วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
ขณะนี้ภัยแล้งกำลังสร้างความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ ทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยฯ มีความเป็นห่วงเกษตรกร ลงพื้นที่ด้วยตัวเองพร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ วางมาตรการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน สำหรับกรมส่งเสริมการเกษตรได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจในจังหวัดต่างๆ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่เพื่อรายงานให้กรมทราบทุกวันอังคาร และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่ให้บริการเกษตรกรในการปรับปรุง/ขึ้นทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยเฉพาะพืชสำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และอ้อยโรงงาน ให้เร่งดำเนินการสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยพื้นที่ที่เสียหายสิ้นเชิงจะได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
หลังจากที่สหภาพยุโรปได้ประกาศปลดสถานะใบเหลืองให้กับประเทศไทย ทำให้เรือประมงขนาดใหญ่ของไทยที่ปฏิบัติตามระเบียบถูกต้องตามกฎหมาย สามารถออกทำการประมงนอกน่านน้ำได้ โดยเรือ “มณีเงิน 5” ถือเป็นเรือลำแรกที่ออกทำการประมงนอกน่านน้ำ จากจำนวนที่ขอไว้ทั้งสิ้น 3 ลำ และอีก 12 ลำ อยู่ระหว่างการตรวจสอบครั้งสุดท้ายและจะสามารถทำการประมงได้ในเร็วๆ นี้ โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เรือมณีเงิน 5 ได้เดินทางกลับเข้าฝั่งและแจ้งกลับเข้าเทียบท่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วเป็นที่เรียบร้อย หลังจากได้ออกทำการประมงนอกน่านน้ำไทยตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ในบริเวณพื้นที่ Saya de Malha Bank ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ทันทีที่เรือกลับเข้าฝั่งเทียบท่าตามระเบียบ นายอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมง ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดตรัง เยี่ยมชมผลการออกทำประมงนอกน่านน้ำของ “เรือมณีเงิน 5” โดยกรมประมงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจเรือ มาร่วมตรวจสอบข้อมูลตามมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน และหลังจากที่ทุกหน่วยงานได้ตรวจสอบและเก็บข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ทางกองควบคุมการประมงนอกน่านน้ำและการขนถ่ายสัตว์น้ำ กรมประมง จะทำการปิดฝาระวางเพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลจากระบบเฝ้าติดตามอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชม. เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบแล้วจึงจะอนุญาตให้นำสัตว์น้ำขึ้นท่าได้ โดยในระหว่างการออกทำประมงนอกน่านน้ำ กรมประมงได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมการเดินเรือและพฤติกรรมการทำประมงตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ประกอบด้วย ระบบระบุตำแหน่งเรือประมง (VMS) ระบบการรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Recording and Reporting System : ERS) ซึ่งเป็นช่องทางในการรายงานผลการทำประมง และการขออนุญาตขนถ่ายสัตว์น้ำเพื่อป้องกันปัญหาการทำประมง IUU ในด้านของการขาดการรายงาน และระบบเฝ้าติดตามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic monitroing system : EM) โดยระบบดังกล่าวจะประกอบด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งบันทึกพฤติกรรมตั้งแต่เรือออกจากท่า จนกระทั่งกลับเข้าท่าและยังได้มีการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์บนกว้านที่ใช้ทำการประมงและฝาระวางเก็บสัตว์น้ำ เมื่อมีกิจกรรมการทำประมง ระบบจะส่งสัญญาณการเริ่มและเลิกกิจกรรมเข้ามาในระบบเฝ้าระวังของกรมประมงโดยอัตโนมัติ อีกทั้งหากพบว่าเรือประมงมีพฤติกรรมต้องสงสัย กรมประมงสามารถร้องขอภาพเพื่อให้ระบบถ่ายภาพส่งเข้ามายังระบบเฝ้าระวังได้
นอกจากนี้ ยังได้จัดส่งผู้สังเกตการณ์บนเรือ (Observer on Board) ร่วมออกเดินเรือทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์บนเรือประมงตลอดเวลา 100% ตั้งแต่ออกเดินทางจากไทยจนกระทั่งกลับไทย ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของ SIOFA สำหรับเรือประมงอวนลากที่จะต้องมีผู้สังเกตการณ์บนเรือตลอดเวลาที่ทำการประมง เพื่อทำหน้าที่เก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสังเกตุการณ์พฤติการณ์การทำประมงของเรืองนอกน่านน้ำ รวมถึงประเด็นอื่นที่น่าสนใจ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในการทำการประมง เช่น จำนวนเรือของประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการถอดวิดีโอที่บันทึกภาพเหตุการณ์ตั้งแต่เรือออกจากท่าจนกระทั่งเรือกลับเข้าท่า นำไปวิเคราะห์พฤติกรรมการทำประมงอย่างละเอียดอีกครั้ง
รองอธิบดีกรมประมง ระบุอีกว่า การทำประมงในพื้นที่อยู่ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ SIOFA จะทำการประเมินระดับการปฏิบัติตามของแต่ละภาคีสมาชิก โดยใช้ SIOFA Compliance Monitoring Scheme ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Compliance, Non-compliance และ Critically Non-Compliance ซึ่งประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามมาตรการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรของ SIOFA ได้ครบถ้วนทุกข้อและตามกำหนดกรอบเวลา จึงจัดอยู่ในประเทศ Compliance ซึ่งมีเพียงประเทศไทยและฝรั่งเศสเท่านั้น ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมประมงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลของเรือประมงที่จะออกทำการประมงนอกน่านน้ำ ได้อย่างสอดคล้องกับระเบียบและมาตรฐานขององค์การระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น การดำเนินการดังกล่าวนับเป็นการปฏิรูปและปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำประมงนอกน่านน้ำได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งผลที่ให้เห็นชัดเจนที่สุด นั่นก็คือ ขณะนี้เรือประมงนอกน่านน้ำของไทยสามารถออกไปทำการประมงนอกน่านน้ำได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทำให้เห็นว่านานาประเทศมีความเชื่อมั่นในการทำการประมงของเรือประมงไทยว่ามีระบบการบริหารจัดการการทำประมงนอกน่านน้ำที่มีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน ซึ่งถือเป็นโอกาสเริ่มต้นที่ดีของเรือประมงไทย ที่จะได้มีโอกาสแสวงหาแหล่งทำการประมงใหม่ๆ นอกน่านน้ำ
ไทย
ขุนเกษตรา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี