อีรุงตุงนัง!‘ปารีณา’เอาคืนส่งทนายฟ้อง‘วีระ-อัจฉริยะ’หมิ่น-แจ้งเท็จ

อีรุงตุงนัง!‘ปารีณา’เอาคืนส่งทนายฟ้อง‘วีระ-อัจฉริยะ’หมิ่น-แจ้งเท็จ

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.19 น.

อีรุงตุงนัง!‘ปารีณา’เอาคืนส่งทนายฟ้อง‘วีระ-อัจฉริยะ’หมิ่น-แจ้งเท็จ

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มอบอำนาจให้ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระ สมความคิด อายุ 62 ปี ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท , หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3101/2562 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.00 น.


ภายหลังนายธีรยุทธ เปิดเผยว่า น.ส.ปารีณา ได้ยื่นฟ้องนายวีระ สมความคิด กรณีกล่าวหาว่าฟอกเงิน ส่วนนายอัจฉริยะได้พูดจาในทำนองเหยียดหยามว่าเป็น ส.ส.กระจอก ซึ่งประเด็นปัญหาที่นำคดีมาสู่ศาลเพื่อเปิดโอกาสให้มีการพิสูจน์ความจริงที่คลาดเคลื่อนอยู่บางประเด็นในสังคม หวังว่านายวีระ และนายอัจฉริยะ คงพร้อมที่จะนำความจริงมาพิสูจน์กัน ส่วนตนได้เตรียมข้อมูลดังกล่าวไว้พร้อมแล้ว โดยทั้ง 2 คนดังกล่าวเชื่อว่า น.ส.ปารีณา ถือครองที่ดิน 3 แปลงย่อย มีการแบ่งแยกออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดคืน ตนจึงอยากทราบว่าที่ดิน 3 แปลงย่อยที่อ้างถึงนั้นอยู่ที่ใดบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวีระ สมความคิด กับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ กล่าวเท็จในประเด็นใดบ้าง นายธีรยุทธ กล่าวอ้างว่า มีหลายจุดมาก เพราะทั้ง 2 คนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้มาก ซึ่งมีรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในคำฟ้อง ความจริงบุคคลที่ทำงานสาธารณะระดับนี้ไม่ควรกระทำ เราอยู่ในสังคมทำงานสาธารณะ ความจริงและความสุภาพเท่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เห็นว่าการใช้อากัปกิริยาเหยียดหยามบุคคลที่ทำงานให้แก่สังคมและสาธารณะด้วยกันเอง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า ช่วงเช้าวันนี้(2 ธันวาคม 2562) นายอัจฉริยะ ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กล่าวหาว่า ที่ดินของน.ส.ปารีณา รุกล้ำที่ดินของชาวบ้าน โดยมีการล้อมรั้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายธีรยุทธ กล่าวว่า ขอชี้แจงว่าตามแนวบรรทัดฐานของศาลฎีกา ระบุว่า ไม่ว่าที่ดินแปลงนั้นจะเป็นของใคร ถ้าเป็นการต่อสู้ระหว่างราษฎรด้วยกันเอง ส่วนข้อโต้แย้งซึ่งกันและกัน ก็มีหน่วยงานรัฐที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แม้กระทั่งศาลเองก็ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่จะแก้ไขปัญหาได้

เมื่อถามว่า ยืนยันที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไม่ได้รุกล้ำที่ดินของชาวบ้านได้หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้สอบถาม น.ส.ปารีณา อย่างละเอียด แล้วก็ไม่ใช่ประเด็นปัญหาที่นำมาฟ้องต่อศาล

เมื่อถามว่า ฟ้องนายวีระ สมความคิดข้อหาบุกรุกด้วยหรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า นายวีระ สมความคิด รู้ตัวเองดี ไม่ว่าจะอ้างว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ป่า หรือป่าสงวนแห่งชาติ หรือไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม แต่ถ้ามีบุคคลใดหวงห้ามอยู่ การเข้าไปแม้เพียงนิดเดียวถือว่าบุกรุก แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ฟ้องข้อหาบุกรุก เพราะคำฟ้องวันนี้ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่าพร้อมจะพิสูจน์ให้ น.ส.ปารีณา เห็นได้หรือไม่ว่าที่ดินที่อ้างว่ามีการแบ่งแยกเป็น 3 แปลงนั้นอยู่ตรงไหน ซึ่งเขาใช้คำนี้หมายความว่าต้องมีที่ดินแปลงใหญ่อยู่ก่อนแบ่งเป็น 3 แปลง ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาจะต้องพิสูจน์ เราเปิดคดีขึ้นเพื่อให้ไปตามวัตถุประสงค์ทั้งนายวีระและนายอัจฉริยะ ว่าจะนำความจริงมาพิสูจน์ให้กระจ่างในสังคม

ส่วนอธิบดีกรมป่าไม้นั้น เท่าที่ตนเองได้ฟังสัมภาษณ์ล่าสุดทางสื่อมวลชนนั้น หลายประเด็นก็ตรงกับหลักฐานที่ตนมีอยู่ โดยระมัดระวังขึ้นเยอะ ซึ่งเราเตรียมหลักฐานไว้เยอะ เพียงแต่พิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่แค่นั้นเอง ถ้าอธิบดีกรมป่าไม้ท่านให้สัมภาษณ์ไปตามระบบของหน่วยงานราชการ เราพร้อมจะหยุด ก็อยู่ที่ท่านอธิบดีเอง แต่ตนก็สงสัยจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมป่าไม้ว่าจะสงวนเรื่องแผนที่ไว้ทำไม เพราะขณะนี้เราโต้เถียงกันอยู่เรื่องแผนที่ ก็เรียกร้องให้อธิบดีเปิดเผยให้สังคมได้ทราบความจริง

เมื่อถามว่า สิ่งที่ น.ส.ปารีณา ติดใจ ประเด็นมาตราวัดของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กับกรมป่าไม้ ยังคงไม่ตรงกันใช่หรือไม่

นายธีรยุทธ กล่าวว่า ขอเรียนว่า น.ส.ปารีณา ไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมาย หรือข้อมูลของหน่วยงานราชการมากนัก ก็เหมือนกับราษฎรทั่วไป แต่ปัญหาที่นักกฎหมายมองนั้นไม่ใช่แค่เรื่องแผนที่ แต่มันมีอย่างอื่นซ้อนอยู่อีก เราก็เตรียมข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งถ้ามีประเด็นใดที่เป็นก้าวล้ำสิทธิ์ของ น.ส.ปารีณา ก็จำเป็นต้องป้องกันสิทธิและเกียรติยศของท่านอยู่แล้ว จากเมื่อวันก่อนอธิบดีกรมป่าไม้เคยพูดว่า ส.ป.ก.ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่วันนี้ให้สัมภาษณ์ว่าที่ดินนั้นอยู่ในเขต ส.ป.ก.และ ส.ป.ก.จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ก็แสดงว่าส.ป.ก.เกี่ยวข้องด้วยใช่หรือไม่

“นี่คือความชัดเจนที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าสังคมจะต้องกระจ่างว่าที่ดินแปลงนี้ การเข้ามาสู่อำนาจการดำเนินงานของ ส.ป.ก.ได้นั้น เกิดขึ้นได้อำนาจของกฎหมายใด เพราะไม่มีใครพูดออกมาว่าก่อนที่ที่ดินจะมาอยู่กับ ส.ป.ก.นั้นจะต้องมีการเพิกถอนที่ป่าและที่ป่าสงวนหรือไม่ ถ้ามีการเพิกถอนนั้น เพิกถอนกันเมื่อไรแค่นั้นเอง และถ้ามีการเพิกถอนก่อนหน้านี้แล้ว ความเป็นป่าและป่าสงวนก็ไม่เกิดขึ้น” นายธีรยุทธ กล่าว

เมื่อถามว่า หมายความว่าก่อนหน้านี้กรมป่าไม้ได้มอบหมายให้ ส.ป.ก.นำที่ดินไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านถือสิทธิที่ดินทำกินแล้วใช่หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า เรายังไม่ชัดเจนถึงตรงนั้น เพราะว่าเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เรารออยู่เช่นกัน ตอนนี้เรารอข้อมูลอยู่อีก 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ส่วนข้อมูลอีก 80 เปอร์เซ็นต์นั้นเรามีอยู่แล้ว แต่เราไม่อยากออกมาพูดให้เป็นวาทะอยู่ในสังคม หรือทำให้หน่วยงานราชการต้องกังวล แต่เราพร้อมพิสูจน์ความจริง

เมื่อถามว่า น.ส.ปารีณา มั่นใจในพยานหลักฐานการถือครองที่ดินที่ตนเองมีอยู่ใช่หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาน.ส.ปารีณา ก็แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.แล้ว แสดงว่าท่านพร้อมก็ไม่เคยปกปิด เช่น การยื่น ภ.บ.ท.5 เลขที่อะไร ยื่นเสียภาษีเมื่อปีไหน ก็ชัดเจน ซึ่งการเสียภาษีตาม ภ.บ.ท.5 นั้นมีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายเฉพาะ ซึ่งตนเคยทำคดีลักษณะนี้ทางดีเอสไอเคยรวบรวมข้อเท็จจริงไว้จากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ยืนยันว่าการใส่ชื่อของนิติบุคคลหรือบุคคล หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อในใบ ภ.บ.ท.5 นั้นสามารถทำได้ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดไว้ ก็แสดงว่าที่ชำระเสียภาษีบำรุงท้องที่ต้องมีการยืนยันได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับใบ ภ.บ.ท.5 ตัวจริงนั้นมีขนาดเท่ากระดาษเอ 4 ด้านหน้าจะบอกว่าใครเป็นผู้ถือครองและก่อนหน้านั้นใครเป็นผู้ถือครอง ส่วนด้านหลังเขียนเป็นรูปแผนที่ เหมือนกันกับโฉนดที่ดิน แสดงว่าจะต้องมีการรังวัด มีการกำหนดเขต มีการพูดคุยกันระดับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือผุ้ปกครองท้องที่ ซึ่งเป็นส่วนที่สามารถยืนยันได้ระดับหนึ่ง แม้จะไม่ใช้กรรมสิทธิ์ก็ตาม

ภายหลังให้สัมภาษณ์ต่อแล้ว ทนายความได้ยื่นคำฟ้อง และศาลได้รับคำฟ้องคดีฟ้องนายวีระ สมความคิด ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3199/2562  นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.00 น. ส่วนคดีฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3201/2562ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.00 น.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top