 8 กิโลกรัม/ไร่ ต่างจากการทำนาหว่านที่ใช้เมล็ดพันธุ์สูงถึง 20 กิโลกรัม/ไร่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี