ระบบส่งน้ำหรือกระจายน้ำในพื้นที่ชลประทานมีหลายรูปแบบแต่ที่นิยมมากที่สุดก็คือ การส่งน้ำด้วยคลอง ซึ่งเป็นระบบส่งน้ำที่มีต้นทุนต่ำกว่าระบบส่งน้ำอื่นๆและยังใช้ประโยชน์จากคันคลองชลประทานในการใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้อีกด้วย
ในอดีตถนนคันคลองจะใช้ดินที่เกิดขึ้นจากการขุดหรือลอกคูคลอง นำมาถมเป็นคันคลองสำหรับสร้างเป็นถนนเพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงผลผลิต ซึ่งจะรับน้ำหนักบรรทุกได้ไม่มากนัก โดยเฉพาะคันคลองชลประทานในพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ในเขตจ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และพื้นที่บางส่วนของจ.สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ที่เกิดจากการทับถมของตะกอนดิน ซึ่งชั้นตะกอนดินด้านบนเป็นดินเหนียวอ่อน จึงทำให้รับน้ำหนักบรรทุกได้ต่ำกว่าชั้นดินในพื้นที่อื่นๆของประเทศ
ดังนั้น คันคลองชลประทานในพื้นที่ดังกล่าว จึงเสี่ยงทรุดตัว และยิ่งปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีการพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนเมืองมาก พื้นที่การเกษตรถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่อยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรมและอื่นๆ ถนนคันคลองชลประทานจึงไม่ได้เป็นแค่ถนนที่ใช้ลำเลียงผลผลิตการเกษตรของเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังใช้สัญจร ตลอดจนใช้ขนส่งสินค้าทั่วไป จึงทำให้ถนนคันคลองชลประทานทรุดอย่างที่เป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่น้ำในลำคลองค่อนข้างน้อย
จากการศึกษา ปัจจัยที่ทำให้เกิดการทรุดตัวของคันคลองชลประทาน เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการกัดเซาะของน้ำทำเอาดินหลุดออกไป การเพิ่มปริมาณตะกอนในลำน้ำทำให้ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนไป การมีน้ำหนักบรรทุกเกินพิกัดบนคันคลอง การลดระดับของน้ำในลำน้ำกะทันหัน ทำชั้นดินที่ไม่แข็งแรง เช่น ดินเหนียวอ่อน หรือมีชั้นทรายบางๆ การแตกร้าว ทำให้ดินทรุดตัว ถนนบนคันคลองก็ทรุดตัวตามไปด้วย หาใช่ว่าการสร้างถนนบนคันคลองชลประทานของกรมชลประทานไม่ได้มาตรฐาน การสร้างถนนบนคันคลองชลประทานที่ผ่านมาเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ แต่ด้วยปัจจัยกล่าวข้างต้น ถนนบนคันคลองชลประทานจึงเสี่ยงทรุดตัวมากกว่าถนนทั่วๆ ไป
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันถนนบนคันคลองชลประทานมีการพัฒนาให้เป็นเส้นทางคมนาคม โดยเสริมชั้นคันทางและทำผิวจราจร ตามการขยายตัวของชุมชน ทำให้คันคลองต้องแบกรับน้ำหนักบรรทุกที่เกิดจากโครงสร้างชั้นทาง และปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้น ประกอบกับจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาทำให้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง รวมทั้งเสริมความสูงถนนบนคันคลองชลประทาน ทำหน้าที่เป็นคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระการแบกรับน้ำหนักบรรทุกให้คลองชลประทานมากขึ้นด้วย
“ระยะเริ่มต้นของการพัฒนาระบบชลประทาน คันคลองชลประทานไม่ได้ถูกออกแบบให้รับภาระน้ำหนักบรรทุกมากๆ เนื่องจากชั้นตะกอนดินด้านบนที่เป็นดินเหนียวอ่อนนั้นรับน้ำหนักบรรทุกได้ต่ำเมื่อระดับน้ำในคลองลดต่ำลง การทรุดตัวของคันคลองจึงเกิดขึ้นไม่มาก แต่ในปัจจุบันจากการพัฒนาประเทศ และการขยายตัวของชุมชนเมือง ทำให้คันคลองชลประทานต้องแบกรับภาระน้ำหนักบรรทุกมากขึ้น เมื่อมีการลดระดับของน้ำในคลองลง ทำให้แรงดันน้ำที่ช่วยพยุงคันคลองชลประทานหายไป เป็นผลให้เกิดปัญหาการทรุดตัวของถนนบนคันคลองตามมา โดยที่ขนาดของการทรุดตัวมีแนวโน้มใหญ่มากขึ้น” อธิบดีกรมชลประทานกล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการทรุดตัวของถนนคันคลองชลประทาน โดยเฉพาะคันคลองชลประทานที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง จะต้องควบคุมแรงที่กระทำกับถนนไม่ให้มากเกินกว่าความสามารถของชั้นดินเหนียวอ่อนจะรับได้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมน้ำหนักของรถที่สัญจรให้เป็นไปตาม ข้อกำหนดเคร่งครัด โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง เมื่อระดับน้ำในคลองเริ่มลดลง หรือการรักษาระดับน้ำในคลองให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจนน้ำในคลองแห้ง
นอกจากนี้ ในการปรับปรุงถนน และก่อสร้างอาคารบนคันคลอง ตลอดจนขุดลอกคลอง ต้องพิจารณา เสถียรภาพของลาดตลิ่งคลองให้เป็นไปตามเกณฑ์กำหนดอย่างเคร่งครัด ส่วนคันคลองไหนที่จะเป็นเส้นทางสัญจรหลัก มีปริมาณรถยนต์ที่จะใช้จำนวนมาก ต้องออกแบบก่อสร้างที่แตกต่างจากถนนคันคลองทั่วไป
รู้เท่าทัน ป้องกัน ถนนบนคันคลองทรุดได้.....
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี