วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
5 มี.ค. 62 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายณัฐนันท์ สุดภู่ทอง อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 556/193 ม.5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ 557/2549 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2549 ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 556/201 หมู่ที่ 5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 49 ขณะที่ นายโหน ขำอุปถัมย์ อายุ 58 ปี เสี่ยค้าวัว พร้อมกับแฟนสาว กำลังขับรถยนต์กระบะ กลับบ้านมาตามทางบนถนนพุแค-หล่มสัก จนถึงบริเวณพื้นที่ ม.7 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้มีกลุ่มคนร้ายจำนวน 3 คน ขับรถยนต์กระบะตามประกบ ก่อนใช้อาวุธปืนอาก้ายิงถล่มใส่รถของนายโหน กระสุนถูกเข้าที่บริเวณลำคอขวา 1 นัด ชายโครงขวา 2 นัด ของนายโหน จนเป็นเหตุให้นายโหนเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนแฟนสาวที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บ โดยเบื้องต้นตำรวจตั้งปมสังหารไว้ที่ ประเด็นเรื่องหักหลังค้าวัวพันธุ์หูยาว เนื่องจากเมื่อประมาณต้นเดือน มี.ค.49 ก่อนเสียชีวิตนายโหน ได้ตกลงซื้อวัวพันธุ์หูยาวจากผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งใน จ.อ่างทอง ในราคากว่า 1 ล้านบาท โดยขอนำวัวมาเลี้ยงดูก่อน แต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน
ต่อมาทางเจ้าของวัวได้มาทวงถามเรื่องเงิน นายโหนกลับบ่ายเบี่ยง จนเจ้าของวัวติดตามมาเอาวัวคืน แต่หลังจากที่เจ้าของวัวได้นำวัวขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้านที่ จ.อ่างทอง นายโหน กลับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับรถและเอาวัวกลับมาเลี้ยงตามเดิม ทำให้เจ้าของวัวเกิดความโกรธแค้นเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุจำนวน 3 คน ก่อนจะสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้จำนวน 2 คน คงเหลือเพียงนายณัฐนันท์ ผู้ต้องหารายนี้ที่ยังหลบหนีอยู่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นายณัฐนันท์ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับภรรยาและประกอบอาชีพขายข้าวเกรียบทอดอยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนนายณัฐนันท์ ให้การปฏิเสธโดยอ้างว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว อีกทั้งในช่วงที่เกิดเหตุตนเองก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่จ.ลพบุรี แต่ยอมรับว่าในขณะที่ยังประกอบอาชีพขายประกันเคยไปขายประกันให้กับลูกค้าที่จังหวัดลพบุรีครั้งหนึ่งแต่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสำหรับคดีดังกล่าวก่อนหน้านี้ก็เคยได้มีตำรวจที่จังหวัดลพบุรีมาสอบถามเกี่ยวกับคดีแล้วครั้งหนึ่งเพราะพบนามบัตรของตนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัว ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี