วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
ผ่ากระบวนการตัดสินแบน 3 สาร จาก 7 ข้อคิด/ข้อสังเกต จากอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร

ผ่ากระบวนการตัดสินแบน 3 สาร จาก 7 ข้อคิด/ข้อสังเกต จากอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 18.56 น.
Tag : ดร. อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ ผ่ากระบวนการตัดสิน อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร จาก 7 ข้อคิด/ข้อสังเกต แบน 3 สาร
  •  

ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเกิดกระแสวิพากวิจารณ์ เป็นประเด็นใหญ่ในสังคมเรื่องการแบน 3 สารเคมีเกษตร โดยฝ่ายที่เห็นควรแบน ให้เหตุว่าตัวสารและการใช้มีผลต่อคนทั้งผู้ใช้และไม่ใช้สาร ส่วนฝ่ายที่เห็นว่าไม่สมควรแบน ระบุว่าเป็นสารจำเป็นต่อปัจจัยการผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด ยังไม่มีสิ่งทดแทนที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน และไม่เชื่อถือข้อมูลอีกฝ่ายที่นำเสนอเหตุผลแบน

ดร. อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ประมวลประเด็นปัญหาและการดำเนินการที่ผ่านมา โดยอธิบายเป็น 7 ข้อคิดสำคัญได้ว่า ความขัดแย้งรุนแรงที่เกิดขึ้น แทนที่จะใช้วาทะกรรม การสร้างกระแสปั่นสังคม ควรหันหน้ามาเจรจากัน โดยตั้งอยู่บนผลประโยชน์โดยรวมของชาติ เกษตรกรผู้ผลิตอยู่ได้ ประชาชนปลอดภัย สิ่งแวดล้อมถูกกระทบน้อย แต่ถ้ามีเจตนาอื่นแอบแฝง การเจรจาก็เกิดขึ้นได้ยาก


ข้อคิดที่ 1 การเฝ้าระวังและการตรวจสอบผลตกค้างของสารทั้งสามชนิดในผลิตผลทางการเกษตร โดย ไทยแพน (เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช) นำเสนอผลสุ่มตรวจสารพิษตกค้างครั้งที่ 2 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 แจ้งว่าพบสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานในผักผลไม้ที่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค 16 ชนิดแต่ไม่มีสารตกค้างพาราควอตและไกลโฟเซต

จากนั้น ปี 2560 ไทยแพนแจ้งว่า กว่าครึ่งผักและผลไม้ยอดนิยม 16 ชนิด มีสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน 46% เอกสารไม่ระบุว่าเป็นสารใด แต่ไทยแพน แถลงข่าว พบพาราควอตตกค้างเกินมาตรฐานสูง 50% รองลงมาไกลโฟเซต 8% และชูยาฆ่าหญ้าเป็นปัญหาระดับชาติ ขอให้แบนสารดังกล่าว

ข้อสังเกต สารที่ตกค้างในรายงานปี 2559 ไม่พบสารพาราควอตและไกลโฟเซต และปี 2560 การตกค้างสารทั้งสองในผักและผลไม้ 55% ไม่น่าเป็นไปได้ หากผักถูกสารพาราควอตจะไหม้และตายไป ที่เอาออกมาขายได้ต้องไม่ถูกสารพาราควอต ไทยแพนควรเปิดเผยผลตรวจสอบดังกล่าว

ข้อคิดที่ 2 กระทรวงสาธารณสุขตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ในเดือนธันวาคม 2559 มีกรรมการ 21 ท่าน และได้ประชุมทั้งสิ้น 4 ครั้ง แต่มีข้อสังเกตไม่สามารถหารายงานการประชุมใน 3 ครั้งแรกได้

เนื่องจากผลการตรวจสอบสารตกค้างมีเพียง คลอร์ไพรีฟอส ไม่พบพาราควอตและไกลโฟเซต แล้วทำไมจึงมีชื่อปรากฏมาในภายหลังได้ในการประชุมครั้งสุดท้าย รวมทั้ง กระทรวงสาธารณสุขได้แต่งตั้งไทยแพนให้เป็นกรรมการและเลขานุการร่วมด้วย ที่สำคัญมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ไม่อาจบังคับให้แบนสารดังกล่าวได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ แต่กลับมีมติและบังคับให้กรมวิชาการเกษตรทำตาม

ข้อคิดที่ 3 กรมวิชาการเกษตรนำมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ เสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณา โดยกรมวิชาการเกษตรได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของการใช้สาร ไกลโฟเซต ตามข้อเสนอคณะกรรมขับเคลื่อนฯ ส่วนการยกเลิกพาราควอตและคลอร์ไพรีฟอส ได้นำเสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณา ข้อสังเกต กรมวิชาการเกษตรทราบถึงกระบวนการเป็นอย่างดีจึงได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้พิจารณา ไม่ได้หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบหรือถ่วงเวลาแต่ประการใด

ข้อคิดที่ 4 การพิจารณาคณะกรรมการวัตถุอันตราย ตามกระบวนการยกเลิกใช้สารใด ๆ ก็ตาม อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการวัตถุอันตรายก่อน ให้เกิดความรอบคอบ ยึดหลักเหตุผล และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ คณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาเรื่องการยกเลิกสารดังกล่าว จนเกิดการประชุมรวมถึง 13 ครั้ง มีผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องทางวิชาการ วิจัย และอื่น ๆ ได้ข้อสรุปวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ให้ใช้แนวทางจำกัดการใช้ทั้งสามแทนการยกเลิกใช้สารดังกล่าว รวมทั้งคณะกรรมการมีมติมอบให้กรมวิชาการเกษตรจัดทำแผนดำเนินการต่อไป

ข้อสังเกต กระบวนพิจารณาเป็นไปตามขั้นตอน รอบคอบมีการตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาข้อเท็จจริง โดยประธานคณะอนุกรรมการฯ ครั้งนั้นคือ ดร.ภักดี โพธิศิริ อดีตเลขาธิการ อ.ย. และอดีตกรรมการ ปปช. ที่สำคัญมีการอภิปรายและเปิดเผยบันทึกเหตุและผลอย่างเปิดเผย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยรวม 22 หน้า

ข้อคิดที่ 5 การพิจารณาข้อเสนอผู้ตรวจการแผ่นดิน วันที่ 14 ธันวาคม 2561 ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือถือคณะกรรมการวัตถุอันตรายดำเนินการยกเลิกใช้สารดังกล่าว แต่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ขอข้อมูลจากผู้ตรวจการแผ่นดินเพิ่มเติม และประชุมวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อทบทวนการตัดสินและได้ข้อสรุปยืนยัน มติเดิมไม่มีการยกเลิกใช้สาร

แต่ให้เป็นมาตรการจำกัดการใช้ และรายงานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ข้อสังเกต ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะ แต่กลับพบว่าที่มาที่ไปของการวินิจฉัยมีเป้าหมายอยู่ในใจก่อนแล้ว จึงเกิดคำถามว่า ทำไมไม่แสวงหาข้อเท็จจริงรอบด้านทั้งผู้ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกสารดังกล่าว

ข้อคิดที่ 6 การดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการดำเนินงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ หลังจากคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ กรกฎาคม 2562 ได้ประกาศชัดเจนว่าจะแบนสารทั้งสามชนิด พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส

ภายในปี 2562 ขณะเดียวกัน คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ดำเนินการตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 18 กันยายน ให้มีการศึกษาถึงปัญหา วิธีการและผลกระทบ บริหารจัดการสารจากผู้เกี่ยวข้อง 4 ภาคส่วนได้แก่ ภาครัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค

แต่ รมช. มนัญญา ได้ลงนามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งตนเองเป็นประธานและประชุมคณะทำงานในวันที่ 7 ตุลาคม โดยมีมติเอกฉันท์ตามข่าวในสื่อมวลชนให้ยกเลิก 3 สาร โดยมิได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาและผลกระทบในการบริหารจัดการสารแต่ประการใด

ข้อสังเกต เหตุใด รมช. มนัญญา จึงให้ความสนใจเฉพาะปัญหาและผลกระทบ แต่ไม่ให้ความสำคัญผลกระทบด้านอื่น และใช้เวลาในการประชุมรวบรัดไม่ถึง 3 ชั่วโมงตัดสิน โดยไม่มีข้อมูลทางวิชาการใหม่ไปหักล้างข้อมูลเดิมที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายใช้ตัดสินไม่ยกเลิกสารทั้งสาม

ข้อคิดที่ 7 การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร จากกระแสขัดแย้งที่เกิดขึ้น ได้ตั้งคณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ขึ้น และได้ฟังการแถลงข่าวสรุปความได้ว่า สารทั้งสามนี้เป็นอันตรายน่าจะต้องยกเลิกการใช้ ข้อสังเกต รายชื่อผู้ที่ได้รับเสนอชื่อเป็นกรรมาธิการจากพรรคต่างๆ เป็นกลุ่มบุคคลที่เห็นว่าสมควรยกเลิกอยู่แล้วและเป็นแกนนำเคลื่อนไหวในการยกเลิกด้วย จึงพอคาดเดาได้ว่ามติจะออกมาในรูปแบบใด

“ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงหนึ่งความคิดเห็นเพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง และหวังว่าสังคมไทยจะตัดสินเรื่องต่าง ๆ ด้วยเหตุและผล คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ” นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ กล่าวสรุป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

องคมนตรีเปิดอาคารสถานีวิจัยฯ‘โครงการหลวงโนนดินแดง’ ขับเคลื่อนเกษตรพื้นที่ราบสูงบุรีรัมย์

'กกต.'ยันแก้ไขข้อมูลเอกสารผู้สมัคร สส.-พรรคเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรถูกต้องแล้ว

'นายกฯ'ลงจุดเกิดเหตุเครนมรณะ จี้เยียวยาหลักล้าน ด้าน บ.ก่อสร้าง ยอมรับผิด-เยียวยาเต็มที่

อย่าให้คนไทยตายฟรี! 'ดร.เอ้ สุชัชวีร์' จี้ 5 คำถามรัฐ ปมเครนถล่ม-คอร์รัปชัน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved