วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมเจ้าหน้าที่ มกอช.เข้าร่วมประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 2 (The 2nd Meeting of The Japan-ThailandHigh–Level Cooperation Dialogue on Agricultural and Food Industries : HLCD) มีนางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย และนายฮิโระมิจิ มัตสึชิมะ ปลัดกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น เป็นประธานร่วมฝ่ายญี่ปุ่น พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐทั้งสองฝ่าย เข้าร่วมการประชุมหารือ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า การประชุม HLCD เป็นการประชุมเพื่อเร่งผลักดันการดำเนินความร่วมมือให้มีผลเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบบันทึกแสดงเจตจำนง (Memorandum of Intent-MOI) ว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาเกษตรกรรมและสาขาอื่น ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 โดยมีผู้บริหารระดับปลัดกระทรวงขึ้นไปของทั้งสองฝ่ายเป็นประธาน และจัดทุก 1-2 ปี โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ การประชุม HLCD ครั้งที่ 1 จัดไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่กรุงเทพฯ ส่วนครั้งที่ 2 จัดที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
รองปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ไทยเสนอให้ญี่ปุ่นพิจารณาขยายขอบเขตและเพิ่มแนวทางความร่วมมือ
ด้านความปลอดภัยอาหาร ภายใต้กรอบความตกลง JTEPA ให้ครอบคลุมมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างกันเพิ่มขึ้น มีขอบเขตกว้างมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้าใหม่ระหว่างกัน ซึ่งเน้นย้ำความประสงค์ขอเพิ่มโควตา และขอลดภาษีในสินค้าหมูและผลิตภัณฑ์จากไทย โดยอ้างอิงปริมาณการส่งออกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะไทยมีศักยภาพและกำลังการผลิตสูง และญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าที่สำคัญ ซึ่งญี่ปุ่นรับจะนำไปหารือรายละเอียดต่อในเวทีการค้าสินค้าระหว่างกันต่อไป
ด้านนางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการ มกอช.กล่าวเพิ่มเติมว่า มกอช.หารือและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านธุรกิจอาหาร กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกนำเข้า การขึ้นทะเบียนสินค้า รวมทั้งความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารในลักษณะความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership) นอกจากนี้ ยังเสนอโอกาสการลงทุนในภาคเกษตรของไทย รวมทั้งปรับปรุงการบริหารจัดการประมง เพื่อต่อต้านการทำประมง IUU ของไทย(Fisheries Reform) ที่ทำให้ไทยได้ปลดใบเหลืองออกจากสหภาพยุโรป (EU) ทำให้ญี่ปุ่นเห็นความพยายามและศักยภาพภาคประมงไทย นำไปสู่ความร่วมมือป้องกันทำประมง IUU
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี