533.jpg
รายงานพิเศษ : ท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าไค้ 1,000 ปี  หนองเล็งทราย อ.แม่ใจ จ.พะเยา

รายงานพิเศษ : ท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าไค้ 1,000 ปี หนองเล็งทราย อ.แม่ใจ จ.พะเยา

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag :

เที่ยวชมความสวยงามตามธรรมชาติที่งดงามของป่าไค้ 1,000 ปี ของหนองเล็งทราย ตำบลห้วยเจริญราษฎร์ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด รวมทั้งสัตว์ปีก ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาที่จะทำเส้นทางเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาทางธรรมชาติ ดูวงจรชีวิตของสัตว์น้ำรวมทั้งศึกษาความอุดมสมบูรณ์ของบ้านปลา ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และถือเป็นหนึ่งเดียวในพะเยา

ชาวบ้านและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่บ้านสันสลี หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยเจริญราษฎร์ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งประธานชมรมอุตสาหกรรมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ต่างเดินทางเข้าทำการสำรวจป่าไค้ 1,000 ปี ในพื้นที่หนองเล็งทราย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ซึ่งถือว่าเป็นป่าอเมซอนหนองเล็งทราย ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์สวยงามและเป็นแหล่งเพาะพันธ์สัตว์น้ำที่สำคัญของหนองเล็งทรายที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติทางน้ำเกิดความอุดมสมบูรณ์ โดยมีพื้นที่ป่าไม้น้ำ หรือป่าไคร้ ที่ชาวบ้านเรียกกันกว่า 2,000 ไร่ ในพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ ของหนองเล็งทราย ที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นแหล่งบ้านปลา หรือแหล่งที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำของหนองเล็งทราย ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันที่จะอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้คนได้เข้าศึกษาวงจรชีวิตของสัตว์น้ำ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของหนองเล็งทรายในขณะนี้


โดยนาวาอากาศเอกสรชิต ดวงจันทร์ ประธานกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านสันสลี ตำบลห้วยเจริญราษฎร์ อำเภอแม่ใจ ระบุว่า สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า ป่าไม้น้ำ ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 2,000 ไร่ โดยจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไคร้น้ำสามสายพันธุ์ คือ ไคร้พริก ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลากหลายชนิดโดยขณะนี้ทางชุมชนได้ดำเนินการที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ได้ศึกษาธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้ได้ทำเส้นทางการท่องเที่ยว คือ จะทำการลัดเลาะไปตามป่าไคร้ ที่มีระยะทางมากกว่า 2 กิโลเมตร และจะสามารถสัมผัสกับแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ของต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ รวมทั้งสัตว์ปีกต่างๆ ซึ่งขณะนี้ทางชุมชนได้ร่วมกันที่จะพัฒนาเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้ได้เข้าศึกษาวงจรวิถีชีวิตทางธรรมชาติของสัตว์น้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของป่า

ขณะที่นายวรวิทย์ บุรณศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ได้เดินทางมาร่วมสำรวจในครั้งนี้ ระบุว่า ในพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยเฉพาะชุมชนบ้านสันสลีและชาวบ้านบริเวณรอบหนองเล็งทรายดังกล่าวนั้น ถือว่าได้มีการอนุรักษ์ป่าไคร้หรือ อเมซอนแห่งหนองเล็งทราย แห่งนี้ไว้และจะเห็นว่าบริเวณหนองเล็งทรายจะมีความอุดมสมบูรณ์ มาโดยตลอด เนื่องจากมีแหล่งเพาะพันธ์สัตว์น้ำที่สำคัญ จึงทำให้หนองเล็งทรายอุดมสมบูรณ์ ด้วยทรัพยากรทางด้านการประมง มาเป็นระยะเวลายาวนาน และชาวบ้านสามารถที่จะประกอบอาชีพในหนองเล็งทรายด้วยการหา กุ้ง หอยปู ปลาได้อย่างต่อเนื่องและมีรายได้วันละไม่ต่ำกว่า  500 ถึง 1,000 บาท ซึ่งตรงนี้น่าที่จะพัฒนาปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา ที่ถือว่าเป็นท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของจังหวัด และเป็นหนึ่งเดียวที่มีลักษณะคล้ายป่าอเมซอนของหนองเล็งทราย ทรายที่ชาวบ้านเรียกกัน จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้าท่องเที่ยวศึกษา ขณะที่นายมานพ หาลือ ประธานอุตสาหกรรมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและถือว่าเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำ นอกจากนั้นยังมีเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถศึกษาความเป็นธรรมชาติได้อย่างแท้จริง ซึ่งต่อไปคงจะต้องมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่สำคัญของจังหวัด และบริเวณแห่งนี้ก็ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความพิเศษมากกว่าที่อื่นๆ เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายน ก็จะมีเต่าออกมาวางไข่ ซึ่งถือเป็นแห่งเดียวของจังหวัดพะเยาที่สามารถค้นพบได้

ปัณณวิชญ์ อยู่ดี

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top