วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
ปปช.อายัดเพิ่ม3.4ล.
เสถียรเผ่น‘อินเดีย’
อาจารย์มธ.ยืนยัน
โดนหลอกถือเงิน
ยันเลิกสอนหนังสือ
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงความเคลื่อนไหวของพล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ภายหลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 65 ล้านบาทว่า มีผู้ชี้เบาะแสว่า ขณะนี้ พล.อ.เสถียร อยู่ระหว่างเดินทางกับคณะ เพื่อไปแสวงบุญ ที่ประเทศอินเดีย โดยจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางกลับประเทศไทย
โดย พล.อ.เสถียร ยังไม่ได้รับแจ้งถึงการอายัดทรัพย์สินของ ป.ป.ช.และยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ป.ป.ช.แต่อย่างใด ตลอดทั้งวันผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์พล.อ.เสถียร แต่ปรากฏว่านายทหารคนสนิทเป็นผู้รับสายพร้อมกับปฎิเสธว่า“ไม่ใช่เบอร์ของพล.อ.เสถียร สงสัยจะโทรผิด ก่อนจะรีบวางสายไปทันที” ส่วนทางเฟซบุ๊คส่วนตัวของพล.อ.เสถียร ที่ใช้ชื่อว่า “SATIAN PERMTONGIN”ก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด มีเพียงบางคนที่โพสเข้ามาให้กำลังใจพล.อ.เสถียร เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับดร.ณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ ภริยาของพล.อ.เสถียร นั้น ผู้สื่อได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์ที่มีอยู่ทั้ง 2 เบอร์เช่นกัน แต่ปรากฏว่า เบอร์แรกที่ติดต่อไม่มีสัญญาณตอบรับ ขณะที่อีกเบอร์หนึ่งมีผู้รับสายพร้อมตอบว่า”ดร.ณัฐณิชาช์ ได้เปลี่ยนเบอร์โทรไปแล้ว ไม่ได้ใช้เบอร์นี้” ส่วน ร.อ.หญิงณิชาพัฒน์ เพิ่มทองอินทร์ บุตรสาวบุญธรรมที่เพิ่งมีวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ทางเฟซบุ๊คส่วนตัวของร.อ.หญิงนิชาพัฒน์ ไม่ได้โพสข้อความเกี่ยวกับกรณีที่พล.อ.เสถียร ถูกป.ป.ช.อายัดทรัพย์แต่อย่างใด มีเพียงผู้ที่เข้ามาอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดเท่านั้น
วันเดียวกัน นายสมบัติ จันทรวงศ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เดินทางเข้าชี้แจงเอกสารและหลักฐานกับ ป.ป.ช.เพิ่มเติม โดยกล่าวยอมรับว่า ตนได้รับฝากเงินจากนางณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ ภรรยา พล.อ.เสถียร จริง แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.เสถียร
ส่วนสาเหตุที่รับฝากเงินเป็นเพราะ นางณัฐณิชาช์ อ้างว่ามีปัญหาครอบครัว ในปี2554 ซึ่งขณะนั้น พล.อ.เสถียรก็ยังไม่ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม จึงไม่ได้เอะใจว่าเงินจำนวน 18 ล้านมีที่มาจากอะไร เพราะส่วนตัวเห็นว่า เมื่อเป็นนักธุรกิจการมีเงิน 18 ล้าน น่าจะเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้หลังจากที่ครอบครัว พล.อ.เสถียร นำเงิน 18 ล้านบาท มาฝาก ก็ได้ถอนคืนไปลงทุนซื้อที่ดินโดยใช้ชื่อตนเป็นหุ้นส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องสินสมรส หลังจากนั้นครอบครัว พล.อ.เสถียร ได้ขายที่ดินดังกล่าวในราคา 27 ล้านบาท นางณัฐณิชาช์ จึงนำเช็คสั่งจ่ายในนามบริษัทสยามโกบอลเฮาส์ผู้ซื้อที่ดินต่อมาให้ตน เนื่องจากชื่อตนมีหุ้นอยู่ด้วย ตนจึงนำไปเข้าฝากบัญชีสหกรณ์ธรรมศาสตร์อีกทอด เพราะมันสะดวกที่สุด เพื่อจะได้นำเงินสดมาคืนให้และทยอยถอนเงินสดออกมาให้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
นายสมบัติ กล่าวว่า ภายหลัง ป.ป.ช.ได้เรียกไปสอบสวน ได้พูดคุยกับนางณัฐณิชาช์ ซึ่งก็ได้บอกไปว่า จะบอกข้อมูลกับป.ป.ช.ตามความเป็นจริง อีกทั้งเมื่อเป็นข่าวใหญ่หลัง ป.ป.ช. แถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 ก.พ. นางณัฐณิชาและบุตรสาวได้โทรมาขอโทษตนที่ทำให้เดือดร้อน ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ตนคงไม่ได้ไปโกรธอะไรใคร อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าจะชี้แจงกับ ป.ป.ช. ได้ทุกเรื่อง จึงเชื่อว่าจะสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางป.ป.ช.ได้
โดยในวันนี้ ได้นำหลักฐานที่เป็นสมุดเงินฝากบัญชี จาก 3 ธนาคาร จำนวน 4 เล่ม มาเป็นหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาของ ป.ป.ช. โดยส่วนตัวอยากให้เรื่องนี้ไปสู่การพิจารณาของศาลโดยเร็วเพื่อที่จะได้รู้ว่าคนในครอบครัวของ พล.อ.เสถียร หลอกลวงตนหรือไม่ แต่หากผลการตัดสินพบว่าหลอกตนจริงก็ขอชื่นชมทาง ป.ป.ช.ที่สามารถตรวจสอบจนพบข้อเท็จจริงได้ และขอยืนยันว่าไม่มีเรื่องชู้สาวระหว่าง ตนกับ ร.อ.หญิงณิชาพัฒน์ บุตรสาว พล.อ.เสถียร แต่อย่างใด
นายสมบัติ กล่าวว่าวันนี้เข้าชี้แจง2ชั่วโมง ได้ขอให้ ปปช. ถอนอายัดบัญชีของตนซึ่งถูกอายัดเป็นเงิน 6 แสนบาทด้วย และขณะนี้ก็รู้สึกสบายใจที่ได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับทาง ปปช. โดยหลังจากนี้ก็คงจะต้องยุติบทบาทการทำงานของตัวและก็จะไม่กลับมาสอนหนังสืออีกต่อไป และคงจะทำงานด้านวิชาการที่ถนัด
“จะไปยื่นหนังสือลาออกต่ออธิการบดีในวันที่6มีนาคมนี้”นายสมบัติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี