วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า สนทช.กำลังศึกษาแผนหลักแบบบูรณาการเพื่อบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำชีล่าง-เซบาย-เซบก และลุ่มน้ำมูลล่าง เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในจ.ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ทั้งนี้ จะศึกษาการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบทั้งลุ่มน้ำ (Area Based) ครอบคลุมถึงการแก้ปัญหาน้ำแล้งอย่างยั่งยืนด้วย โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นคอขวดจุดบรรจบของแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูล ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำมักเกิดน้ำท่วมเป็นประจำในฤดูน้ำหลาก ต้องหาแนวทางแก้ไขเร่งด่วน
ในการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำชี-มูลตอนล่างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ต้องทำเป็นระบบ ตั้งแต่หาแนวทางตัดยอดน้ำ นำศาสตร์พระราชาเรื่องแก้มลิงมาใช้ ปรับปรุงแก้มลิงเดิมที่มีอยู่ให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ และใช้พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำทั้ง 2 แห่ง ทำเป็นทุ่งรับน้ำกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด หรืออาจต้องใช้วิธีปรับปฏิทินเพาะปลูกข้าวใหม่ เพื่อใช้ทุ่งนาเป็นแก้มลิงธรรมชาติช่วงน้ำหลาก เช่น ทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งนอกจากตัดยอดน้ำได้แล้ว น้ำที่กักเก็บไว้ยังนำมาใช้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งได้อีกด้วย ถ้าจำเป็นอาจต้องเช่าที่เอกชนในการกักเก็บน้ำก็ต้องยอม
นอกจากนี้ การบริหารจัดการน้ำและจัดระบบการจราจรทางน้ำเป็นเรื่องสำคัญต้องมีเครื่องมือบริหารจัดการน้ำครอบคลุมทุกลำน้ำสาขา โดยเฉพาะลุ่มน้ำสาขาสำคัญๆ เช่นปีนี้ หากไม่มีเขื่อนลำปาวกักเก็บน้ำไว้กว่า 1,000 ล้าน ลบ.ม. และถ้าไม่มีเขื่อนราษีไศล หรี่บานประตูชะลอระบายน้ำ เหตุการณ์น้ำท่วมจะรุนแรงกว่านี้อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเครื่องมือบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ขณะนี้ไม่เพียงพอ ลำน้ำสาขาหลายแห่งยังไม่มีหรือมีแต่ก็ใช้งานได้ไม่เต็มมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำยัง ลำน้ำเซบาย ลำน้ำเซบก ห้วยขยุง ห้วยบอน ซึ่งปัจจุบันทางน้ำหลายแห่งมีสิ่งกีดขวางจำนวนมากต้องเร่งแก้ไข ส่วนแนวทางสร้างพนังกั้นน้ำต้องมีความแข็งแรงมั่นคง ด้วยแบบมาตรฐานที่ไม่ว่าหน่วยงานไหนสร้างต้องใช้แบบมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้ง การก่อสร้างพนังกั้นน้ำยังทำให้น้ำในลำน้ำไหลเข้าจ.อุบลราชธานี เร็วขึ้น จึงต้องศึกษาให้ดี
“ในส่วนของการระบายน้ำต้องสร้างคลองผันน้ำควบคู่ไป โดยวางกรอบศึกษาแนวทางผันน้ำไว้ 3 เส้นทาง เส้นทางแรกคือ ผันน้ำจากลำน้ำชี-แม่น้ำโขง โดยผันน้ำจากลำน้ำชีเหนือเขื่อนยโสธร จ.ยโสธร ขุดคลองผันน้ำผ่านลำเซบาย ลำเซบก ห้วยตุงลุง และลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งตัดยอดน้ำจากลำน้ำชีไม่ให้ไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำมูลมากเกินไปเส้นทางที่สองคือ ผันน้ำจากแม่น้ำมูล เลี่ยงน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองอุบลราชธานี และลดปริมาณน้ำที่ล้นจากแก่งสะพือ บริเวณอ.พิบูลมังสาหาร ผันผ่านลำน้ำธรรมชาติไปลงลำโดมใหญ่ และลงสู่แม่น้ำโขง ส่วนเส้นทางที่สาม ขุดคลองลัดเพื่อผันน้ำเลี่ยงแก่งต่างๆเนื่องจากแก่งขีดขวางการระบายน้ำ ซึ่งผลการศึกษาทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2563”เลขาธิการ สทนช. กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี