รมช.เกษตรฯ เยี่ยมศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตร'พัทลุง'

รมช.เกษตรฯ เยี่ยมศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตร'พัทลุง'

วันเสาร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.50 น.
Tag :

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตรที่จังหวัดพัทลุง ชี้แนวทางการก้าวเข้าสู่เกษตรอินทรีย์ เป็นทางรอดของเกษตรกรไทยในอนาคต

นายวิวัฒน์  ศัลยกำธร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรงเกษตรและสหกรณ์  พร้อมด้วยนายกู้เกียรติ  วงศ์กระพันธุ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายขจรศักดิ์  เจริญโสภา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง  และนายสมชาย  เกลี้ยงนิล  นายอำเภอศรีนครินทร์  ได้นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมแปลงเกษตรตัวอย่าง ของนายอำนวย  วงศ์ชู  พื้นที่ตำบลชุมพล  อำเภอศรีนครินทร์  จังหวัดพัทลุง  ซึ่งเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตร  ชื่อศูนย์เรียนรู้ผสมผสานตามปณิธานพ่อหลวง หรือสวนลุงนวย   เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ และนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตัวเอง


ทั้งนี้สวนลุงนวย เป็นแปลงเกษตรแบบผสมผสาน มีการปลูกพืชอย่างหลากหลายทั้งไม้ใช้สอย  ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจ  โดยมีทั้งมะละกอ  กล้วย  สละ ทุเรียน  พืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร และไม้ยืนต้นอย่างไม้สัก  เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดและไก่ ร่วมด้วย ทำให้สามารถมีรายได้จากแปลงเกษตรหมุนเวียนตลอดทั้งปี

โดยจุดเด่นของสวนเกษตรแห่งนี้คือ  อยู่ที่เจ้าของสวนได้พยายามนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ เพื่อพัฒนาไปสู่ความเป็นเกษตรอินทรีย์ เช่น การปลูกไม้ผลในโรงเรือนเพื่อป้องกันแมลงรบกวน  การจัดระบบการให้น้ำแบบสปริงเกอร์เพื่อลดเวลาการทำงาน  การกำจัดวัชพืชด้วยวิธีตัดหญ้าแทนการใช้ยาฆ่าหญ้า  นอกจากนี้ยังได้นำไส้เดือนดินและแหนแดงเข้ามาช่วยในการปรับปรุงโครงสร้างดิน ให้เหมาะสมกับการปลูกพืช 
ปัจจุบันสวนแห่งนี้ได้เลิกใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชอย่างถาวร  มีเพียงปุ๋ยเท่านั้นที่ยังไม่สามารถใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ 100 % แต่คาดว่าจะสามารถพัฒนาไปสู่เกษตรอินทรีย์ คือไม่ใช้เคมีอย่างสมบูรณ์ ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้

โอกาสนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ข้อแนะนำว่า จังหวัดพัทลุงเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาระบบการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกพืช ให้เป็นเกษตรอินทรีย์เต็มพื้นที่ได้ เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานสำคัญ คือดินและน้ำที่อุดมสมบูรณ์  เพียงแต่จะต้องมีความตั้งใจและร่วมมือกันทั้งจังหวัด เพราะการทำการเกษตรแบบเก่า เป็นการเกษตรที่พึ่งตัวเองไม่ได้ คือต้องซื้อปุ๋ย ซื้อยา ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมากเมื่อเทียบกับผลผลิตที่ได้ และสำคัญคือจะทำลายสุขภาพของทั้งตัวเกษตรกรเองและต่อผู้บริโภค   ในทางกลับกันหากได้นำความรู้ที่เหมาะสมเข้ามาพัฒนาการเกษตร เช่น การปรับโครงสร้างดินควบคู่ไปกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จะสามารถทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นได้กว่าการใช้เคมีอย่างแน่นอน  ซึ่งนั่นก็หมายถึงจะทำให้ลดต้นทุน  จำนวนผลผลิตเพิ่มขึ้น  ผลผลิตมีคุณภาพดี  สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น และที่สำคัญคือ จะได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมาด้วย
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top