วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
เกษตรกรกลุ่มต่อต้านการแบน 3 สารพิษรับมติคณะกรรมการวัตถุอันตายไม่ได้ ประกาศระดมพลเรียกร้องค่าแรงส่วนต่าง 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี หากไม่ได้รับ"เฉลิมชัย-มนัญญา"มาถอนหญ้า ดีเดย์เปิดศึกแบนพรรคการเมือง เดินหน้าฟ้องศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย แถลงว่า คณะกรรมกรรมการฯ มีมติให้แบน 3 สารเคมี ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต
ด้านนายสุกรรณ์ สังขวรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า หลังจากมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ประกาศแบนสารเคมีกำจัดวัชพืช พาราควอตและไกลโฟเซต ซึ่งเป็นปัจจัยหลักการผลิตสำคัญที่ทำให้เกษตรอุตสาหกรรมของประเทศเจริญเติบโตได้ทุกวันนี้ ภาครัฐจะต้องเตรียมรับมือกับมูลค่าความเสียหายทั้งในแง่รายได้เกษตรกร 2.5 แสนล้านบาท และมูลค่าการส่งออก 5.7 แสนล้านบาท รวมแล้วภาครัฐจะต้องสูญเสียรายได้กว่า 8.2 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกันภาคเกษตรกรจำเป็นต้องใช้สิ่งทดแทนที่ไม่ใช้สารเคมี เนื่องจากกังวลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ขอให้รัฐจ่ายเงินค่าชดเชย ส่วนต่างค่าแรงงาน 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี พร้อมหาแรงงานคนมาช่วยถอนหญ้า หากหาไม่ได้ขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ มาถอนหญ้าให้เกษตรกร 60 ล้านไร่ให้เสร็จภายใน 30 วัน รวมทั้งยกเลิกหนี้สินปัจจุบันของครอบครัวเกษตรกรทุกคนที่อยู่ในระบบของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อสร้างหนี้ใหม่กู้เงินมาซื้อเครื่องจักร และรัฐออกค่าใช้จ่ายส่วนต่างของเครื่องจักรทั้งหมดให้เกษตรกรเมื่อเทียบกับค่าสารเคมี พาราควอต
นายสุกรรณ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการรองรับการแบน 3 สารดังกล่าว ยังขาดความชัดเจนในหลายด้าน เป็นเพียงนโยบายกระดาษ ขาดความสามารถในการปฏับัติจริง ขอให้หน่วยงานภาครัฐมาทดลองสาธิตให้เห็นเป็นรูปธรรมกับพืชเศรษฐกิจที่กำลังปลูกบนพื้นที่ 500 ไร่ให้เห็นจริง เห็นผลภายการกำจัด หญ้า ภายใน 1 วัน หากทำไม่ได้ก็เป็นเพียงนโยบายน้ำลายขายฝันให้เกษตรกร และขอประกาศให้วันที่ 22 ตุลาคม เป็น วันกลียุคเกษตรกรรมไทย จารึกไว้ให้รุ่นลูกหลานรู้ไว้ถึง เกษตรกรรมไทยล้มสลายด้วยระบบการบริหารเอื้อนายทุนสารเคมีกลุ่มใหม่ ทฤษฏีสมรู้ร่วมคิดระหว่างนักการเมืองและ NGO
นอกจากนี้ เกษตรกรขอประกาศแบนพรรคการเมืองสมคบคิดและขอ “เผาผี” กลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ตั้งใจทำร้ายเกษตรกร อ้างทำเพื่อสุขภาพประชาชน และเตรียมพาพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบไปเรียกร้องค่าชดเชยต่อไป พร้อมกันนี้ทางกลุ่มเกษตรกรจะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลางให้คุ้มครองชั่วคราวอีกด้วย
"ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งตัวแทนฝ่ายกระทรวงเกษตรทำให้เกิดการแบน 3 สารเคมีนั้น เกษตรกรรับไม่ได้ เพราะเป็นการประชุมที่เร่งด่วนมาก ดังนั้นทางฝ่ายเกษตรกรจะขอสู้ต่อด้วยการแสดงพลังเกษตรกรด้วยการล่ารายชื่อใดบ้างที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้ 3 สารเคมีต่อไป เพื่อนำส่งมอบให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งต่อให้กับนายกรัฐมนตรีใช้ประกอบการพิจารณาถึงมติอัปยศของคณะกรรมการวัตถุอันตรายต่อไป"นายสุกรรณ์ กล่าว
ขณะที่นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ตัวแทนภาคเกษตรกร กล่าวว่า หลังจากรับทราบแล้วทางกลุ่มฯ จะยังคงยืนยันที่จะมีการยื่นศาลปกครองในวันที่ 28 ต.ค.นี้เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และ อีกทั้งจะไปยื่นถอดถอนมติกระทรวงสาธารณสุข/2560 ที่เป็นต้นเหตุของการแบน 3 สารดังกล่าวเพราะมีการใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงจะดำเนินการยื่นฟ้องเอาผิดตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดโดยจะแยกฟ้องทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง กลุ่มเอ็นจีโอ รวมถึงบอร์ดคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จ
“ผลตรวจการตกค้างของสารดังกล่าวในผักผลไม้นั้นไม่พบการตกค้างของสารพาราควอต และไกลโฟเซดแต่อย่างใดแต่การมาแบน 3 สารเพื่อเหตุผลใดแน่”น.ส.อัญชุลีกล่าว
นอกจากนี้ทางเครือข่ายภาคเกษตรกรที่คัดค้านการแบน 3 สารพิษจะรอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่อยู่ระหว่างการเยือนญี่ปุ่นกลับมาก่อนเพื่อรอฟังนโยบายเพราะเบื้องต้นนายกฯเคยระบุไว้ว่าจะเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจาก 4 ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อประเด็นดังกล่าวใหม่อีกครั้งหนึ่งแต่ที่ผ่านมายังไม่มีการดำเนินการใดๆ ตามคำสั่งนายกฯ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี