วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
“การทำงานของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ตั้งปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อนำประเทศไปสู่การมีภูมิคุ้มกันและความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล เน้นทำงานเชิงรุกส่งเสริมศักยภาพบุคลากร พร้อมนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของประเทศ โดยยึดมั่นประโยชน์ประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด” ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. กล่าวถึงหลักการทำงานในโอกาสที่ สทนช.ครบรอบ 2 ปีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 และกำลังก้าวขึ้นสู่ปีที่ 3
สทนช. เป็นหน่วยงานบริหารทรัพยากรน้ำ ตั้งขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 46/2560 อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศทั้งระบบมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน โดยทำหน้าที่บูรณาการงาน ข้อมูล แผนงาน โครงการ งบประมาณ ตลอดจนติดตามประเมินผลและควบคุมการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สทนช.ดำเนินงานตามภารกิจด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาวางรากฐานงานด้าน“น้ำ” ของประเทศอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนทุกมิติ โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา แนวทางตามพระราชดำริที่เกี่ยวข้อง หลักการทรงงานมาใช้ปฏิบัติงานภายใต้บทบาทเสนาธิการด้านน้ำของประเทศ สทนช.ให้คุณค่ากับการดำเนินงานของหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานทุกระดับและทุกภาคส่วนเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริงและขับเคลื่อนร่วมกันเต็มประสิทธิภาพ
.jpg)
สมเกียรติ ประจำวงษ์
สทนช.ขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 โดยกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ประกอบด้วย แผนแม่บทด้านที่ 1 จัดการน้ำอุปโภคบริโภค ให้ทุกหมู่บ้านและชุนชนเมืองมีน้ำสะอาดใช้ครบทุกหมู่บ้านภายในปี 2573 ขณะนี้จัดทำประปาหมู่บ้านแล้วเสร็จ 7,320 หมู่บ้าน เหลืออีก 170 หมู่บ้าน จะดำเนินการให้เสร็จปี 2562 เพิ่มเพิ่มประสิทธิภาพระบบประปาหมู่บ้าน 1,837 หมู่บ้าน จากเป้าหมาย14,534 หมู่บ้าน ส่วนการขยายเขตประปาเมืองดำเนินการไปแล้ว 453 แห่ง จากเป้าหมาย 10,070 แห่ง
แผนแม่บทด้านที่ 2 สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิตในปี 2562 สร้างแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำในเขตชลประทานเพิ่มขึ้น 166 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ทำให้มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น
150,793 ล้านไร่ นอกจากนี้ ยังพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรน้ำฝนเพิ่มขึ้น 233 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 22,920 ไร่ แผนแม่บทด้านที่ 3 การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ในปี 2562 ได้ปรับปรุงลำน้ำธรรมชาติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ 8 แห่ง เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำภายในประเทศ 12 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมือง
แผนแม่บทด้านที่ 4 จัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ผ่านมาได้พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย 100 แห่ง คงเหลือ 641 แห่งแผนแม่บทด้านที่ 5 อนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน ปัจจุบันได้ฟื้นฟูสภาพป่าต้นทุนที่เสื่อมโทรมคิดเป็นพื้นที่ 60,000 ไร่ จากเป้าหมาย 3.52 ล้านไร่ แผนแม่บทด้านที่ 6 การบริหารจัดการ ปัจจุบันออกกฎหมายแล้วหลายฉบับ สำหรับใช้กำหนดขอบเขตบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 มีเจตนารมณ์บูรณาการจัดสรร การใช้ พัฒนา บริหารจัดการ บำรุงรักษา ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และสิทธิในน้ำเพื่อบริหารทรัพยากรน้ำอย่างเป็นเอกภาพทุกมิติอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ.2561 พร้อมจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และจัดตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำ 22 ลุ่มน้ำ(ใหม่) สำเร็จอีกด้วย
นอกจากนี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สทนช.ยังปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการเป็นศูนย์กลางการบูรณาการ และกำกับดูแลทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ล่าสุด กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 สาระสำคัญคือ ตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติใน 4 ภูมิภาค ทำหน้าที่กำกับดูแลครอบคลุม 22 ลุ่มน้ำใหม่ รวมทั้งยังเเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำจากส่วนกลางและภูมิภาคเป็นระบบ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในท้องถิ่นมากขึ้น ตลอดจนเป็นศูนย์กลางบูรณาการเรื่องน้ำในภูมิภาค ประกอบด้วย
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 (ภาคเหนือ) จ.ลำปาง ดูแลลุ่มน้ำสาละวิน ลุ่มน้ำโขงเหนือ ลุ่มน้ำวัง ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำน่าน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 (ภาคกลาง) จ.สระบุรี ดูแลพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำสะแกกรัง ลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำโตนเลสาบ และลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จ.ขอนแก่น ดูแลพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ลุ่มน้ำชีลุ่มน้ำมูล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 4 (ภาคใต้) จ.สุราษฎร์ธานีดูแลลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำภาคใต้ตะวันออกตอนล่าง และลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี