วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้นโยบายเกี่ยวกับการดำเนินงาน “โครงการบริหารจัดการวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ (Mega Farm Enterprise)” ซึ่งเป็นนโยบายพัฒนาระบบการเกษตรของไทยใหม่ตั้งแต่การผลิตจนกระทั่งมีผลผลิตและจำหน่ายออกสู่ตลาด ให้มีศักยภาพก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบันและแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยปี 2562 มีเป้าหมายดำเนินการ 10 แปลง ใน 6 ภูมิภาค ซึ่งแต่ละแปลงจะมีเนื้อที่ตั้งแต่ 1,000 ไร่ขึ้นไป ยกเว้นพืชผัก สมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับ อนุโลมให้มีเนื้อที่รวมกันไม่น้อยกว่า 300 ไร่ เพื่อก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) สำหรับพื้นที่เป้าหมายดำเนินการประกอบด้วยพื้นที่ ส.ป.ก.ตามโครงการจัดทำที่ดินทำกินแห่งชาติ (คทช.) พื้นที่ซึ่งเกษตรกรรวมตัวตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรหรือวิสาหกิจชุมชน พื้นที่ที่ทำการเกษตรแปลงใหญ่อยู่แล้วรวมกันอยู่หลาย แปลงในอำเภอเดียวกัน และพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถผลิตสินค้าเหมาะสมสอดคล้องกับ Agri-Map
สำหรับพื้นที่โครงการจัดที่ทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี (คทช.ชัยบุรี) เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องโครงการ Mega Farm Enterprise ตามนโยบายรมว.เกษตรฯ ซึ่งพื้นที่ คทช.ชัยบุรี (แปลงสุทัศน์) มีเนื้อที่ประมาณ 786 ไร่ จัดสรรให้เกษตรกรเข้าใช้ประโยชน์ 121 ราย พร้อมจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรไทรทอง จำกัด ขึ้นมาเพื่อเช่าพื้นที่จากส.ป.ก. มาบริหารจัดการพื้นที่และเกษตรกร และ ส.ป.ก.ยกเว้นค่าเช่าให้ 3 ปี พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและอยู่อาศัย ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่ ส.ป.ก.ลงนามไว้กับกรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)เช่น การขุดสระน้ำขนาดบรรจุ 1.2 ล้าน ลบ.ม. พร้อมสถานีสูบและกระจายน้ำ 1 แห่ง และถังพักน้ำ 2 ถัง การขุดเจาะบ่อบาดาล การปรับปรุงถนนสายหลัก/สายซอยเพื่อเข้าแปลงเกษตรกรรม การก่อสร้างบ้านพักอาศัย การเดินโครงข่ายระบบไฟฟ้า และการก่อสร้างอาคารสำนักงานสหกรณ์ 1 หลัง
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการผลักดันนโยบาย Mega Farm Enterprise ของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรมชัดเจน ส.ป.ก.จึงเข้ามาส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรโดยแบ่งเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ 1) ลดรายจ่ายเพื่อเสริมความมั่นคงในด้านอาหารของครอบครัว 2) พัฒนาอาชีพสร้างรายได้ระยะสั้น เช่น ปลูกพืชผักและพืชผสมผสาน และ 3) พัฒนาอาชีพสร้างรายได้ระยะยาวเพื่อเป็นรายได้หลักและเงินออมของครอบครัว นอกจากนี้ ส.ป.ก. ยังเข้ามาช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการตลาดเพื่อหาคู่ค้าให้กับสหกรณ์ ในการจับคู่การผลิตตามแนวคิด “การตลาดนำการผลิต” จนนำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงทำความร่วมมือกันระหว่างสหกรณ์การเกษตรไทรทอง จำกัด กับสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด เพื่อผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพส่งออกไปญี่ปุ่น โดยมีนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ เป็นประธานสักขีพยานเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา
“โดยสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกกล้วยหอมทองไปญี่ปุ่น แต่ยังมีผลผลิตไม่พอต่อความต้องการ จะเข้ามา
ส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรไทรทอง จำกัด ปลูกกล้วยหอมทองคุณภาพส่งออกปีละ 5 หมื่นหน่อ บนพื้นที่ 125 ไร่ พร้อมเข้ามาดูแลเป็นพี่เลี้ยงในการผลิตตั้งแต่ลงแปลงปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวจะใช้ระยะเวลาประมาณ 8 - 10 เดือน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีตรงตามตลาดต้องการ และจะรับซื้อกล้วยหอมทองในราคาประกันกิโลกรัมละ 13.50 บาท สัปดาห์ละ 3 ตัน คิดเป็นรายได้กว่าปีละ 4.6 ล้านบาท หรือไร่ละ 4 หมื่นบาทต่อปี นอกจากนี้ ส.ป.ก. ยังสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรไทรทอง จำกัด ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการผลิตปลูกมะละกอฮอลแลนด์แปลงใหญ่ ส่งโรงแรม โรงพยาบาล และห้างร้านต่างๆ อีกด้วย” เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี