วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวในงานสัมมนา เรื่อง “บริบทใหม่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และ พ.ร.บ.น้ำ พ.ศ. 2561” ว่า การสัมมนาครั้งนี้ เป็น 1 ใน 9 ครั้งที่ สทนช. จัดขึ้นในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และร่างกฎหมายลำดับรองตามพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับทราบ นำไปสู่การขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำต่อไป
“บริบทใหม่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศนั้น ประกอบด้วย 4 เสาหลัก คือ 1.แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 2.องค์กรกลาง ได้แก่ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) สทนช. กรรมการลุ่มน้ำ 3.พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และ 4.การพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนแผนแม่บทให้ไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ โดย สทนช. ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับบริบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศของคณะกรรมการลุ่มน้ำทั่วประเทศ เนื่องจากตามพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 คณะกรรมการลุ่มน้ำจะต้องเป็นผู้ที่จัดทำแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ เสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพต่อไป” เลขาธิการ สทนช. กล่าว
ทั้งนี้ ในการสัมมนาครั้งนี้ ยังบรรยายสร้างความรู้ความเข้าใจแนวทางคัดเลือกกรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้ำในคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อำนาจ หน้าที่ การดำเนินงานขององค์กรผู้ใช้น้ำ หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี