สศก.แนะปรับการผลิตรายภาค  ดึง Agri-Mapพร้อมBig dataบริหารจัดการสินค้าเกษตร

สศก.แนะปรับการผลิตรายภาค ดึง Agri-Mapพร้อมBig dataบริหารจัดการสินค้าเกษตร

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag :

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึง นโยบายบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจ(Zoning by Agri-Map) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรจัดทำแผนการผลิต ปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมเป็นการผลิตสินค้าที่เหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของตลาดสศก. จึงจัดทำแนวทางบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจระดับภาค โดยใช้ Agri-Map และ Big data ของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อปรับสมดุลของอุปสงค์และอุปทานของสินค้าเกษตรแต่ละพื้นที่ โดยศึกษาวิเคราะห์พืช/กิจกรรม เพื่อเป็นทางเลือกสร้างโอกาสได้รับรายได้เพิ่มขึ้น

นายพลเชษฐ์ ตราโช ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สศก. กล่าวถึง ผลการศึกษาและแนวทางการบริหารจัดการรายภาคว่า ภาคเหนือ หากพิจารณาถึงความเหมาะสมของที่ดินปลูกข้าว พบว่า มีพื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) รวม 12.4 ล้านไร่ (ร้อยละ 82) โดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้มากขึ้น และปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นข้าวอินทรีย์ ข้าว GAP ซึ่งตลาดต้องการ สำหรับพื้นที่เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม(S3/N) มี 2.8 ล้านไร่ (ร้อยละ 18)  ต้องปรับเปลี่ยนการผลิต ไปสู่สินค้าเกษตรที่มีศักยภาพ ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ กล้วยน้ำว้า ไผ่ ไม้เศรษฐกิจ


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านความเหมาะสมของที่ดินปลูกข้าว มีพื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) รวม 20.3 ล้านไร่ (ร้อยละ 47) ควรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและมาตรฐานข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้ไปสู่การผลิตให้เป็นสินค้า Premium เพื่อส่งออกและมีพื้นที่เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) 22.9 ล้านไร่ (ร้อยละ 53) ควรปรับเปลี่ยนไปเป็น กล้วยหอมทอง เงาะ ไม้ดอกไม้ประดับ พริก หรือปลูกพืชเสริมรายได้หลังการทำนา ได้แก่ ข้าวโพดสด รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพด้านแหล่งน้ำและปรับปรุงดินร่วมด้วย

ภาคกลาง ความเหมาะสมดินปลูกข้าวมีพื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) 7.7 ล้านไร่ (ร้อยละ 91) ซึ่งพร้อมด้านกายภาพเหมาะสำหรับปลูกข้าวมาก แนวทางพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการเพิ่มมูลค่าสินค้าข้าว ด้วยการผลิตข้าวที่มีคุณภาพมาตรฐานตลอดโซ่อุปทาน รวมทั้งบริหารจัดการสินค้าให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด และในพื้นที่เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) 0.8 ล้านไร่ (ร้อยละ 9) จึงเสนอให้ปรับเปลี่ยนเป็นสินค้าศักยภาพที่ควรส่งเสริมพืชผัก พืชสมุนไพร เนื่องจากมีตลาดของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรรองรับ และพืชอาหารสัตว์รองรับฟาร์มปศุสัตว์ที่กระจายอยู่ทั้งภาค

ภาคตะวันออก แนวทางการพัฒนาสำคัญ เพื่อรักษาพื้นที่เกษตรกรรมควบคู่กับส่งเสริมการผลิตที่เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น โดยกำหนดผังเมืองเขตพื้นที่เกษตรกรรมเมือง อุตสาหกรรม และพื้นที่ประมงชายฝั่งให้ชัดเจน สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ส่วนพื้นที่เพาะปลูกข้าวมีพื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) 2.3 ล้านไร่ (ร้อยละ 77) แนวทางพัฒนาเน้นใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิต ดูแลรักษา เก็บเกี่ยวเพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานตามความต้องการตลาด ส่วนพื้นที่เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) 0.7 ล้านไร่ (ร้อยละ 23) จึงเสนอสินค้าเพื่อปรับเปลี่ยน ได้แก่ พืชสมุนไพร มีตลาดโรงพยาบาลและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติรองรับสินค้ารายใหญ่

ภาคใต้ (ยกเว้นภาคใต้ชายแดน) ปี 2560 พื้นที่ปลูกยางพาราของภาคใต้คิดเป็น 10 ล้านไร่ หรือ ร้อยละ 49 ของพื้นที่ปลูกยางทั้งประเทศ ความเหมาะสมของที่ดินสำหรับปลูกยางพารา พบว่า มีพื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) 9 ล้านไร่ (ร้อยละ 90) โดยแนวทางการพัฒนาควรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราและปลูกพันธุ์ยางคุณภาพดีในพื้นที่เหมาะสม และปลูกพืชแซมหรือปลูกพืชร่วมยาง ส่วนพื้นที่เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) 1 ล้านไร่ (ร้อยละ 10) ควรเปลี่ยนการผลิตเป็นไม้ผลที่มีศักยภาพ ได้แก่ ทุเรียน พัฒนาเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top