วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากปัญหาฝุ่น PM2.5 ทั้งเกิดจากธรรมชาติ ไอเสียรถยนต์ การประกอบโรงงานอุตสาหกรรม และหมอกควันที่เกิดจากการเผาเศษซากพืช/วัชพืช และเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางป้องกันแก้ปัญหา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯมอบให้ตั้งคณะทำงานป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืช วัชพืช และเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เกษตร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเป็นคณะทำงาน ทำแผนป้องกันเฝ้าระวัง เสนอมาตรการแนวทางป้องกันการเผา เพื่อลดปัญหาฝุ่นหมอกควัน และรายงานความก้าวหน้าให้รมว.เกษตรฯทราบ
สำหรับแผนงาน/โครงการสนับสนุนป้องกันแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2563 ที่เสนอเข้ามามี 4 โครงการ/แผนงานดังนี้ 1.โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตร 2 กิจกรรมคือ ถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร เป้าหมาย 16,800 ราย สร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาเพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร 210 แห่ง พื้นที่ 42 จังหวัด 2.โครงการส่งเสริมการไถกลบและการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อป้องกันหมอกควันในพื้นที่เกษตรภาคเหนือ โดยกรมพัฒนาที่ดิน 2 กิจกรรม คือ การไถกลบตอซัง พื้นที่เป้าหมาย 70,000 ไร่ การผลิตปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน 3,650 ตัน 3.โครงการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน 45,000 ไร่ ส่งเสริมปลูกไม้ยืนต้น ไม้ป่า ไม้หายากหรือไม้ประจำถิ่น โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. และ4.แผนบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่า ด้วยปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งมีจังหวัดรายงานสถานการณ์พื้นที่การเผา รวม 23 จังหวัด ไม่มีสถานการณ์ 43 จังหวัด
ด้านนายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการส่งเสริมหยุดเผาในพื้นที่เกษตร ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนเกษตรเพื่อป้องกันแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร ด้วยการถ่ายทอดความรู้ เสนอทางเลือกให้ปรับเปลี่ยนวิธีเพื่อลดเผา ได้แก่ ทางเลือกที่ 1 ไถกลบตอซังฟางข้าว ใบอ้อย หรือเศษซากพืช เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทางเลือกที่ 2 นำเศษตอซังฟางข้าว หรือเศษวัสดุการเกษตรอื่นที่เหลือทิ้งในแปลงเพาะปลูก มาทำปุ๋ยอินทรีย์ปุ๋ยหมัก ใช้แทนปุ๋ยเคมี ทางเลือกที่ 3 นำเศษวัสดุการเกษตรมาใช้เลี้ยงสัตว์ ทางเลือกที่ 4 นำมาใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน เป็นพลังงานทดแทน ทางเลือกที่ 5 นำมาเพาะเห็ด หรือนำมาผลิตกระดาษ ทางเลือกที่ 6 คือ นำเศษใบไม้ เศษฟาง เศษหญ้าคลุมโคนต้นพืช และทางเลือกที่ 7 นำเปลือกซังข้าวโพดหรือฟางมาทำวัสดุเพาะปลูก ขณะนี้อยู่ระหว่างถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร 10,617 ราย คิดเป็นร้อยละ 63 ของเป้าหมาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี