วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ชาวบ้านห้วยฝั่งแดง อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำหนังสือถึงนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้เร่งรัดจ่ายค่าชดเชยค่าสูญเสียโอกาส เนื่องทนทุกข์จากการได้รับผลกระทบในโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน ซึ่งต้องทนรับความลำบากมานานกว่า 20 ปีเพราะน้ำได้ท่วมที่นาและที่ทำกินโดยไม่ได้รับการเยียวยา
2 กรกฎาคม 2562 กรมชลประทานได้สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดง ทับที่นาและที่ดินซึ่งกำลังเดินสำรวจสิทธิ์ ต่อมาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้ร้องเรียนตั้งแต่น้ำท่วมตลอดทุกรัฐบาล จนกระทั่งรัฐบาลที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีมติของกรรมการทุกระดับที่พิจารณาในเรื่องนี้ ทั้งคณะทำงานระดับจังหวัดอุบลราชธานี คณะกรรมการระดับกระทรวงเกษตรฯ และคณะกรรมการของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ซึ่งมีนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ต่างเห็นด้วยที่จะให้จ่ายค่าชดเชยการสูญเสียการทำประโยชน์ในที่ดินหลังฤดูเก็บเกี่ยว
ในหนังสือร้องเรียนระบุว่า ชาวบ้านห้วยฝั่งแดง 9 ครอบครัวที่มีสมาชิก 109 คน ซึ่งประสบความทุกข์ยากจากการสูญเสียที่ดินทำกินหลักของครอบครัวมาเป็นระยะเวลา 22 ปี จนสมาชิกในครอบครัวต้องแยกย้ายกันไปขายแรงงานในต่างถิ่น และมีเด็กในวัยเรียนหลายคนต้องออกจากการเรียนกลางคันเพราะต้องติดตามผู้ปกครองไปทำงานต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังมีเด็ก-เยาวชนที่ต้องสูญเสียโอกาสด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพราะขาดรายได้จากครอบครัวสนับสนุน เนื่องจากเมื่อที่นาถูกน้ำท่วมจึงต้องเช่าที่ดินของคนอื่นเพื่อทำนา
เมื่อคณะกรรมการทุกระดับต่างมีมติในการแก้ไขปัญหาอย่างครบถ้วน พวกเราจึงหวังว่าการชดเชยต่างๆ จะนำมาสู่การฟื้นคืนชีวิตคนในครอบครัวได้ทำการเกษตรและได้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นปกติสุขได้ดั้งเดิม จึงอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการตามมติเพื่อให้ทันกับห้วงฤดูกาลทำการเกษตรในปีนี้ด้วย
นางมะไล เจียงเพ็ง ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดงท่วมที่นากว่า 30 ไร่ กล่าวว่าในการประชุมล่าสุดที่มีนายสุวพันธ์เป็นประธาน ได้มีมติให้จ่ายเงินค่าชดเชยให้กับชาวบ้าน ทั้งนี้เมื่อปี 2559 เคยมีการคำนวณค่าเยียวยาจากการสูญเสียที่ดินทำกินให้กับชาวบ้าน 9 ครอบครัวเป็นเงิน 20.5 กว่าล้านบาท แต่เมื่อเจรจาไปๆมาๆกับหน่วยงานราชการได้ต่อรองเรื่อยๆจนลดลงเหลือเพียง 18 ล้านบาทเมื่อปี 2560 แต่พอเอาเข้าจริงๆก็ต่อรองอีกที่จังหวัด ซึ่งชาวบ้านไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อออกไปอีก เพราะรู้สึกเหนื่อยหน่าย ล่าสุดเขาบอกว่าจะจ่ายให้ 13.9 ล้านบาท
"ตอนแรกเขาบอกว่าจะคำนวณค่าข้าวให้เกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ต่อมาก็ต่อรองเรื่อยๆจนเหลือกิโลกรัมละ 10 บาท เช่นเดียวกับเรื่องค่าแรง เมื่อก่อนคำนวณค่าเยียวยาเป็นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 100 บาท ซึ่งเราก็ตกลงเพราะอยากให้เรื่องจบๆอยากจะได้มีเวลาทำมาหากิน แต่พอเรายิ่งอ่อน เขาก็ยิ่งต่อรอง จนเราถอยที่สุดแล้ว สุดท้ายเขาบอกว่าคำว่าเยียวยาผิดกฎหมายและเปลี่ยนเป็นค่าสูญเสียประโยชน์ ค่าแรงก็เปลี่ยนเป็นค่าภัยพิบัติ สรุปเหลืออยู่ 13.9 ล้าน เรายังได้ยินว่าเขาจะผ่อนจ่ายอีกต่างหาก พวกเรารู้สึกเหนื่อยมาก เขามักอ้างว่าติดระเบียนข้อกฎหมายต่างๆ ทั้งๆที่กรรมการทุกระดับต่างก็เห็นชอบหมดแล้ว แต่ระบบราชการก็ยังยืดเยื้ออยู่เรื่อยๆ จนเราต้องเดินทางไปยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ
นางมะไลกล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการระดับอำเภอและจังหวัดพยายามเลี่ยงทุกอย่าง เมื่อตอนนายกรัฐมนตรีเดินทางมาที่จังหวัดอุบลราชธานี เจเหน้าที่ก็มาเฝ้าตนที่บ้านเพราะกลัวจะไปยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี จนนายกรัฐมนตรี กลับไปก็ยังมาเฝ้าจนตนต้องโทรแจ้งนายอำเภอไม่ให้ส่งคนมาเฝ้า ขณะที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต่างมีหนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกินเพราะน้ำจากการสร้างอ่างเก็บน้ำท่วม จนหลายครอบครัวต้องไปรับจ้างที่อื่น อย่างกรณีของนายบุญเที่ยงซึ่งที่นาถูกท่วมเกือบหมด 15 ไร่ หรือกรณีของนางตวงพรมีที่ดิน 28 ไร่ ถูกน้ำท่วมหมดและสามีก็ตายแถมลูกยังเล็กจึงต้องไปหากินอยู่แถวจังหวัดจันทร์บุรี
"จริงๆ แล้วค่าเยียวยาที่พวกเราได้มา มันไม่คุ้มค่าหรอก เพราะพวกเราต้องครอบครัวแตกแยก บ้านแตกสาแหรกขาด อย่างดิฉันตอนน้ำท่วม ลูกก็เล็ก พ่อแม่ก็แก่ หนี้สินเพิ่มขึ้น ภาระมากกว่ารายได้ ทำให้ลูกไม่ได้เรียนหนังสือและต้องออกมาทำงานรับจ้าง พวกเราลำบากกันมาก ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการของรัฐ" นางมะไล กล่าว
ด้านนายกฤษฎา กล่าวว่า ได้รับหนังสือแล้วจะเร่งรัดส่งเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี