ผงะเจอศพหนุ่มป่วยโรครุมเร้า จอดรถฆ่าตัวตายกว่า15วันร่างแห้งคาเบาะ
วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 14.02 น.
23 มิ.ย.62 เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.ท.ประสงค์ อินเสมียน พงส.สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุประจำ สภ.พระประแดงว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถจอดอยู่บนถนนสุขสวัสดิ์มุ่งหน้าเข้าอำเภอพระสมุทรเจดีย์ บริเวณเยื้องปากซอยสุขสวัสดิ์ 51/1 หมู่ที่ 2 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลบางจาก เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบนเป็นถนน 4 เลน บริเวณเลนซ้ายสุดติดฟุตปาท ด้านหน้าอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ซึ่งเปิดเป็นร้านเบเกอรี่ พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน ฆร 7645 กทม. บริเวณเบาะที่นั่งคนขับซึ่งอยู่ในลักษณะปรับเอนนอน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตภายหลัง นายชาญวิทย์ ส่งเสริมอายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 389/217 หมูที่ 3 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ สภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนยาว สวมกางเกงขายาวสีน้ำตาล คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 วัน เหลือแค่เพียงหนังหุ้มโครงกระดูก จึงได้ประสานให้ช่างมาเปิดล๊อกประตูก่อน ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลและร่องรอยของการต่อสู้อย่างใด ก่อนประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพออกมาจากรถเพื่อพิสูจน์
จากการสอบถามนายบุญชัย โอภาสชัยทัศน์อายุ 48 ปี เจ้าของร้านเบเกอรี่ เป็นผู้พบศพคนแรก เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในระหว่างที่ตนกำลังเปิดร้านและทำความสะอาดหน้าร้านเห็นรถคันดังกล่าวมาจอดอยู่หลายวัน คิดว่าเป็นรถของคนในชุมชนลานทรายที่อยู่ใกล้เคียงกับร้านตนมาจอดทิ้งไว้ ในระหว่างที่ตนกำลังกวาดไปใกล้รถได้คลิ่นคล้ายซากศพโชยออกมา จึงได้เดินหาที่มาของกลิ่นอยู่นานแต่ไม่พบ ก่อนที่จะส่องกระจกหน้าต่างรถไปดูพบว่ามีศพเป็นผู้ตายนอนตายแห้งอยู่ในรถ ตนตกใจจึงรีบวิ่งเขาไปในร้าน รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้มาตรวจสอบ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามถามญาติผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายป่วยเป็นโรครุมเร้า โดยรักษาตัวมานานกว่า 6 ปี จนกระทั่งเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 มิ.ย.62 ที่ผ่านมาผู้ตายได้ขับรถคันดังกล่าวออกจากบ้านไปและไม่สามารถติดต่อได้ จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.สาขลา จนกระทั่งมาพบเป็นศพในรถเก๋งดังกล่าว ก่อนที่จตะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนที่จะประสานญาติ ให้ไปติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป