วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฟื้นฟู เยียวยา เกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัยช่วงปี 2562 งบประมาณ 3,120 ล้านบาทเพื่อสร้างรายได้ลดรายจ่ายในครัวเรือนให้เกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย ปี 2562 จากพายุโพดุลและคาจิกิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯมอบหมายให้ สศก. วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจการเกษตร จากการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งสศก.พบการดำเนินงานตามแผนปฎิบัติการทั้ง 5 โครงการ จะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 1.08 ล้านครัวเรือน ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 36,881 ล้านบาท หรือเพิ่มร้อยละ 1,282 ของงบประมาณที่ใช้ไป ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 40,002 ล้านบาท คาดว่าการดำเนินงานของแต่ละโครงการ จะส่งผลสำเร็จทางเศรษฐกิจ ดังนี้
1.โครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ถั่วเขียว) จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 6,429 ล้านบาท จากการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 5,147 ล้านบาท เฉลี่ย 51,471 บาท/ครัวเรือน และถั่วเขียว
1,282 ล้านบาท เฉลี่ย 25,654 บาท/ครัวเรือนโดยโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเป็นเงินสดโอนเข้าบัญชีเกษตรกรที่ประสบภัยเสียหายสิ้นเชิงโดยตรง ช่วยเหลือไม่เกิน 20 ไร่ ของพื้นที่เสียหาย อัตราช่วยเหลือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 245 บาท/ไร่ เกษตรกรจะได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ เฉลี่ยครัวเรือนละ 2,450 บาท ส่วนถั่วเขียว 200 บาท/ไร่ เกษตรกรได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ เฉลี่ยครัวเรือนละ 1,600 บาท จากพื้นที่เป้าหมายโครงการ เกษตรกร 150,000 ครัวเรือน พื้นที่ 1.4 ล้านไร่
2.โครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2563/64 ส่งผลให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมจากการผลิตข้าวในโครงการ 27,894 ล้านบาท จากการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว 63,200 ตัน เฉลี่ยไร่ละ 10 กก. เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตได้ 1,223 บาท/ครัวเรือน 3.โครงการพัฒนาเสริมทางเลือกอาชีพด้านประมง : การเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในบ่อ
ส่งผลให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 1,073 ล้านบาท หรือเฉลี่ยครัวเรือนละ 21,480 บาทจากการสนับสนุนพันธุ์ ปลานิลแปลงเพศ ขนาด 5 - 7 เซนติเมตร 800 ตัว/รายและอาหารสัตว์น้ำนำร่องให้เกษตรกร 120 กิโลกรัม/ราย เป้าหมายเกษตรกร 50,000 ราย
4.โครงการสร้างรายได้จากอาชีพประมงในแหล่งน้ำชุมชน ส่งผลเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการผลิต รวม 4,216 ล้านบาท หรือเฉลี่ยชุมชนละ 21,080 บาท จากการสนับสนุนปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม ตามแหล่งน้ำชุมชน มีเป้าหมายดำเนินการ 1,436 แห่ง 200,000 ตัว/แห่ง 5.โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีก ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการผลิต 3 กรณีคือไก่ไข่ 387 ล้านบาท เฉลี่ยครัวเรือนละ 8,081 บาท เป็ดไข่ 361 ล้านบาท เฉลี่ยครัวเรือนละ 7,526 บาท และไก่พื้นเมือง 80 ล้านบาท เฉลี่ยครัวเรือนละ 1,669 บาท โดยสนับสนุนสัตว์ปีก และปัจจัยการผลิต รายการละ 4,850 บาท
เลือกได้ครัวเรือนละ 1 รายการ รวม 48,000 ราย ส่งเสริมให้เกษตรกรทำเกษตรผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นอาชีพเสริมลดรายจ่าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี