วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
10 พฤศจิกายน 2562 นายวรจันทร์ ศรีสุนาครัว อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 12 ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พาผู้สื่อข่าวเดินไปบริเวณคอกควาย ที่อยู่ติดกับป่าจิกหนา บริเวณบ่อขยะแห่งใหม่ของเทศบาลต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ซึ่งห่างจากถนนสายบ้านเชียง-หนองเม็ก ประมาณ 500 เมตร หลังจากกลางดึกที่ผ่านมามีโจรคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 3 คน บุกเข้ามาขโมยเอาควายที่ผูกเอาไว้ในคอกปลายนาหายไป 3 ตัว เหลือเอาไว้ให้เพียง 2 ตัว

โดยนายวรจันทร์ หรือ “ตู้วอ” เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวยังมีอาการตกใจไม่หาย หลังควายหายไปถึง 3 ตัว โดยบอกว่าเมื่อเช้านี้ประมาณ 7 โมงเช้า ตนเองขับรถจยย.จากบ้านพัก ที่อยู่ที่นาอีกแห่งมาที่คอกควายที่อยู่ปลายนาของญาติ ใกล้กับบ่อขยะใหม่ของเทศบาลต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เพื่อจะมาปล่อยควายไปกินหญ้าเหมือนปกติทุกวัน แต่ปรากฏว่าพอมาถึงคอกควาย ก็ตกใจมากเพราะควายที่อยู่ในคอกซึ่งมีทั้งหมด 5 คนนั้น หายไป3 ตัว เหลือควายแค่ 2 ตัว ตอนแรกคิดว่าควายหลุดคอกแต่ดูแล้วไม่ใช่ เพราะมีลักษณะคล้ายคนร้ายเปิดไม้ที่ตนเองปิดคอกเอาไว้เปิดออก และมีร่องรอยตัดเชือกและปลดเชือกจากสะพายควายจากควายทั้ง 3 ตัว และมีร่องรอยมูลควายอยู่นอกคอกด้วย คนร้ายน่าจะเข้ามาขโมยในช่วงกลางดึก

โดยภายในคอกควายที่เป็นเพิงหมาแหงน ตีล้อมคอกด้วยไม้ยูคา มุงหลังคาด้วยสังกะสีเก่า นายวรจันทร์ พาดูจุดแรกเป็นที่ผูกควายไว้ในคอก โดยจุดนี้คนร้ายได้ตัดเชือกสะพายควาย ตัวนี้ชื่อ “วันเพ็ญ” เป็นควายเพศผู้ประมาณ 2 ปี ตัวที่ 2 เป็นควายเพศผู้อายุประมาณ 3 ปี ชื่อ “โพธิ์ทอง” ตัวนี้คนร้ายแก้เชือกจากสะพายควายไป ส่วนตัวที่ 3 เป็นควายเพศเมียชื่อ “สงกรานต์” อายุประมาณ 7 ปี คนร้ายก็แก้เชือกจากสะพายควายไปเช่นกัน เหลือเอาไว้เชือกให้ดูต่างหน้า สำหรับราคาควายทั้ง 3 ตัว มูลค่าประมาณ 100,000 บาท แต่คนร้ายไม่ได้เอาไปหมด เหลือควายเอาไว้ให้ 2 คือคือ “เจ้าตะวัน” และ “กระทิง”
นายวรจันทร์ บอกอีกว่า คอกควายแห่งนี้ตนอาศัยที่นาของญาติทำคอกควายเอาไว้ เพราะเจ้าของที่นาเขาอยากได้มูลควายเอาไว้ทำปุ๋ยในแปลงนาในปีหน้า โดยมาทำคอกเอาไว้เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ปกติจะนอนที่ทุ่งนาอีกที่หนึ่งที่ห่างไปประมาณ 1 กม. ตนไม่ได้มานอนเฝ้าเพราะปกติควายไม่เคยหาย และที่ผ่านมาในหมู่บ้านก็ไม่เคยมีเรื่องวัวควายหายเช่นกันจนมาเจอกับตัวเองจนได้

'แต่ก็ยังสงสัยอยู่เพราะก่อนควายจะหายประมาณ 1 อาทิตย์มีนายฮ้อยจากต่างถิ่นมาขอซื้อควายถึง 3 เจ้าและมาตื้อให้ขายแต่ตนเองไม่ขายเพราะรักเหมือนลูก คงต้องให้ตำรวจตามสืบดู'
นายวรจันทร์ บอกอีกว่า วันนี้จะไปเกี่ยวข้าวก็ไม่มีกะจิตกะใจเกี่ยวข้าวแล้ว วิ่งถามหาแต่ควายเผื่อมีใครเจอเบาะแส อยากจะวิงวอนให้ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายให้ที เพราะลูกควายที่หายไปทั้ง 3 ตัวเหมือนลูกแท้ๆ และยืนยันควายไม่หลุดคอกแน่นอน มีโจรมาขโมยมาแน่นอน

ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชื่อแน่ว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยควายของนายวรจันทร์แน่นอน เพราะพบร่องรอยรอยเท้าของคนประมาณ 2-3 คู่เดินจูงควายผ่านป่าจิกหนา บ่อขยะใหม่เทศบาลต.บ้านเชียง ไปขึ้นรถปิคอัพที่จอดเอาไว้ที่ห่างไปประมณ 1 กม. และเมื่อเดินไปดูก็พบรอยล้อรถด้วย คาดว่าคนร้ายจะมาดูลาดเลามานานแล้ว พบว่าคอกควายที่ไหนไม่มีเจ้าของเฝ้า อาศัยช่วงกลางคืนเข้าไปขโมยควายของชาวบ้านไป แต่หากรถปิคอัพขนควายไปได้หมดทั้ง 5 ตัวคงไม่เหลือให้เจ้าของสักตัวแน่นอน
หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุตำรวจจะได้เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป พร้อมกับเตือนชาวไร่ชาวนาที่เลี้ยงวัวควายไว้ปลายคอกนอนนาให้ระวังกันด้วยตอนนี้โจรขโมยวัวควายออกอาละวาดแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี