วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ช่วงวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาอันเป็นมหามงคลยิ่งของชาติไทย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าล้วนปีติยินดีและเฝ้าชื่นชมพระบารมีตลอดเส้นทางการเสด็จพระราชดำเนิน สำหรับตัวผมเองนับว่าเป็นบุญยิ่งนักที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของพสกนิกรในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นสถาบันหลักของชาติที่ทำให้ประเทศไทยอยู่อย่างเป็นปึกแผ่นและสงบร่มเย็นมาตราบเท่าทุกวันนี้ พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมาแต่ในอดีต ต่างก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณและพระบารมีปกเกล้าฯ เรื่อยมา
พระราชพิธีที่สำคัญสำหรับพี่น้องเกษตรกร คือ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีกรรม 2 พิธีที่ทำร่วมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล และพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยพระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีสงฆ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงกำหนดเป็นครั้งแรก เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพันธุ์เพื่อเป็นสิริมงคลให้เมล็ดพันธุ์มีคุณภาพ ปราศจากโรคต่างๆ เจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี ส่วนพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีพราหมณ์ มีมาแต่โบราญ เป็นพิธีเริ่มต้นการไถเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งสัญญาณว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปฤดูการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว ทั้งสองพิธีนี้ได้ทำอย่างเต็มรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี พ.ศ. 2479 จึงได้เว้นการจัดไปเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่เหมาะสม ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 ได้กำหนดให้จัดพิธีพืชมงคลขึ้นมาใหม่ แต่มีเฉพาะพิธีพืชมงคลเท่านั้น และในปี พ.ศ. 2503 จึงได้จัดพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ทั้งสองพิธีสำคัญของการเกษตรได้กลับมาจัดพร้อมกันใหม่ นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
สำหรับวันประกอบพิธีต้องเป็นวันที่ดีที่สุดของแต่ละปี ประกอบด้วย ขึ้น แรม ฤกษ์ยาม ให้ได้วันอันเป็นอุดมฤกษ์ตามตำราโหราศาสตร์ โดยโหรหลวงจะเป็นผู้กำหนด แต่ต้องอยู่ในระหว่างเดือน 6 เพราะเดือนนี้เริ่มเข้าฤดูฝน จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเตรียมทำนา ในปีนี้ตรงกับวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ที่จะถึงนี้โดยในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจะมีการเสี่ยงทาย 2 สิ่ง คือ ผ้านุ่งของพระยาแรกนา และการเสี่ยงทายของกินของพระโค โดยการเสี่ยงทายผ้านุ่งของพระยาแรกนาเป็นการตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกาย มีด้วยกัน 3 ผืน คือ หกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ ส่วนการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง เป็นของกินที่ตั้งเลี้ยงพระโคนั้นมี ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ และหญ้า ถ้าพระโคกินสิ่งใดก็จะมีคำทำนายไปตามนั้น
หลังจากพิธีอันเป็นสิริมงคลให้กับเกษตรกรดังกล่าว จะเป็นขวัญและกำลังใจให้เกษตรกรเริ่มฤดูการผลิตใหม่ได้อย่างเชื่อมั่นและมีความหวัง ภายใต้ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ภายใต้การจัดการอย่างมีความพร้อม จะช่วยให้เกษตรกรผ่านพ้นวิกฤติต่างๆที่อาจเกิดขึ้นไปได้ โดยที่ความผูกพันระหว่างการทำการเกษตรและธรรมชาติยังคงอยู่เสมอ เช่นเดียวกับความผูกพันของเกษตรกรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ยังคงจารึกและฝังแน่นอยู่ในจิตใจของเกษตรกรทุกคน
สมชาย ชาญณรงค์กุล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี