วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
เป็น 1 ใน 9 แผนงานโครงการสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง คือ “โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา” ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่รัฐบาลเร่งดำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ล่าสุดได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาใช้งบลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการให้กรมชลประทาน ดำเนินการเตรียมความพร้อม และสำรวจปักหลักเขต ออกแบบ รวมทั้งดำเนินการกระบวนการการมีส่วนร่วม ลงพื้นที่รับฟังข้อคิดเห็น ตลอดจนพบปะกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรมาแล้ว
นอกจากนี้พื้นที่ดำเนินโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ยังอยู่ในบริเวณพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนอีกด้วย ทั้งนี้จากการสำรวจและได้มีการจัดลำดับความ สำคัญในการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ (Area Based) พบว่า บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ประมาณ 4.2 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่จะต้องเร่งแก้ไขเนื่องจากมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงมาก
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานกล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการวางแนวเขตเสร็จสิ้นแล้ว มีราษฎรทำการยื่นขอรังวัดแล้ว 482 แปลงจาก 740 แปลง ล่าสุดทำการดำเนินการจ่ายค่าที่ดินและค่ารื้อย้ายบริเวณปลายคลองระบายน้ำหลากแล้วจำนวน 52 แปลง
โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร นำศาสตร์พระราชามาขยายผลแก้ไขปัญหาน้ำให้เห็นผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมาย พร้อมยังได้น้อมนำพระราชดำรัสพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องการเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินโครงการ ก่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับความเป็นธรรมมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นแนวทางที่จะบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่สร้างความเสียหายซ้ำซากทุกๆปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากจะสามารถระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนที่จะไหลผ่านจ.พระนครศรีอยุธยาได้ถึงประมาณ 1,200 ลบ.ม./วินาที ทำให้สามารถรองรับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาได้ถึง 2,800 ลบ.ม./วินาที โดยไม่มีผลกระทบใดๆต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
การดำเนินโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ได้มีการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผล กระทบสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียดแล้ว พบว่า มีความเหมาะสมและสามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากบริเวณพื้นที่อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางบาล และพื้นที่ตอนเหนือตั้งแต่ท้ายเขื่อนทดน้ำเจ้าพระยาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เกิดจากสภาพคอขวดของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันหากมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนทดน้ำเจ้าพระยาที่ประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลกระทบกับพื้นที่ดังกล่าวข้างต้นทัน แต่หากได้ดำเนินโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรแล้ว จะสามารถระบายน้ำผ่านเขื่อนทดน้ำเจ้าพระยาสูงสุด 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และผลการศึกษายังระบุว่า โครงการมีผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) สูงถึง22.33%
สำหรับการขุุดคลองระบายน้ำหลากบางบาล – บางไทร จะเริ่มต้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตัดตรงผ่านทุ่งบางบาลถึงตำบลสนามชัย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจุดที่เหมาะสมที่สุด สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ไม่กระทบชุมชนขนาดใหญ่ และพื้นที่ศูนย์กลางต่างๆ เช่น วัด โรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงโบราณสถานที่สำคัญ แต่จะกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างบ้างประมาณ 500 หลัง โดยจะมีแนวกันเขตก่อสร้างกว้าง 230 เมตร ยาว 22.5 กิโลเมตร
อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะมีคลองชลประทานอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นคลองส่งน้ำไม่ใช่คลองระบายน้ำ ลักษณะต้นคลองใหญ่ ปลายคลองแคบ เมื่อน้ำไหลเข้ามาปริมาณมากจึงระบายออกลำบาก ทำให้ขีดความสามารถระบายน้ำจากด้านเหนือลงไปออกอ่าวไทยค่อนข้างต่ำ เมื่อทุกฤดูน้ำหลากน้ำเหนือจะไหลลงมาเข้าท่วมตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีโบราณสถานสำคัญ วัดเก่าแก่อยู่จำนวนมากทันที สร้างเกิดความเสียหายที่ประเมินค่ามิได้ แม้ที่ผ่านมามีความพยายามป้องกันโดยการทำกำแพง วางกระสอบทราย ทำคันกั้นน้ำก็ตาม แต่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่หลังคันกั้นน้ำได้รับความเดือดร้อน
“กรมชลประทานจะได้ดำเนินการขุดคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ความยาวคลอง 22.5 กิโลเมตร ต้นคลองอยู่บริเวณสะพานบ้านป้อมก่อนถึงตัวเมือง เพื่อตัดยอดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ไม่ให้ไหลหลากเข้าไปในเมืองพระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ไร่นา พืชผักสวนครัว สามารถลดระดับความลึกของน้ำที่ท่วมในพื้นที่เมือง รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเฉลี่ยได้ถึง 1.9-2.5 ล้านไร่ต่อปี นอกจากนี้ยอดน้ำที่ตัดมา สามารถกักเก็บไว้ในคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร จำนวน 25 ล้านลบ.ม. ซึ่งจะจัดสรรน้ำเพื่อใช้อุปโภค-บริโภคจำนวน 15 ล้านลบ.ม. ครอบคลุมให้กับพื้นที่ 48 ตำบล 362 หมู่บ้าน ที่เหลือจะเป็นน้ำต้นทุนสำรองให้พื้นที่ด้านเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้งได้ประมาณ 230,000 ไร่ โดยจะมีการก่อสร้างอาคารจ่ายน้ำ 9 แห่ง สถานีสูบน้ำ 27 แห่ง พร้อมประตูระบายน้ำปลายคลองระบายน้ำหลากอีกจำนวน 1 แห่ง” ดร.ทองเปลวกล่าว
นอกจากนี้คันคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ยังจะมีการสร้างถนนที่ได้มาตรฐาน พร้อมทางจักรยาน สามารถใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างอำเภอบางบาล-อำเภอบางไทรได้ และยังจะมีการปรับภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ทำเกิดเป็นแหล่งพักผ่อน สถานที่ออกกำลังกายแห่งใหม่ อีกทั้งคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทรจะใช้เป็นเส้นทางสัญจรของเรือขนาดใหญ่ เพื่อไม่ให้เรือขนาดใหญ่วิ่งเข้าไปในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ลดปัญหาคลื่นเซาะตลิ่งพัง และอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้จะใช้ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมดประมาณ 5 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2566
อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จะต้องดำเยนงานตาม 9 แผนงานที่วางไว้ทั้งหมด เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า นอกจากนี้ แผนการก่อสร้างโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ดังกล่าวแล้ว ยังจะต้องดำเนินแผนงานต่างๆ ดังนี้ แผนการปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานฝั่งตะวันตก แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน แผนการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่รับน้ำนอง แผนการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง แผนการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก แผนการก่อสร้างคลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบที่ 3 และแผนการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก
ทั้งแผนการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ทั้ง 9 แผนงานดังกล่าว บางโครงการก็ได้เริ่มดำเนินการแล้ว บางโครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาการออกแบบ
สำหรับโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ขณะนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมรอเพียงวันที่จะแล้วเสร็จเท่านั้น ส่วนโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างตามที่แผนที่วางไว้จะเป็นจริงได้หรือไม่ ปัญหาน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาจะหมดไปหรือไม่?...จับตาดู
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี