วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
บรรยากาศการเลือกตั้งเริ่มมีความคึกคัก หลังจากที่นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ประกาศ “ปลดล็อก” พรรคการเมือง มีผลให้ผู้สมัครของแต่ละพรรคเริ่มลงพื้นที่กันอย่างเข้มข้นเพื่อทำกิจกรรมหาเสียง
ขณะที่ฟากรัฐบาลซึ่งอยากจะกลับเข้ามาทำหน้าที่ในสภาอีกครั้ง ก็เร่งออกมาตรการสร้างความนิยมก่อนการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาพืชผลทางการเกษตร มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย มาตรการคืนภาษี VAT ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะครบถ้วนทุกกลุ่มประชาชนในทุกพื้นที่
แต่ในพื้นที่สำคัญอย่างภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นชัยภูมิหลัก เป็นฐานเสียงที่เหนียวแน่นของพรรคคนแดนไกลมาโดยตลอด ทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เองก็พยายามจะช่วงชิงฐานเสียงมาให้ได้มากที่สุด จึงมีการเดินสาย “เชิญชวน” เจ้าของเขตพื้นที่เก่าให้เข้ามาร่วมพรรค เพื่อเป็นการการันตีเสียงสนับสนุนจากเกษตรกรและพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นๆ
รวมไปถึงการส่ง สมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคฯ เข้าไปลงพื้นที่ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี เดินสายพูดคุย รับฟังปัญหา และให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องเกษตรกร จนเป็นที่มาของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่คณะรัฐมนตรีเพิ่งจัดหนัก อนุมัติวงเงินงบประมาณช่วยเหลือชาวสวนยาง-ปาล์ม และชาวไร่ยาสูบ ช่วยลดภาระหนี้เกษตรกรรายย่อยรวมกว่า 28,500 ล้านบาท
กรณีชาวไร่ยาสูบที่ได้รับเงินช่วยเหลือ 159 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งสิ้นเกือบ 3 หมื่นกว่าล้านบาทนั้น มองๆ ดูก็ยังมีความย้อนแย้ง เพราะการให้ความช่วยเหลือชดเชยโควตารับซื้อใบยาของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ที่หายไปครึ่งต่อครึ่งนั้น เป็นการให้ความช่วยเหลือเฉพาะการรับซื้อใบยาฤดูกาล 2561-2562 เท่านั้น
ในขณะที่รัฐบาลยังคิดจะเก็บภาษียาสูบเพิ่มเพื่อสมทบเข้ากองทุนบัตรทอง และยังเดินหน้าขึ้นภาษีอีกเท่าตัวจาก 20% เป็น 40% ในปีหน้าซึ่งจะทำให้ราคาบุหรี่ขั้นต่ำที่ขณะนี้ขายกันที่ 60 บาท จะพุ่งขึ้นเป็น 90 กว่าบาทในทันที่ และจะทำให้ยอดขายของ ยสท. ต้องลดลงอีกประมาณ 50% ซึ่งแน่นอนว่าปริมาณการรับซื้อใบยาก็จะต้องลดลงไปด้วย ชาวไร่ยาสูบอาจจะไม่ได้ปลูกยากันอีกก็เป็นได้
การให้เงินช่วยเหลือจึงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นได้เท่านั้น สิ่งที่ชาวไร่ชาวสวนอยากเห็นคือ การที่รัฐบาลออกมาตรการที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดและป้องกันไม่มีปัญหาอื่นๆ ที่จะมาซ้ำเติมในระยะยาวมากกว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคีชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทยซึ่งประกอบด้วยสมาคมชาวไร่ยาสูบภาคเหนือ ภาคอีสาน เพชรบูรณ์ และสุโขทัย รวมกว่า 18 จังหวัด
ทั่วประเทศ จึงมารวมพลกันที่การประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 ของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อขอให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อกองทุนบัตรทอง และช่วยเหลือเรื่องปัญหาภาษีสรรพสามิต
หากรัฐบาลซึ่งมีรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่ถึง 4 คน ตัดสินใจผ่านร่างกฎหมายจัดเก็บเงินสมทบเพื่อกองทุนบัตรทองและขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 40% ซึ่งจะกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงชาวไร่ยาสูบภาคเหนือและภาคอีสานแล้ว ชาวไร่ยาสูบกว่า 50,000 ครัวเรือน รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องนับแสนคนในหลายสิบจังหวัดคงจะไม่พอใจอย่างแน่นอนเพราะเท่ากับทำให้ชาวไร่ยาสูบขายใบยาสูบได้ยากยิ่งขึ้นหรืออาจต้องขาดรายได้และหมดอาชีพในปีหน้า
ไหนๆ ก็เพิ่งไปปักหมุดยุทธศาสตร์ของภาคเหนือในจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ปลูกยาสูบแล้ว คงต้องวัดใจพลังประชารัฐ โดยเฉพาะนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงฯ ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำนโยบายเพื่อเกษตรกรอย่างหนักและรณรงค์หาเสียงเพื่อให้ได้ที่นั่ง สส. มากที่สุดตามเป้าหมายที่พรรควางไว้โดยไม่คาดหวังต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี จะช่วยสะกิดรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ท่านนายกรัฐมนตรี รมว.คลังและ 4 รมต. แห่งพรรคพลังประชารัฐให้กลับมาทบทวนเรื่องนี้ได้หรือไม่เพราะมาตรการนี้ก็ออกมาในสมัยรัฐบาลนี้ นี่คือสิ่งที่ชาวไร่ยาสูบและครอบครัวกว่า 200,000 คน ในภาคเหนือและอีสานต้องการมากกว่าเพื่อให้เขายังขายยาสูบได้ แต่หากรัฐบาลออกนโยบายหรือไม่ยกเลิกมาตรการที่กระทบชาวไร่ชาวนาจำนวนมากแล้วอาจกระทบต่อโอกาสในการได้ที่นั่ง สส. ใน 2 ภาคนี้ซึ่งเป็นกล่องดวงใจของพรรคเพื่อไทยอีกด้วย
ท่านนายกฯเองก็ออกมาประกาศว่าตอนนี้เป็น “นักการเมือง” เต็มตัวแล้ว คงต้องชั่งน้ำหนักเสียงของประชาชนให้ดี หากต้องการจะกลับมาทำงานบริหารประเทศอีกครั้ง
น่าจับตา พปชร.เปิดเวทีใหญ่พบปะพี่น้องประชาชน 5 จุด พร้อมกัน ในวันที่ 23 ธ.ค. 2561 เวลา 14.00 น. ได้แก่ เชียงใหม่ กำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์
งานนี้คงเห็นอนาคตของ พปชร.ว่าเป็นอย่างไร แต่ขอฟันธง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ใจถึงพึ่งได้ตลอดกาล ไม่ทำให้เกษตรกรผิดหวัง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี